โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“นายกฯ อินเดีย” ยืนยันไม่แลกผลประโยชน์เกษตรกร แม้ต้องจ่ายหนัก หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้า 50%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 03.14 น.

"นายกฯ อินเดีย" ประกาศกร้าวจะไม่ยอมประนีประนอมกับสวัสดิภาพของเกษตรกร ชาวประมง และภาคปศุสัตว์อินเดีย แม้ต้องจ่ายราคาหนัก หลังทรัมป์สั่งขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากอินเดียเป็น 50%

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ส.ค.) ว่า เขาจะไม่ประนีประนอมกับผลประโยชน์ของเกษตรกรอินเดีย แม้ต้องจ่ายราคาหนัก สำหรับจุดยืนดังกล่าว โดยเป็นการแสดงจุดยืนครั้งแรกของโมดี หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียเป็น 50%

โมดีกล่าวในงานแห่งหนึ่งที่กรุงนิวเดลี ว่า “สำหรับเรา ความเป็นอยู่ของเกษตรกรคือสิ่งสูงสุด …อินเดียจะไม่มีวันประนีประนอมกับสวัสดิการของเกษตรกร ภาคปศุสัตว์ และชาวประมง และผมรู้ดีว่าผมอาจต้องจ่ายราคาหนักสำหรับเรื่องนี้”

ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ทรัมป์ได้ประกาศเพิ่มภาษีอีก 25% ต่อสินค้านำเข้าจากอินเดีย ส่งผลให้ภาษีรวมสูงถึง 50% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดเท่าที่สหรัฐเคยกำหนดต่อประเทศคู่ค้า โดยทรัมป์ระบุว่ามาตรการนี้มีขึ้นเพื่อลงโทษอินเดียที่ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

แม้โมดีจะไม่ได้กล่าวถึงสหรัฐหรือการเจรจาการค้าทวิภาคีที่ล้มเหลวโดยตรง แต่ถ้อยแถลงของเขาก็สะท้อนจุดยืนชัดเจนของอินเดียในการปกป้องภาคเกษตรกรรมและอธิปไตยทางเศรษฐกิจของตน

การเจรจาการค้าระหว่างอินเดียกับสหรัฐได้สิ้นสุดลงหลังรอบการเจรจา 5 ครั้ง เนื่องจากมีความเห็นต่างกันในประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของอินเดีย รวมถึงข้อเรียกร้องของสหรัฐให้อินเดียยุติการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย

กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า การตัดสินใจของสหรัฐถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และอินเดียจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สหรัฐยังไม่บังคับใช้มาตรการแบบเดียวกันกับจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ที่สุด โดยระบุว่าจีนมีอำนาจต่อรองมากกว่าในเวทีโลกเนื่องจากความได้เปรียบในตลาดแร่หายาก ขณะที่อินเดียยังขาดอำนาจต่อรองดังกล่าว

ดัมมู ราวี ปลัดด้านความสัมพันธ์เศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “การขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ขาดตรรกะอย่างสิ้นเชิง มันเป็นปัญหาชั่วคราวที่ประเทศจะต้องเผชิญ แต่ในระยะยาว เราเชื่อว่าโลกจะหาทางออกได้”

ทั้งนี้อินเดียเริ่มส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการปรับสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยโมดีเตรียมเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 7 ปี ซึ่งอาจสะท้อนถึงการปรับท่าทีทางการทูตท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับสหรัฐ

ขณะเดียวกัน โมดีได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล เพื่อหารือ “ประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ทั้งสองประเทศให้ความสนใจร่วมกัน” โดยบราซิลระบุว่า อินเดียและบราซิลเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และเห็นว่าจำเป็นต้องร่วมมือกันจัดการกับความท้าทายนี้ในนามของกลุ่มประเทศ BRICS

ราวี กล่าวเสริมว่า “ประเทศที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันจะเริ่มมองหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว”

ด้าน วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ก็ได้หารือกับที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของอินเดีย อาจิต โดวาล ที่กรุงมอสโก โดยสื่อของรัฐรัสเซีย RIA รายงานว่า ทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำความมุ่งมั่นในความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน

อย่างไรก็ตามภายในประเทศอินเดีย โมดีเผชิญแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทั้งจากฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน ซึ่งเรียกร้องให้เขาตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเด็ดขาดและรักษาศักดิ์ศรีของชาติ

มาลลิการ์จุน คาร์เก ประธานพรรคคองเกรส กล่าวว่า “ผลประโยชน์ของชาติคือสิ่งสูงสุด ประเทศใดที่ลงโทษอินเดียอย่างไร้เหตุผลเพียงเพราะนโยบายการเป็นกลางที่อินเดียยึดถือมาโดยตลอด ย่อมไม่เข้าใจถึงโครงสร้างเหล็กกล้าที่เป็นตัวตนอันแท้จริงของอินเดีย”

ภาคอุตสาหกรรมอินเดีย ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก ก็แสดงความวิตกอย่างหนักเช่นกัน

สุธีร์ เสขรี ประธานสภาส่งออกเครื่องนุ่งห่มอินเดีย กล่าวว่า “ไม่มีทางเลยที่ภาคอุตสาหกรรมจะรับภาระภาษีที่สูงขนาดนี้ได้” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือทางการคลังโดยด่วน

ในรายงานประจำปีของบริษัท Reliance Industries ของมหาเศรษฐี มูเกช อัมบานี ระบุว่า ความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษี อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการค้าและสมดุลอุปสงค์-อุปทานทั่วโลก

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...