โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สึนามิการเลิกจ้าง ทำไมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ถึงไล่พนักงานออกแม้กำไรสูง ?

BT Beartai

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 08.29 น.
สึนามิการเลิกจ้าง ทำไมบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ถึงไล่พนักงานออกแม้กำไรสูง ?

ปี 2025 แม้จะผ่านมาแค่ครึ่งปี แต่เรายังคงเห็นพาดหัวข่าวบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ปลดพนักงานอย่างต่อเนื่อง จากสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นคลื่นลูกย่อม ๆ ตั้งแต่ปี 2023 แต่กระแสอันปั่นป่วนของมหาสมุทรแห่งการจ้างงานนี้กำลังกลายเป็นคลื่นสึนามิขนาดมหึมาของการเลิกจ้างขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ ถาโถมขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามมากมาย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมเทคฯ ที่ต่างพากันเลย์ออฟพนักงาน แม้บริษัทจะมีกำไรมหาศาลก็ตาม

จริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเทคฯ กันแน่ ?

ตัวเลขการปลดพนักงานจากเว็บไซต์ Layoffs.fyi ในปี 2025 มีการเลิกจ้างพนักงานถึง 80,250 ตำแหน่ง จาก 171 บริษัทเทคฯ ในประเทศสหรัฐอเมริกาและยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คนงานมากกว่า 22,000 คน ตกเป็นเหยื่อของการลดการผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยมีการเลิกจ้างมากสุดในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่พิษของเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่บริษัทเทคฯ กำลังปรับทัพครั้งใหม่ มากจากสาเหตุหลัก ๆ นั่นคือ

ปรับโครงสร้างให้บริษัทโตไว ’คนยิ่งน้อยยิ่งดี’

จากการประกาศเลิกจ้างของหลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ อย่างเช่น Microsoft ในเดือนกรกฎาคม 2025 ประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 9,000 คน คิดเป็นประมาณ 4% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งสาเหตุหลักก็เพื่อปรับโครงสร้างการทำงานที่ซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพและเน้นธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เช่น คลาวด์และเกม เช่นเดียวกับ Meta ที่คัดเฉพาะผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ เท่านั้น ’เล็กลง แต่เก่งขึ้น’ ถ้ามองในมุมธุรกิจ แม้บริษัทจะมีผลกำไรที่เติบโต แต่การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์ลดต้นทุนเพื่อเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เติบโตก้าวทันโลกมากขึ้น

ลดต้นทุนคน เพิ่มการใช้ AI มากขึ้น

การมาของเทคโนโลยี AI ทำให้หลาย ๆ บริษัทหันมาใช้ระบบอัตโนมัติหรือปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยทำงานในหลายตำแหน่งมากขึ้น ทำให้บริษัทลดทอนบทบาทและความสำคัญของการทำงานของมนุษย์ อย่างบริษัท Amazon เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่ามีการปรับลดจำนวนพนักงานลงเป็นจำนวนมาก และมุ่งเน้นการใช้แรงงานเครื่องจักรและ AI มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดในการทำงาน

ในอีกมุมหนึ่ง บริษัทเองมองว่าไม่ต้องเสียเวลาไปกับค่าใช้จ่ายในการสอนพนักงานใหม่ ไม่เพียงแค่วงการเทคโนโลยีเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง งานธนาคารที่แม้มีกำไรมหาศาลก็หวั่นไม่น้อยจากการที่บริษัทนำ AI เข้ามาช่วยในการทำงาน ดังนั้นแล้ว บริษัทขนาดใหญ่จึงมองว่าการลงทุนใน AI กลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาวเพื่อลดต้นทุนด้านบุคลากร

โดยแนวคิดในการเน้น “กำไรและประสิทธิภาพ” กลายเป็นมาตรฐานที่ไม่พึงประสงค์เท่าไหร่สำหรับกลุ่มแรงงาน แต่ขณะเดียวกันก็เป็นมาตรวัดสำคัญที่ผู้ประกอบการจะทำให้นักลงทุนกระเป๋าหนักพอใจ และไปต่อกับบริษัท ท่ามกลางโลกที่ต้องการการเติบโตอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบที่เกิดขึ้น เมื่อ ‘คน’ กลายเป็นต้นทุน และ AI คืออนาคต

คลื่นการเลิกจ้างครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อทั้งพนักงานปัจจุบันและผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน

  • ต่อพนักงานปัจจุบัน : ความมั่นคงในอาชีพที่เคยเป็นจุดแข็งของวงการเทคโนโลยีเริ่มสั่นคลอน พนักงานที่ยังอยู่ในบริษัทต้องรับมือกับภาระงานที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนในอนาคต การนำ AI เข้ามาใช้ทำให้บางตำแหน่งถูกลดความสำคัญ และพนักงานต้องปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
  • ต่อตลาดแรงงานผู้จบใหม่ : ตลาดงานสำหรับเด็กจบใหม่ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มีความต้องการในสายงานลดลงและความท้าท้ายเพิ่มขึ้น บริษัทเทคโนโลยีไม่ต้องการ “โปรแกรมเมอร์ทั่วไป” แต่ต้องการผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะเฉพาะทาง โดยเฉพาะในด้าน AI และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้เด็กจบใหม่ต้องเผชิญกับความกดดันในการพัฒนาทักษะที่แตกต่างเพื่อให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน

แล้วอนาคตของคนสายเทคฯ จะเป็นอย่างไร ?

สถานการณ์ Tech Layoffs ในปี 2025 เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านยุคสมัยหรือภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ

ทางรอดของคนทำงานสายเทคฯ คือการเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนนี้ด้วยการพัฒนาทักษะและไม่หยุดที่จะเรียนรู้และมีความชำนาญโดยเฉพาะในด้าน AI ซึ่งในอนาคตที่จะนำไปสู่ตำแหน่งงานใหม่ ๆ ที่มีความต้องการและมีแนวโน้มค่าตอบแทนสูง เช่น

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้ AI (AI Implementation Specialist)
  • ผู้ฝึกสอน AI (AI Trainer)
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล AI (AI Data Scientist)
  • วิศวกร AI (AI Engineer)

การปรับตัวขององค์กรครั้งนี้ แม้จะดูโหดร้าย แต่มันคือความจริงของการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่เข้มข้นดุเดือด ซึ่งบีบให้ทุกบริษัทต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพเพื่อความอยู่รอด และเมื่อองค์กรต้องปรับตัวด้วยการลดจำนวนคนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงาน ทางรอดของพนักงานจึงไม่ใช่การหยุดนิ่งหรือรอโชคช่วย แต่คือการลุกขึ้นมาเรียนรู้และพัฒนาทักษะอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของตลาด และขับเคลื่อนวงการเทคโนโลยีให้ก้าวไปข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...