โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CKPower เปิดกำไรสุทธิครึ่งปี 68 ทะลุ 400 ล้าน หนุนภาพรวมแข็งแกร่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 13.37 น. • The Bangkok Insight

CKPower เผยกำไรสุทธิครึ่งปี 2568 เติบโตต่อเนื่อง รับรู้กำไรจากบริษัทร่วม หนุนภาพรวมแข็งแกร่ง คาดไตรมาส 3 รับอานิสงส์ฤดูกาล

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และมีคาร์บอนฟุตพรินต์ที่ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยวันนี้ (8 ส.ค.) ว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทร่วมในไตรมาสที่ 2/2568 และครึ่งปีแรกของปี 2568 (ม.ค.-มิ.ย.) ทำกำไรโตต่อเนื่องจากไตรมาสแรกของปีนี้

CKPower

บริษัทรับรู้กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit) ในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2568 จำนวน 353.0 และ 416.3 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 204.3 และ 509.2 ล้านบาท หรือ 137.4% และ 548.1% ตามลำดับ

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 และงวด 6 เดือนปี 2568 เพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และต้นทุนทางการเงินของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก

ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงร้อยละ 3.4 และ 0.3 ตามลำดับ แม้ปริมาณการขายไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำช่วงต้นปีและปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปี 2568 ที่มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

แต่เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินบาท ส่งผลต่ออัตราค่าไฟฟ้าของ NN2 และ XPCL ที่บางส่วนเป็นเงินสกุลดอลลาร์

CKPower

นอกจากนี้การรับรู้ส่วนแบ่งจากบริษัทร่วม บริษัท หลวงพระบาง พาวเวอร์ จำกัด (LPCL) ส่วนใหญ่เกิดจากผลบวกของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงมูลค่าหนี้สินสกุลดอลลาร์

นายธนวัฒน์กล่าวว่า CKPower คาดว่าผลการดำเนินในครึ่งปีหลังของปี 2568 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ในไตรมาส 3 ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ NN2 เริ่มเพิ่มมากขึ้นตามฤดูกาล

โดยครึ่งปีแรกมีน้ำไหลเข้าสะสม 1,315 ล้านลูกบาศก์เมตร สูงกว่าปีก่อนร้อยละ 45.2 ส่งผลให้ NN2 สามารถประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าเดือนมกราคม-สิงหาคม มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 14.7%

ขณะเดียวกัน คาดว่าปริมาณน้ำไหลเข้า NN2 และ XPCL จะยังสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ XPCL ได้เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

อีกทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปี 2567 และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ยังช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยและหนุนผลการดำเนินงาน

สำหรับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง (LPCL) มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 53% ซึ่งเป็นไปตามแผน

CKPower

ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ สำหรับผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ในระยะแรกจำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 7.0 MW ณ ปัจจุบันเริ่มผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว 1 โครงการเมื่อเดือนธันวาคม 2567

ส่วนอีก 2 โครงการ ปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างดำเนินการด้านใบอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะเริ่มผลิต และจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568

ด้านฐานะการเงินของ CKPower ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 นั้น บริษัทมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 4.7% จากสิ้นปี 2567 มีสาเหตุมาจากการทยอยลงทุนเพิ่มเติมใน LPCL ผนวกกับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 2568 ของ XPCL และเงินสด และรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท มูลค่า 5,000 ล้านบาท ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บริษัทมีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่แข็งแกร่ง สะท้อนผ่านอัตราส่วนสภาพคล่อง ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.60 เท่า และอัตราส่วนหนี้สิน ที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 0.56 เท่า บ่งชี้ถึงฐานะการเงินที่มั่นคง และความสามารถในการบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทจะยังคงติดตามการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและบริหารจัดการหนี้สินระยะยาวให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

นายธนวัฒน์ ระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา CKPower เผชิญกับความท้าทายหลากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยทางธรรมชาติ ความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศ และของโลก ที่ส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและราคาก๊าซธรรมชาติ

CKPower

แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ผนวกกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้และมีทรัพยากรบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้บริษัทปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ก้าวเดินต่อจากนี้ บริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน ทั้ง พลังงานน้ำ และพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า สร้างความตระหนักรู้การอนุรักษ์พลังงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่ภายในปี 2593

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...