“ชีวิตคนดนตรี” ของ “เก่ง ธชย” จากบังเอิญสู่ความตั้งใจใน “ดนตรีไทย” ที่งาน SX 2025!
เปิดเส้นทาง “ชีวิตคนดนตรี” ของ “เก่ง ธชย” จากบังเอิญสู่ความตั้งใจใน “ดนตรีไทย” ที่งาน SX 2025!
“ดนตรีไทย” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่คนไทยควรสืบสานและรักษาไว้ ซึ่งปัจจุบันมีการประยุกต์ดนตรีไทยเข้าสู่สังคมสมัยใหม่ ให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
SUSTAINABILITY EXPO 2025 หรือSX 2025 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จึงหยิบประเด็นนี้มาพูดคุยกันในงาน ภายใต้หัวข้อ“ชีวิตคนดนตรี Presented by Bangkok Bank”ที่ SX TALK STAGE Hall 4 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 12.00-13.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เวทีนี้พิเศษสุด ๆ ด้วยการดึงตัว “เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ” หรือ “เก่ง The Voice” บุคคลที่เรียกได้ว่าเป็น “ไอคอนิก” ของวงการดนตรีไทยรูปแบบใหม่
ทั้งยังเป็นคนที่เคยผ่านการประกวดทรงคุณค่า นั่นคือ โครงการประกวดดนตรีไทย ระดับมัธยมศึกษา “ประลองเพลง ประเลงมโหรี” โครงการที่จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาพูดถึงเรื่องราวของชีวิตตนเองที่มีต่อ“ดนตรีไทย”
เก่ง-ธชย อุ่นเครื่อง ประเดิมเวทีด้วยการเป่าขลุ่ยเพลง “ลาวดวงเดือน” ขึ้นมาบนเวทีเพลง ทำเอาคนจำนวนมากที่นั่งอยู่ตั้งแต่หน้าจนถึงหลังเวทีต้องมนต์ด้วยท่วงทำนองอันไพเราะ ก่อนจะเริ่มต้นทอล์กด้วยคำถามว่า“เส้นทางดนตรีของเก่งเริ่มมาจากอะไร?”
เส้นทางดนตรีของ “เก่ง-ธชย” เด็กหนุ่มผู้ “รู้จักดนตรีไทยแต่ไม่ได้ทำความรู้จัก”
เก่ง-ธชย เล่าว่า เก่งเรียนดนตรีไทยช่วงประมาณ ม.ต้น ไม่ได้เรียนตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นโรงเรียนมีวิชาให้ลงเสริมหรือที่เรียกว่าวิชาเลือกเสรี เลยหาวิชาที่พอจะดึงเกรดให้สูงขึ้นได้ วันหนึ่งก่อนออกจากบ้านเห็นซอด้วงอยู่ที่บ้าน เลยนึกว่าแม่จบดนตรีไทย คิดว่าถ้าลงเรียนดนตรีไทย แม่น่าจะสอนได้และเกรดก็น่าจะดี
พอลงเรียนวิชาดนตรีไทย เพิ่งมารู้ว่าแม่จบกีตาร์คลาสสิก ส่วนซอด้วงเป็นวิชารองที่ต้องเรียน ที่บ้านจึงมีซอด้วง
“ผมไม่ได้เจอดนตรีตั้งแต่เด็ก ผมเจอดนตรีประมาณช่วงมัธยมต้น จริง ๆ ช่วงอนุบาลและประถมเก่งได้เจอดนตรี แต่เราเหมือนคนรู้จักแต่ไม่ได้ทำความรู้จักกัน เราเห็นแต่คนอื่นเล่น แต่เราเหมือนเป็นคนมองข้างนอก แต่ไม่ได้สัมผัสเขา
ผมได้รู้จักดนตรีไทยโดยบังเอิญ ผมอยากจะลงเรียนวิชาที่ทำให้เกรดสูง ช่วงมัธยมต้น จะมีวิชาเลือกเสรี ก่อนออกจากบ้านเห็นซอด้วงอยู่ที่บ้าน เลยคิดว่าแม่จบดนตรีไทยแน่เลย เลยเลือกเรียนดนตรีไทย กลับบ้านแม่สอนได้ คะแนนจะได้เยอะ พอกลับบ้านแม่ไม่ได้จบดนตรีไทย แม่จบกีตาร์คลาสสสิก แต่ซอด้วงที่ตั้งอยู่บ้านคือวิชาเสริมที่คนดนตรีต้องเรียน” เก่งกล่าว
แต่เมื่อลงเรียนไปแล้ว ได้ทำความรู้จักกับดนตรีไทย เก่งชอบมันมากยิ่งขึ้น กลายเป็น “คนขลุ่ย” ที่คลุกคลีกับมันตั้งแต่มัธยมต้นจนถึงปลาย
จาก “คนขลุ่ย” สู่ “คนร้อง” การเปลี่ยนแปลงที่มาจากเวที “ประลองเพลง ประเลงมโหรี”
หลังจากเป็นคนขลุ่ยมานาน มีจุดพลิกผันที่ทำให้เป็น “คนร้อง” เก่งเล่าว่าจุดที่ทำให้กลายมาเป็นคนร้องเพราะว่าผ่านเข้ารอบโครงการประกวดดนตรีไทย ระดับมัธยมศึกษา “ประลองเพลง ประเลงมโหรี”
“พอเข้ารอบประลองเพลง ประเลงมโหรีก็เปลี่ยนเลย ทั้งที่ยังไม่ได้แข่ง พอเข้ารอบระดับประเทศ แล้วก็เป็นถ้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
นี่คือความภาคภูมิใจของเรา เรารู้สึกว่าที่จริงแล้วเราก็เป็นคนร้องได้ ผมต้องบอกก่อนว่าก่อนที่ผมจะแข่งสวนสังคีต ผมเป็นคนร้อง แต่ว่าร้องสากล รุ่นพี่อยากให้ผมร้องตั้งแต่ ม.4 แต่ผมไม่เข้าใจ มาเข้าตอน ม.6 ซึ่งก็เป็นตอนแข่งประกวดที่สวนสังคีต”
เหตุที่ไม่เข้าใจนั้นก็เป็นเพราะข้อจำกัดบางอย่างของสมัยนั้น ที่จะหาตำราหรืออาจารย์ที่เข้าใจเฉพาะทางเป็นเรื่องยากมาก แตกต่างจากสมัยนี้ รวมถึงการร้องของสากลก็ต่างจากร้องไทย เพราะใช้คนละช่องเสียง
เวทีนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของนักร้องผู้ชอบประยุกต์อะไรใหม่ ๆ ให้กับวงการดนตรีไทย
ในการแข่งครั้งนั้น เก่งจำได้ว่าคือต้องแข่งกับโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จาก จ. สุพรรณบุรี ซึ่งความสามารถ “โหด” มาก ที่สวนสังคีตจะมีการแข่งประเภทวงและเดี่ยว เก่งลงประเภทเดี่ยวและเจอหลายโรงเรียนมาก เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนสวนกุหลาบ, โรงเรียนเทพศิรินทร์
แม้ตอนนั้นเก่งจะได้รับรางวัลชมเชย แต่แค่ได้เข้าร่วมโครงการประกวดก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
ครั้งหนึ่ง “เก่ง-ธชย” จะไม่เรียนดนตรีไทยต่อ ?!
เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงกำลังจะเข้าสู่รั้วมหาลัย ในช่วงวัยมัธยมเก่งได้ประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับดนตรีทั้งไทยและสากล แต่เมื่อกำลังจะเข้ามหาลัยกลับเกิดความผิดพลาด ไม่ได้มหาวิทยาลัยที่หวังไว้ จึงทำให้เก่งตัดสินใจจะไม่เรียนดนตรีไทยต่อและจะย้ายไปเรียนดนตรีสากลเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามเก่งคิดว่าสิ่งนั้นคือ “วาระและโอกาส” เพราะท้ายที่สุดเก่งก็ได้มาสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยมหิดล ท่ามกลางความชุลมุนนิดหน่อย เพราะตอนนั้นต้องสอบดนตรีคลาสสิกเพื่อเข้าไปเรียนแจ๊ส เนื่องจากอาจารย์สอนแจ๊สไม่อยู่ ไหนจะต้องเจอบททดสอบการเปิดโน๊ตแล้วอ่านเลย ทำให้ตอนนั้นไม่ผ่าน
ต่อมาก็ไปสอบดนตรีไทยที่มหิดลอีกรอบหนึ่ง ครั้งนี้เขาให้ทำทั้งดนตรีไทยและสากล ซึ่งทำได้ดีจนอาจารย์ถามว่าถ้าได้ทั้งดนตรีสากลและไทยจะเลือกอะไร เก่งก็ตอบไปว่า “ดนตรีไทย”
ในที่สุดเขาก็ได้เข้า “มหาวิทยาลัยมหิดล” รวมถึงเรียนสาขาดนตรีไทยตามที่คิดไว้ตั้งแต่แรก ทั้งยังได้เจออาจารย์ระดับครูที่มีชื่อเสียงในวงการดนตรีไทยอีกมากมาย เช่น อัษฎาวุธ สาคริก, บุญชู รอดประสิทธิ์ เป็นต้น
“ชีวิตดนตรี” นอกรั้ววิทยาลัย สู่บทบาทการเป็นผู้ผลักดัน “ดนตรีไทย” ให้ยูนีค ไม่มีใครเหมือน
เก่งเล่าว่าแต่ก่อนก็ร้องเพลงปกติทั่วไป เพราะตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เรียนแจ๊สเพิ่ม แต่จุดที่เอาทั้งดนตรีไทยและสากลมาผสมกันคือช่วงประกวด “The Voice”
“ความยาก” ของการผลักดันดนตรีไทย-ศิลปวัฒนธรรมไทยมีมากกว่า “ความง่าย” อยู่แล้ว บทบาทนี้เริ่มต้นมาเพราะ “ความสุข” ความสุขของเก่งก็คือการประกวด และงานของเก่งที่ทุกคนเห็นส่วนใหญ่จะเป็นงานประกวด
“พอมีโจทย์ว่าต้องทำในงานประกวด จะแค่ฟังก็ไม่พอ เพราะมันมีระยะเวลามีจุดที่ต้องทำให้ชนะ ต้องเพิ่มเสื้อผ้าที่คุณใส่ วัสดุที่คุณใช้ ผสมเข้าไปในโชว์ของคุณ ต้องไทยแค่ไหน สากลแค่ไหนถึงจะพอ มันคิดเยอะ”
ทุกความตั้งใจที่กลั่นกรองจากความสุขนี้เองทำให้เกิดงานสุดจี๊ดจ๊าดที่ “เก่ง-ธชย” รังสรรค์โชว์ขึ้นมาให้เราได้ดู
“ผมเป็นคนไม่ปิดกั้น ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราโชว์กับเด็ก ๆ เราก็เปิด เขาอยากทำอะไร ผมเป็นคนที่เปิดมาก ๆ เราชื่นใจมาก ๆ ทุกครั้งที่เราหยิบงานดนตรีไทยหรืองานที่มีความเป็นไทยขึ้นมา เราอยากให้ทุกคนได้รับแรงบันดาลใจบางอย่างไปต่อยอดในงานของเขา ซึ่งเราได้ร่วมงานกับใครหลายคน ก็ได้ต่อยอดงานใหม่ ๆ กับตัวเราเหมือนกัน”เก่งกล่าวบนเวที
ก่อนที่เก่งจะกล่าวทิ้งท้าย ส่งกำลังใจถึงคนที่กำลังเรียนดนตรีไทยและเชิญชวนคนที่ไม่เคยฟังดนตรีไทยว่า
“อยากเป็นกำลังใจให้กับนักดนตรีไทยทุกคนที่เล่นดนตรีไทยอยู่ ให้มีความสุขในทุก ๆ วัน ไม่ท้อ อยากให้ทำทุกวันให้เต็มที่ ส่วนใครที่ยังไม่เคยรู้จักดนตรีไทย อยากให้มาทำความรู้จักดู
เพราะผมเชื่อว่า ตราบใดที่เราเป็นคนไทย ดนตรีไทยเป็นของเราทุกคน”
อ่านเพิ่มเติม :
- จิตร ภูมิศักดิ์ วิพากษ์ “ดนตรีไทย-เพลงไทยเดิม” เหตุไม่พัฒนา จึงสาบสูญ
- สูตรเด็ดเคล็ด(ไม่)ลับ กับอาหารตำรับของครูดนตรีไทย “เลื่อน สุนทรวาทิน”
- เมกะโปรเจกต์ “ดนตรีไทย” ปี 2473-2485 ระดมบรมครูเพลง บันทึกเพลงไทยเป็นโน้ตสากล
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 กันยายน 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ชีวิตคนดนตรี” ของ “เก่ง ธชย” จากบังเอิญสู่ความตั้งใจใน “ดนตรีไทย” ที่งาน SX 2025!
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com