โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ชีวิตคนดนตรี” ของ “เก่ง ธชย” จากบังเอิญสู่ความตั้งใจใน “ดนตรีไทย” ที่งาน SX 2025!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 11.26 น.
เก่ง-ธชย จากเวที ชีวิตคนดนตรี ในงาน SX2025 (ภาพโดย : วรวิทย์ พานิชนันท์)

เปิดเส้นทาง “ชีวิตคนดนตรี” ของ “เก่ง ธชย” จากบังเอิญสู่ความตั้งใจใน “ดนตรีไทย” ที่งาน SX 2025!

“ดนตรีไทย” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่คนไทยควรสืบสานและรักษาไว้ ซึ่งปัจจุบันมีการประยุกต์ดนตรีไทยเข้าสู่สังคมสมัยใหม่ ให้คนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

SUSTAINABILITY EXPO 2025 หรือSX 2025 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จึงหยิบประเด็นนี้มาพูดคุยกันในงาน ภายใต้หัวข้อ“ชีวิตคนดนตรี Presented by Bangkok Bank”ที่ SX TALK STAGE Hall 4 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 12.00-13.30 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เวทีนี้พิเศษสุด ๆ ด้วยการดึงตัว “เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ” หรือ “เก่ง The Voice” บุคคลที่เรียกได้ว่าเป็น “ไอคอนิก” ของวงการดนตรีไทยรูปแบบใหม่

ทั้งยังเป็นคนที่เคยผ่านการประกวดทรงคุณค่า นั่นคือ โครงการประกวดดนตรีไทย ระดับมัธยมศึกษา “ประลองเพลง ประเลงมโหรี” โครงการที่จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาพูดถึงเรื่องราวของชีวิตตนเองที่มีต่อ“ดนตรีไทย”

เก่ง-ธชย อุ่นเครื่อง ประเดิมเวทีด้วยการเป่าขลุ่ยเพลง “ลาวดวงเดือน” ขึ้นมาบนเวทีเพลง ทำเอาคนจำนวนมากที่นั่งอยู่ตั้งแต่หน้าจนถึงหลังเวทีต้องมนต์ด้วยท่วงทำนองอันไพเราะ ก่อนจะเริ่มต้นทอล์กด้วยคำถามว่า“เส้นทางดนตรีของเก่งเริ่มมาจากอะไร?”

เส้นทางดนตรีของ “เก่ง-ธชย” เด็กหนุ่มผู้ “รู้จักดนตรีไทยแต่ไม่ได้ทำความรู้จัก”

เก่ง-ธชย เล่าว่า เก่งเรียนดนตรีไทยช่วงประมาณ ม.ต้น ไม่ได้เรียนตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นโรงเรียนมีวิชาให้ลงเสริมหรือที่เรียกว่าวิชาเลือกเสรี เลยหาวิชาที่พอจะดึงเกรดให้สูงขึ้นได้ วันหนึ่งก่อนออกจากบ้านเห็นซอด้วงอยู่ที่บ้าน เลยนึกว่าแม่จบดนตรีไทย คิดว่าถ้าลงเรียนดนตรีไทย แม่น่าจะสอนได้และเกรดก็น่าจะดี

พอลงเรียนวิชาดนตรีไทย เพิ่งมารู้ว่าแม่จบกีตาร์คลาสสิก ส่วนซอด้วงเป็นวิชารองที่ต้องเรียน ที่บ้านจึงมีซอด้วง

“ผมไม่ได้เจอดนตรีตั้งแต่เด็ก ผมเจอดนตรีประมาณช่วงมัธยมต้น จริง ๆ ช่วงอนุบาลและประถมเก่งได้เจอดนตรี แต่เราเหมือนคนรู้จักแต่ไม่ได้ทำความรู้จักกัน เราเห็นแต่คนอื่นเล่น แต่เราเหมือนเป็นคนมองข้างนอก แต่ไม่ได้สัมผัสเขา

ผมได้รู้จักดนตรีไทยโดยบังเอิญ ผมอยากจะลงเรียนวิชาที่ทำให้เกรดสูง ช่วงมัธยมต้น จะมีวิชาเลือกเสรี ก่อนออกจากบ้านเห็นซอด้วงอยู่ที่บ้าน เลยคิดว่าแม่จบดนตรีไทยแน่เลย เลยเลือกเรียนดนตรีไทย กลับบ้านแม่สอนได้ คะแนนจะได้เยอะ พอกลับบ้านแม่ไม่ได้จบดนตรีไทย แม่จบกีตาร์คลาสสสิก แต่ซอด้วงที่ตั้งอยู่บ้านคือวิชาเสริมที่คนดนตรีต้องเรียน” เก่งกล่าว

แต่เมื่อลงเรียนไปแล้ว ได้ทำความรู้จักกับดนตรีไทย เก่งชอบมันมากยิ่งขึ้น กลายเป็น “คนขลุ่ย” ที่คลุกคลีกับมันตั้งแต่มัธยมต้นจนถึงปลาย

จาก “คนขลุ่ย” สู่ “คนร้อง” การเปลี่ยนแปลงที่มาจากเวที “ประลองเพลง ประเลงมโหรี”

หลังจากเป็นคนขลุ่ยมานาน มีจุดพลิกผันที่ทำให้เป็น “คนร้อง” เก่งเล่าว่าจุดที่ทำให้กลายมาเป็นคนร้องเพราะว่าผ่านเข้ารอบโครงการประกวดดนตรีไทย ระดับมัธยมศึกษา “ประลองเพลง ประเลงมโหรี”

“พอเข้ารอบประลองเพลง ประเลงมโหรีก็เปลี่ยนเลย ทั้งที่ยังไม่ได้แข่ง พอเข้ารอบระดับประเทศ แล้วก็เป็นถ้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

นี่คือความภาคภูมิใจของเรา เรารู้สึกว่าที่จริงแล้วเราก็เป็นคนร้องได้ ผมต้องบอกก่อนว่าก่อนที่ผมจะแข่งสวนสังคีต ผมเป็นคนร้อง แต่ว่าร้องสากล รุ่นพี่อยากให้ผมร้องตั้งแต่ ม.4 แต่ผมไม่เข้าใจ มาเข้าตอน ม.6 ซึ่งก็เป็นตอนแข่งประกวดที่สวนสังคีต”

เหตุที่ไม่เข้าใจนั้นก็เป็นเพราะข้อจำกัดบางอย่างของสมัยนั้น ที่จะหาตำราหรืออาจารย์ที่เข้าใจเฉพาะทางเป็นเรื่องยากมาก แตกต่างจากสมัยนี้ รวมถึงการร้องของสากลก็ต่างจากร้องไทย เพราะใช้คนละช่องเสียง

เวทีนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของนักร้องผู้ชอบประยุกต์อะไรใหม่ ๆ ให้กับวงการดนตรีไทย

ในการแข่งครั้งนั้น เก่งจำได้ว่าคือต้องแข่งกับโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จาก จ. สุพรรณบุรี ซึ่งความสามารถ “โหด” มาก ที่สวนสังคีตจะมีการแข่งประเภทวงและเดี่ยว เก่งลงประเภทเดี่ยวและเจอหลายโรงเรียนมาก เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนสวนกุหลาบ, โรงเรียนเทพศิรินทร์

แม้ตอนนั้นเก่งจะได้รับรางวัลชมเชย แต่แค่ได้เข้าร่วมโครงการประกวดก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

ครั้งหนึ่ง “เก่ง-ธชย” จะไม่เรียนดนตรีไทยต่อ ?!

เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงกำลังจะเข้าสู่รั้วมหาลัย ในช่วงวัยมัธยมเก่งได้ประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับดนตรีทั้งไทยและสากล แต่เมื่อกำลังจะเข้ามหาลัยกลับเกิดความผิดพลาด ไม่ได้มหาวิทยาลัยที่หวังไว้ จึงทำให้เก่งตัดสินใจจะไม่เรียนดนตรีไทยต่อและจะย้ายไปเรียนดนตรีสากลเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามเก่งคิดว่าสิ่งนั้นคือ “วาระและโอกาส” เพราะท้ายที่สุดเก่งก็ได้มาสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยมหิดล ท่ามกลางความชุลมุนนิดหน่อย เพราะตอนนั้นต้องสอบดนตรีคลาสสิกเพื่อเข้าไปเรียนแจ๊ส เนื่องจากอาจารย์สอนแจ๊สไม่อยู่ ไหนจะต้องเจอบททดสอบการเปิดโน๊ตแล้วอ่านเลย ทำให้ตอนนั้นไม่ผ่าน

ต่อมาก็ไปสอบดนตรีไทยที่มหิดลอีกรอบหนึ่ง ครั้งนี้เขาให้ทำทั้งดนตรีไทยและสากล ซึ่งทำได้ดีจนอาจารย์ถามว่าถ้าได้ทั้งดนตรีสากลและไทยจะเลือกอะไร เก่งก็ตอบไปว่า “ดนตรีไทย”

ในที่สุดเขาก็ได้เข้า “มหาวิทยาลัยมหิดล” รวมถึงเรียนสาขาดนตรีไทยตามที่คิดไว้ตั้งแต่แรก ทั้งยังได้เจออาจารย์ระดับครูที่มีชื่อเสียงในวงการดนตรีไทยอีกมากมาย เช่น อัษฎาวุธ สาคริก, บุญชู รอดประสิทธิ์ เป็นต้น

“ชีวิตดนตรี” นอกรั้ววิทยาลัย สู่บทบาทการเป็นผู้ผลักดัน “ดนตรีไทย” ให้ยูนีค ไม่มีใครเหมือน

เก่งเล่าว่าแต่ก่อนก็ร้องเพลงปกติทั่วไป เพราะตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เรียนแจ๊สเพิ่ม แต่จุดที่เอาทั้งดนตรีไทยและสากลมาผสมกันคือช่วงประกวด “The Voice”

“ความยาก” ของการผลักดันดนตรีไทย-ศิลปวัฒนธรรมไทยมีมากกว่า “ความง่าย” อยู่แล้ว บทบาทนี้เริ่มต้นมาเพราะ “ความสุข” ความสุขของเก่งก็คือการประกวด และงานของเก่งที่ทุกคนเห็นส่วนใหญ่จะเป็นงานประกวด

“พอมีโจทย์ว่าต้องทำในงานประกวด จะแค่ฟังก็ไม่พอ เพราะมันมีระยะเวลามีจุดที่ต้องทำให้ชนะ ต้องเพิ่มเสื้อผ้าที่คุณใส่ วัสดุที่คุณใช้ ผสมเข้าไปในโชว์ของคุณ ต้องไทยแค่ไหน สากลแค่ไหนถึงจะพอ มันคิดเยอะ”

ทุกความตั้งใจที่กลั่นกรองจากความสุขนี้เองทำให้เกิดงานสุดจี๊ดจ๊าดที่ “เก่ง-ธชย” รังสรรค์โชว์ขึ้นมาให้เราได้ดู

“ผมเป็นคนไม่ปิดกั้น ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราโชว์กับเด็ก ๆ เราก็เปิด เขาอยากทำอะไร ผมเป็นคนที่เปิดมาก ๆ เราชื่นใจมาก ๆ ทุกครั้งที่เราหยิบงานดนตรีไทยหรืองานที่มีความเป็นไทยขึ้นมา เราอยากให้ทุกคนได้รับแรงบันดาลใจบางอย่างไปต่อยอดในงานของเขา ซึ่งเราได้ร่วมงานกับใครหลายคน ก็ได้ต่อยอดงานใหม่ ๆ กับตัวเราเหมือนกัน”เก่งกล่าวบนเวที

ก่อนที่เก่งจะกล่าวทิ้งท้าย ส่งกำลังใจถึงคนที่กำลังเรียนดนตรีไทยและเชิญชวนคนที่ไม่เคยฟังดนตรีไทยว่า

“อยากเป็นกำลังใจให้กับนักดนตรีไทยทุกคนที่เล่นดนตรีไทยอยู่ ให้มีความสุขในทุก ๆ วัน ไม่ท้อ อยากให้ทำทุกวันให้เต็มที่ ส่วนใครที่ยังไม่เคยรู้จักดนตรีไทย อยากให้มาทำความรู้จักดู

เพราะผมเชื่อว่า ตราบใดที่เราเป็นคนไทย ดนตรีไทยเป็นของเราทุกคน”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ชีวิตคนดนตรี” ของ “เก่ง ธชย” จากบังเอิญสู่ความตั้งใจใน “ดนตรีไทย” ที่งาน SX 2025!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...