โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมสุขภาพจิต ส่งสัญญาณเตือนปชช.จากเหตุสามีภรรยาโดดสะพาน แนะประโยคเชิงบวกแทนคำว่า 'อย่าคิดมาก'

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ส.ค. 2568 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 10.13 น.

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์สะเทือนใจ เมื่อสามีภรรยาคู่หนึ่งกระโดดจากสะพานแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว กรมสุขภาพจิตขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญหาย และขอใช้โอกาสนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้เรื่องสุขภาพจิตในสังคม เพราะทุกการสูญเสียจากการฆ่าตัวตาย คือการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ และหลายครั้งเกิดขึ้นอย่างเงียบงัน โดยที่คนรอบข้างไม่ทันได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ปัญหาการฆ่าตัวตายกำลังเป็นปัญหาที่ท้าทายสังคมไทย เนื่องจากสภาพสังคมในปัจจุบันมีส่วนส่งผลให้บางคนหรือบางครอบครัวตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย เช่น ปัญหาเศรษฐกิจจากการทำธุรกิจหรือถูกหลอกลวง, ปัญหาการใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์, การเป็นสังคมผู้สูงอายุที่ทำให้ผู้สูงอายุบางคนรู้สึกโดดเดี่ยวหรือมีโรคเรื้อรัง และปัญหาความสัมพันธ์ เป็นต้น

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตขอส่งสัญญาณเตือนไปยังประชาชนว่า เมื่อความคิดอยากฆ่าตัวตายนั่นหมายถึงว่าเรากำลังมีความรู้สึกสิ้นหวัง เจ็บปวดหรือทุกข์ใจมาก ซึ่งเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ด้วยการฝืนตัวเองไปทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อหันเหความรู้สึก, การปรึกษาคนใกล้ชิด, การขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือสายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิต

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคนใกล้ชิด, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถเฝ้าระวังผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวเปราะบาง เช่น ครอบครัวที่มีหนี้สินหนัก, มีผู้ป่วยเรื้อรัง, ว่างงาน และไม่มีเครือข่ายสนับสนุน หากมีสมาชิกในครอบครัวชักชวนให้ทำร้ายตัวเองไปพร้อมกัน ให้รับฟังและพูดคุย เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตที่เหมาะสม โดยสามารถใช้แนวทาง “3 ส” ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและเฝ้าระวัง ได้แก่ 1.สอดส่องมองหา สังเกตคนใกล้ชิดหรือคนรอบตัว ว่ามีความผิดปกติทางอารมณ์หรือพฤติกรรมหรือไม่ 2.ใส่ใจรับฟัง รับฟังอย่างเข้าใจโดยไม่ตัดสิน เพื่อให้เขารู้สึกว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และ 3.ส่งต่อเชื่อมโยง ส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงหรือกำลังประสบปัญหาเข้าสู่บริการ หรือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากเราทุกคนมองเห็นความสำคัญของการดูแลจิตใจซึ่งกันและกัน โอกาสในการป้องกันการฆ่าตัวตายย่อมมีมากขึ้น กรมสุขภาพจิตจึงขอให้ประชาชนทุกคนเฝ้าระวังสุขภาพจิตของตนเองและคนใกล้ชิดอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตนเอง

ด้าน นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วิธีการพูดคุยกับคนที่คิดอยากฆ่าตัวตาย สามารถทำได้โดย 1.รับฟังและยอมรับความรู้สึก ใช้คำพูด เช่น “ฉันพร้อมที่จะอยู่ตรงนี้กับเธอ” หรือ “ฉันเห็นว่าเธอกำลังเจ็บปวดมาก” และหลีกเลี่ยงการพูดว่า “อย่าคิดมาก” หรือ “ทำไมไม่สู้หน่อย” เพราะจะทำให้เขารู้สึกถูกลดทอนค่าความเจ็บปวด 2.แสดงความห่วงใยและความสำคัญ ย้ำว่าเขารู้สึกมีคุณค่า เช่น “เธอมีความสำคัญสำหรับฉัน” หรือ “ฉันไม่อยากเห็นเธอทำร้ายตัวเองเลย”

3.ถามตรง ๆ ด้วยความอ่อนโยน เช่น “ตอนนี้เธอคิดอยากทำร้ายตัวเองไหม” การถามตรง ๆ ไม่ได้ทำให้เขาอยากฆ่าตัวตายมากขึ้น แต่ช่วยเปิดพื้นที่ให้ได้พูดและระบายความรู้สึก 4.เสนอความช่วยเหลือ รวมถึงเสนอที่จะอยู่เป็นเพื่อน และพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ เช่น หมอ หรือนักจิตวิทยา หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 และ 5.อยู่กับเขาในช่วงวิกฤติ อย่าปล่อยให้อยู่ลำพังถ้ามีความเสี่ยงสูง และหากสถานการณ์อันตราย ควรโทรหาคนใกล้ชิดหรือสายด่วนเพื่อขอความช่วยเหลือทันที ทั้งนี้สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ อย่าบอกว่า “การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องบาป/ผิด” หรือ “เธอไม่ควรคิดแบบนี้” เพราะจะทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้น และอย่าเปลี่ยนเรื่องหนี หรือรีบให้คำแนะนำทันที ควรให้ความสำคัญกับการรับฟังมากกว่า

นพ.จุมภฏ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากพบผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรแจ้ง 191 เพื่อให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน และหากรู้สึกเครียดหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมสุขภาพจิต ส่งสัญญาณเตือนปชช.จากเหตุสามีภรรยาโดดสะพาน แนะประโยคเชิงบวกแทนคำว่า ‘อย่าคิดมาก’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...