โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

โอกาสลงทุน 7 หุ้นโรงไฟฟ้า พร้อมรับธีม AI ใช้ไฟฟ้ามหาศาล

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 02.12 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 02.02 น. • The Bangkok Insight

ส่องโอกาสลงทุน 7 หุ้นโรงไฟฟ้า พร้อมรับธีม AI ใช้ไฟฟ้ามหาศาล

กระแสการเติบโตของอุตสาหกรรม Artificial Intelligence (AI) ที่เร่งตัวทั่วโลก ไม่ได้เพียงแต่สร้างโอกาสในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อดีมานด์พลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก โดยเฉพาะจาก Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยุค AI สำหรับเป็นศูนย์ข้อมูลต่างๆ

จะเห็นว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Microsoft, Google, Amazon, Nvidia หรือแม้แต่ Meta ต่างเร่งขยาย Data Center เพื่อรองรับการประมวลผล AI ที่ต้องใช้พลังงานสูงกว่าระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายเท่า จนหลายประเทศเริ่มจับตาว่าความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งขึ้นอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของอุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลก

หุ้นโรงไฟฟ้า

เช่นกันกับประเทศไทยที่กระแสการลงทุนใน AI Infrastructure และ Data Center เริ่มชัดเจนขึ้นตามลำดับ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Power Plant) กลับมาถูกจับตามองอีกครั้งในฐานะผู้ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ที่กำลังมาถึง

หนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจในช่วงนี้จึงอยู่ที่ธีมการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากเราเริ่มเห็นเทรนด์นี้ตามตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่นักลงทุนเริ่มหมุมเม็ดเงินออกจากหุ้นเทคโนโลยี AI ที่ P/E สูงแล้ว สลับมาซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าที่เป็นตัวแทนกลุ่ม Defensive มูลค่ายังไม่แพง

สะท้อนได้จากช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าดัชนี S&P500 UTILITIES เป็น SECTOR ที่ปรับตัวขึ้นแรงสุด 10.4% ชนะ S&P500 ที่ปรับตัวขึ้นมา 2.8% (ที่มา: FINVIZ, TRADINGVIEW, สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ข้อมูล ณ วันที่ 8 ต.ค. 2568)

บล. เอเซีย พลัส แนะนำหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

บทวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส ได้ออกคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟ้าในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยการแนะนำหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ Upside สูง ประกอบกับมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวอื่นๆ เช่น เงินปันผล, แนวโน้มกำไรไตรมาส 3 การเก็งกำไรของการเข้าคำนวณในดัชนี SET100 เป็นต้น

1. BPP: บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

มีปัจจัยบวกจากการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรเพราะ BPP มีโอกาสเข้า SET100 รอบครึ่งปีแรก 2569

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 6.5% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 102.6%

2. RATCH: บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 6.0% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 9.4%

3. EGCO: บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 6.5% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 33.9%

4. BCPG: บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 5.2% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ -26.9%

5. BGRIM: บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 2.7% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 3.2%

6. GPSC: บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 2.1% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 19.5%

7. GULF: บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

คาดอัตราผลตอบแทนจากปันผลปี 2568 ที่ 1.9% และประมาณการ EPS Growth ปี 2568 ที่ 25.2%

หุ้นโรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่ากำลังเข้าสู่ช่วงที่หุ้นไทยค่อยๆ เดินตามหุ้นโลก หลังสภาพคล่องส่วนเกินล้นระบบ พร้อมกับแรงกดดันทางการเมืองไทยและต่างประเทศลดลง สอดคล้องกับข้อมูล Correlation คร่อมช่วงข้อมูลทุกๆ 1 เดือน ในระยะ 2 ปี ระหว่าง SET กับ MSCI ACWI ในภาวะปกติมีค่าความสัมพันธ์สูงถึง 0.4 -0.6 แต่ถ้ามีเหตุการณ์เฉพาะตัวกดดันช่วงนั้นระดับความสัมพันธ์ก็จะลดลงอย่างมีนัย เพราะฉะนั้น จึงมองว่าเมื่อเหตุการณ์กลับมาปกติจะหนุนให้ช่วงไตรมาส 4/2568 เม็ดเงินมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยที่มีธีมตามกระแสโลกมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...