โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สองโจรลวงแท็กซี่จากกรุงเทพฯ เอายาหม่องป้ายตาก่อนจี้ชิงเงิน-รถกลางดึก

เดลินิวส์

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 02.32 น. • เดลินิวส์
2 คนร้ายลวงแท็กซี่จากกรุงเทพฯ มาส่งอยุธยา ใช้ยาหม่องป้ายตาชิงเงิน–รถหนี ทิ้งเหยื่อกลางดึก

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 29 ส.ค. พ.ต.ท.มาโนช ฤทธิพูน สว.สอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุจี้ชิงรถแท็กซี่และเงินสด เหตุเกิดบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนสายเอเชีย ต.บ้านเกาะ อ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบ นายอาคม ใจภักดี อายุ 56 ปี คนขับแท็กซี่ ยืนอยู่ในอาการตื่นตกใจ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายวัยรุ่น 2 คน อายุประมาณ 30 ปี ผิวคล้ำ หัวเกรียน คนหนึ่งรูปร่างเตี้ย อีกคนรูปร่างสูง ได้เรียกรถของตนจากย่านดินแดง กรุงเทพฯ ให้ไปส่งที่ตลาดกลางกุ้ง อ.พระนครศรีอยุธยา

เมื่อถึงที่หมาย คนร้ายสั่งให้ขับรถเข้าซอยเปลี่ยวในพื้นที่ ต.บ่อโพง อ.นครหลวง ก่อนบังคับให้กลับรถ ระหว่างนั้นหนึ่งในคนร้ายได้ใช้ยาหม่องป้ายตาและปากจนแสบรุนแรง พร้อมข่มขู่ว่า “มีอาวุธปืน” และบังคับให้นายอาคมส่งเงิน 2,000 บาท แต่ผู้เสียหายมีเพียง 900 บาท และไม่สามารถโอนผ่านแอปได้เพราะระบบกำลังอัปเดต

จากนั้นคนร้ายสั่งให้นายอาคมไปนั่งเบาะข้างคนขับ แล้วหนึ่งในนั้นขึ้นขับแท็กซี่แทน มุ่งหน้าไปยังปั๊มน้ำมันริมถนนสายเอเชีย โดยอ้างว่าจะให้ผู้เสียหายกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม แต่เมื่อมาถึงบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน คนร้ายกลับผลักนายอาคม ลงจากรถริมทาง ก่อนขับรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีเขียว-เหลือง ทะเบียน 1 มค 9860 กรุงเทพมหานคร พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง หลบหนีไป

นายอาคม กล่าวทั้งน้ำตาว่า รถแท็กซี่คันนี้เพิ่งซื้อได้เพียง 2 ปี จากน้ำพักน้ำแรง เป็นเครื่องมือทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว ไม่คิดว่าจะถูกคนร้ายชิงไปเช่นนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่าคนร้ายอาจเป็นผู้ที่รู้เส้นทางในพื้นที่เป็นอย่างดี และคาดว่าน่าจะนำรถแท็กซี่ไปจอดทิ้งเพื่อตัดร่องรอย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...