โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไทย-จีน ยกระดับสู่สากล เปิดศูนย์นวัตกรรมมันสำปะหลังโคราช

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ต.ค. 2568 เวลา 02.09 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2568 เวลา 02.09 น.

สำนักงานเศรษฐกิจโคราช สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (บพท.) จัดพิธีเปิด “ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังไทย-จีน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ระหว่างสองประเทศในการขจัดความยากจนและยกระดับนวัตกรรมภาคเกษตรจากระดับฐานรากสู่เวทีสากล

การจัดตั้งศูนย์แห่งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้เข้าร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์เกษตรเขตร้อนของจีนและสถาบันอื่นในประเทศจีน เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความรู้ งานวิจัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังแบบครบวงจร ศูนย์นี้จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัย เทคโนโลยี แหล่งทุน และตลาดเข้ากับการใช้งานจริงในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยโมเดลสี่เสาหลัก ประกอบด้วย คลัสเตอร์เกษตรกร วิสาหกิจเพื่อสังคม อุตสาหกรรม และพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมโคราช

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กำไร เบือนสันเทียะ หัวหน้าโครงการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจโคราชเทคโนธานี อธิบายว่า โครงการนี้มุ่งพัฒนานครราชสีมาให้เป็นต้นแบบเมืองนวัตกรรมเกษตรครบวงจร มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างคลัสเตอร์ที่เชื่อมโยงเกษตรกรกับธุรกิจชุมชน เชื่อมต่ออุตสาหกรรมชีวภาพและนวัตกรรมระหว่างไทยกับจีน และขยายผลไปยังประเทศในลุ่มน้ำโขง ภายใต้กรอบโครงการ Belt and Road Initiative และแนวทางเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวในพิธีเปิดว่า การจัดตั้งศูนย์แห่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลังของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โครงการสะพานนวัตกรรมไทย-จีนนี้ สามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG ของไทยเข้ากับโครงการ Belt and Road Initiative ทำให้นครราชสีมาก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมชีวภาพของภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนล่าง

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ กล่าวถึงบทบาทของหน่วยงานในฐานะแรงขับเคลื่อนที่สนับสนุนทุนวิจัย เพื่อส่งเสริมและผลักดันความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้ยกระดับเกษตรฐานรากของไทยสู่ระดับสากล ด้วยกลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างตรงจุด ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีชนบทจีน สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และนวัตกรรมระหว่างสองประเทศ

ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังไทย-จีน เป็น 1 ใน 5 ศูนย์วิจัย ภายใต้ 6 กรอบความร่วมมือไทย-จีน ที่ บพท.ทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนการดำเนินงาน โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและยกระดับการแก้ไขปัญหาความยากจนผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมชนบท ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสองประเทศ

ศูนย์แห่งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าการผลิตมันสำปะหลังแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์คุณภาพสูง การจัดการดินและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ปุ๋ยชีวภาพ การป้องกันโรคใบด่างที่เป็นปัญหาสำคัญ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการบริหารจัดการของเสียและการพัฒนาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องในพื้นที่

โดยจะมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปยังหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิชาการ และเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมในการยกระดับรายได้ ขจัดความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนอย่างยั่งยืน ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่แสดงความมั่นใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายเครือข่ายวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และนวัตกรรมที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การสร้างคุณค่าใหม่ทางสังคม และการเสริมสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนในระยะยาว

“การเปิดศูนย์ในครั้งนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นและยั่งยืนยิ่งขึ้น ศูนย์แห่งนี้จะเป็นต้นแบบของความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ”

โดยศูนย์แห่งนี้จะมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่หน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิชาการ และเกษตรกรในพื้นที่ ชูให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาประเทศที่เน้นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากและมักประสบปัญหาด้านรายได้ การเข้าถึงความรู้และเทคโนโลยี มุ่งสร้างโอกาสให้เกษตรกรได้เข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาและพัฒนาอาชีพของตนเองอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาร่วมกันในระยะยาว

ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีมันสำปะหลังไทย-จีน จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างงานวิจัยและการใช้งานจริงในพื้นที่ เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกอบรมสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ เป็นศูนย์ทดสอบและพัฒนานวัตกรรมใหม่ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิจัยไทยและจีน

การดำเนินงานของศูนย์จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้กับเกษตรกรในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในตลาดโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทย-จีน ยกระดับสู่สากล เปิดศูนย์นวัตกรรมมันสำปะหลังโคราช

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...