“ทองคำ” ร่วง 0.7% หลังทำนิวไฮ นักลงทุนขายทำกำไร-ดอลลาร์แข็งค่า
"ทองคำ" ร่วง 0.7% หลังทำนิวไฮ นักลงทุนขายทำกำไร-ดอลลาร์แข็งค่า กดราคาระยะสั้น แต่เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ยหนุนแนวโน้มขาขึ้น นักวิเคราะห์ชี้ว่าการปรับฐานยังเป็นโอกาสเข้าซื้อ
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 13.47 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงในวันอังคาร (21 ตุลาคม 2568) หลังนักลงทุนขายทำกำไรจากการพุ่งทำสถิติสูงสุดในวันก่อนหน้า ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นกดดันตลาดทองคำ แม้ยังมีแรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยยังคงสูง
ณ เวลา 06.34 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำสปอตลดลง 0.7% มาอยู่ที่ 4,323.69 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเมื่อวันจันทร์แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,381.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนธันวาคมลดลง 0.4% อยู่ที่ 4,340.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) แข็งค่าขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ส่งผลให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
ทิม วอเตอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์การตลาดจากบริษัท KCM Trade กล่าวว่า “การขายทำกำไรและแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เริ่มชะลอลง เป็นปัจจัยที่กดราคาทองคำในวันนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมองว่าการปรับฐานของราคาทองเป็นโอกาสเข้าซื้อเพิ่มเติม ตราบใดที่เฟดยังคงอยู่ในเส้นทางลดดอกเบี้ย”
ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดคาดการณ์เกือบเต็มรูปแบบว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนนี้ และอีกครั้งในเดือนธันวาคม เนื่องจากทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ยมักปรับตัวได้ดีในภาวะดอกเบี้ยต่ำ
วอเตอร์เรอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า “แรงขาขึ้นของราคาทองคำยังมีโอกาสต่อเนื่อง หากข้อมูล CPI ของสหรัฐที่จะประกาศปลายสัปดาห์นี้ไม่ออกมาสูงกว่าคาดมากนัก”
ข้อมูลเงินเฟ้อดังกล่าว ซึ่งเลื่อนการเผยแพร่มาจากผลของภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐจะประกาศในวันศุกร์ โดยนักเศรษฐศาสตร์ที่รอยเตอร์สำรวจคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายนจะเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปี
ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐปิดทำการบางส่วนต่อเนื่องถึงวันที่ 20 แล้ว หลังวุฒิสภาล้มเหลวในการลงมติแก้ปัญหางบประมาณถึง 10 ครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีเควิน แฮสเส็ทต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ระบุว่าการชัตดาวน์อาจยุติได้ภายในสัปดาห์นี้
ภาวะชัตดาวน์ดังกล่าวส่งผลให้การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการล่าช้า ทำให้นักลงทุนและเฟดขาดข้อมูลในการประเมินภาวะเศรษฐกิจก่อนการประชุมกำหนดนโยบายในสัปดาห์หน้า
ในประเด็นการค้า รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) มีกำหนดพบกับ เหอ ลี่เฟิง (He Lifeng) รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่ประเทศมาเลเซียในสัปดาห์นี้ เพื่อพยายามหลีกเลี่ยงการยกระดับภาษีสินค้าจีนเพิ่มเติม
อ้างอิง : reuters.com