ทีมนักแสดง 'ผีเบล' เปิดเบื้องหลังความหลอน หนังผีไทยกลิ่นอายฮ่องกง ชวนไปร่วมลุ้นระทึก
ทีมนักแสดง ‘ผีเบล’ เปิดเบื้องหลังความหลอน หนังผีไทยกลิ่นอายฮ่องกง ชวนไปร่วมลุ้นระทึก
จากนิยายออนไลน์สู่ภาพยนตร์สืบสวน สยองขวัญ สำหรับ ภาพยนตร์ “ผีเบล (Bryan Bell)” ที่ร่วมทุนสร้างระหว่างไทย-ฮ่องกง โดยฟิล์มเฟรม โปรดักชั่นส์ ร่วมกับ นิวสไมล์แลนด์ โปรดักชั่นส์ ผู้ผลิตภาพยนตร์ชั้นนำของฮ่องกง ภายใต้การกำกับ ของ สตีเฟ่น ยิป ผู้กำกับชาวฮ่องกงมากประสบการณ์กว่า 40 ปี มีผลงานภาพยนตร์และละครโทรทัศน์กว่า 30 เรื่อง และเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้กำกับ
โดย “ผีเบล (Bryan Bell)” เป็นเรื่องราวของหญิงสาวสวยผู้พิการทางสายตากับสุนัขโดเบอร์แมน ชื่อ ไบรอัน ที่ได้ถูกฆ่าตายเมื่อ 5 ปีก่อน แถวๆ ร้านบาร์ชนบทในประเทศไทย โดยในขณะนั้นผู้ต้องสงสัย คือ คนจรจัด ที่ถูกตำรวจจับในข้อหานี้ ก่อนจะฆ่าตัวตายวันถัดมา
5 ปีต่อมาในปัจจุบัน เรื่องดังกล่าวถูกพิมพ์ลงในหน้าเพจออนไลน์และมีผู้ติดตามมหาศาล โดยเรื่องนี้ถูกตีแผ่ออกมาว่า แท้จริงแล้วฆาตกรที่แท้จริง คือ หนึ่งในนักร้องนักดนตรีในวงซันชายแบนด์ ซึ่งมีทั้งหมด 5 คน เบลแอบชอบนักร้องนำในวงและสนิทสนมกับทุกคน คนที่เขียนออนไลน์เรื่องนี้รู้ความจริงได้อย่างไร หรือผีเบลเป็นคนเขียน ทั้งหมดจึงเดินทางมาที่บาร์ชนบทในประเทศไทยซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ และพบว่าคนเขียนคือบุคคลที่เราคาดไม่ถึง
ทั้งนี้ทีมนักแสดงจาก“ผีเบล (Bryan Bell)” ได้แก่ นิกี้ วรินท์รัตน์ ยลประสงค์ , เอ็นเจ ดั่งปั้น ไมเคิล โทมเสน, แจ๊ค แบล็คแจ๊ค หรือจารุพงศ์ กล้วยไม้งาม, กิ่ง อารียา ผลฟูตระกูล และปุณ ศิริปัญญา จันทิหล้า ได้มาเปิดใจถึงความสยองขวัญของภาพยนตร์ “ผีเบล (Bryan Bell)” กับมติชนออนไลน์ให้ฟังว่า
เรื่องนี้ความหลอนขนาดไหน?
นิกี้ : “ถ้าพูดในส่วนของเนื้อเรื่อง ตอนนี้คนจะเข้าใจว่าผีเบลเป็นหนังผี จริงๆ แล้วแนวของหนังเรามองว่าเป็นหนังแนวสืบสวนสอบสวน แต่ว่าแต่อยู่ในธีมสยองขวัญ ซึ่งผีที่ออกมาในเทรลเลอร์ที่เห็นกันไป จะเป็นผีจริงหรือเปล่าก็ไปดูกันในโรงภาพยนตร์ค่ะ”
เรื่องนี้ร่วมงานกับทีมงานฮ่องกง เป็นยังไงบ้าง?
แจ๊ค : “เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ร่วมทุนกันระหว่างไทยกับฮ่องกง ที่ไทยก็คือทางฟิล์มเฟรม โปรดักชั่นส์ และที่ฮ่องกงก็คือมิสเตอร์สตีเฟ่น ยิป ที่เป็นคนฮ่องกงและเป็นนักแสดงเก่า รวมถึงเฮดทั้งหลายที่มาร่วมถ่ายทำก็เป็นชาวฮ่องกงทั้งหมด แจ๊คกับน้องกิ่งก็มีประสบการณ์การทำงานกับคนจีนมาแล้ว ก็พอเข้าใจว่าเขาจะมาทรงไหน”
เอ็นเจ: “ความรู้สึกคือ เขาทำงานกันเร็ว ก็มีส่วนดีต่างกันไปจากของไทย แล้วทางผู้กำกับเขาค่อนข้างจะฟิกเรื่องเวลานิดนึง ต้องรวดเร็ว”
ปุณ : “ผมว่าสิ่งที่ผู้กำกับต้องการค่อนข้างชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำการแสดงออกไปแล้วมันใช่ เขาก็จะคัตเลย ไม่มีการปล่อยให้เล่นยาวออกไป และเรื่องมุมกล้องก็จะเป็นกลิ่นอายของฮ่องกง”
นิกี้: “ส่วนตัวพอเราเคยทำงานกับคนต่างชาติมา เราก็รู้สึกว่าแต่ละประเทศเขาก็มีความแตกต่างกันไป หรืออาจจะแล้วแต่คนไปด้วยที่เราประสบพบเจอมา สำหรับคนฮ่องกงรู้สึกว่าการทำงานกับเขาก็มีส่วนที่เขาเคี่ยวบ้าง ถ้าเกิดว่ามันเกินเวลานิดหน่อยก็จะเริ่มเสียงดัง มันก็เป็นเรื่องของเวลาที่ต้องฟิกมากจริงๆ”
แจ๊ค: “แล้วก็มุมมองเรื่องของทางกล้อง แสง และภาพด้วย”
อย่างตอนนี้ตลาดหนังผีไทยกำลังคึกคักเลย เรื่องนี้จะมีความแตกต่างยังไงที่จะดึงดูดให้ผู้ชมเข้าไปชม?
เอ็นเจ: “ความแตกต่างน่าจะอยู่ที่ตัวภาพ เพราะว่าหนังเรื่องนี้มีกลิ่นอายของฮ่องกงมากๆ เลย ผมก็คิดว่าก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่อยากให้ทุกคนลองเปิดใจดู”
กิ่ง: “ชื่อเรื่องผีเบล แต่เอาจริงๆ อยากให้ทุกคนที่ไปดู ไปร่วมค้นหากันว่าเบลที่ตายไป ตายไปเพราะว่าใครเป็นคนฆ่ามากกว่า มันไม่ได้เป็นหนังผีแบบจังหวะตุ้งแช่ ( (Jump Scare)
แจ๊ค: “มันเป็นเรื่องที่ปมของตัวละครแต่ละตัว รวมถึงสาเหตุแรงจูงใจที่เกิดการทำผิดกันเกิดขึ้น เกิดความไม่ไว้ใจกันเกิดขึ้น มันเป็นรัก โลภ โกรธ หลงทั่วไปเลย ที่คนสามารถทำได้ง่ายและมันรีเลตในเรื่องของอารมณ์ร่วมกัน”
บทบาทของแต่ละคนท้าทายยังไงบ้าง?
นิกี้ : “นิกี้ รับบทเป็น เบล ตัวเบลจะพิการทางสายตา เป็นสาวตาบอดแต่ไม่ได้บอดสนิท ยังคงเห็นได้บ้างแบบจางๆ ลางๆ ซึ่งมันก็จะยากตรงเรื่องของการหาข้อมูลนิดนึง เพราะว่าเราก็ไม่ได้มีผู้พิการทางสายตาอยู่ใกล้ตัวเลย รวมถึงไปดูคลิปที่เขาตาบอด ก็จะแตกต่างจากที่เราคิดไว้ประมาณนึง เพราะว่าด้วยความที่เบลเขาไม่ได้ตาบอดสนิท ก็จะยากนิดหนึ่งในส่วนของการแสดง
แสดงว่าก็ทำการบ้านหนักพอสมควร?
นิกี้: “ใช่ค่ะ พยายามหาข้อมูลเท่าที่หาได้แล้วจริงๆ ว่าต้องแสดงออกมายังไง คือหนังเรื่องนี้จะแบ่งเป็น 2 พาร์ต คือพาร์ต 5 ปีก่อนที่เบลจะเสียชีวิต กับ 5 ปีถัดมาก็จะแตกต่าง รวมไปถึงของทุกคนเลย ตัวเบลเองก็จะพูดน้อยในช่วงพาร์ตแรก พาร์ตที่สองอยู่ๆ ก็พูดเยอะ ใส่อารมณ์ไปเลย”
แจ๊ค: “แจ๊ค รับบท เป็น เฟรม อย่างที่น้องนิกี้พูดไป มันจะมีพาร์ตก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุทุกคนก็จะมีความเป็นเด็ก ดูมีความสดใส มีความแบบเป็นกลุ่มแก๊งเพื่อน แต่พอตอนที่ต่างคนต่างแยกย้ายด้วยประเด็น พอกลับมาจะมีความระแวง มีความเติบโตขึ้นก็จริง แต่จะมีความระแวงในส่วนตัวของแต่ละคน มันจะต้องทำการบ้านตรงที่ว่าจะดีไซน์คาแร็กเตอร์ 2 ช่วงนี้ให้แตกต่างชัดเจนได้อย่างไร”
อย่างบทบาทของแจ๊คต้องทำการบ้านหนักแค่ไหน?
แจ๊ค : “ด้วยความที่ตัวเฟรมเองเป็นนักร้องนำอยู่แล้วจะรีเลตความเป็นแจ๊คอยู่แล้ว แต่ด้วยความตัวเฟรมก่อนเกิดเหตุจะดูมีความมีชีวิตชีวา แต่พอตอนที่เกิดเหตุแล้วกลับมารวมตัวกัน จะมีความระแวงในตัวสูงมากและจะมีความลุกลี้ลุกลน มีความกลัวว่าความลับจะหลุด กลัวว่าทุกคนจะรู้ความลับ เพราะเราทุกคนเชื่อว่าเป็นคนฆ่าเบล รวมถึงตัวเราเองด้วย เราก็เลยกลัวว่าความลับจะหลุด เพราะนอกจากผีเบลที่จะกลับมาแล้ว ก็จะมีตัวละครอีกตัว คือ ฟรอยด์ (ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์) รับบท เชน เป็นตำรวจเข้ามาในช่วงกลางเรื่อง ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างมันมีความอีรุงตุงนังมากขึ้น”
เอ็นเจ: “เอ็นเจ รับบทเป็น เรย์ ช่วง 5 ปีแรกจะเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง พูดน้อย และในกลุ่มของวงนี้จะเป็นคนที่โดนแกล้งตลอดแล้วไม่สู้กลับ เลยโดนแกล้ง แต่ว่าช่วง 5 ปีหลัง มันค่อนข้างที่จะแตกต่าง ผิดจากเดิมไปเลย”
กิ่ง: “กิ่ง รับบทเป็น มีน ในช่วง 5 ปีแรกก่อนเกิดเหตุการณ์ฆาตกรรม ก็เป็นช่างภาพและมาเจอกับวงซันชายแบนด์ แล้วเราก็ถ่ายรูปให้เขา จนได้มาสนิทกับวงนี้และได้แต่งงานกับเฟรม ก็คือแจ๊ค แล้วมันก็คือจุดเริ่มต้นของตัวมีนที่เกิดความอิจฉา รัก และหวงตัวเฟรม”
ปุณ: “ปุณ รับบทเป็น โทนี่ ก็จะมีในเรื่องของการไปเล่าเรียนคีย์บอร์ด เพราะในวงผมเล่นคีย์บอร์ด ก็ค่อนข้างไกลตัวนิดนึง เพราะเล่นไม่เป็นเลย ส่วนในคาแร็กเตอร์ที่มันต่างกันกับ 5 ปีก่อนแบบสุดขั้ว เพราะตอนในอดีตไม่กลัวเรื่องผี เรื่องวิญญาณ หรือสิ่งลี้ลับเลย แต่ว่าตัวละครทุกตัวมันไปทำอะไรบางอย่างมา ซึ่งตัวโทนี่เองก็ไปทำอะไรบางอย่างมา ก็เลยกลายเป็นคนกลัวผีขึ้นสมองเลย พอมาปัจจุบันก็คอยมีพระ คอยให้มีลูกประคำ คอยเชื่อนู่นนี่นั่น อะไรแก๊กก๊อกก็ร้องโวยวาย กลายเป็นคนขี้กลัว”
การได้มาร่วมงานกับทีมงานฮ่องกงรวมถึงผู้กำกับมีความกดดันขนาดไหน?
แจ๊ค: “ผมว่าถ้าคนที่ไม่เคยชินก็จะตกใจ เพราะว่าเขาเสียงดัง แล้วคนฮ่องกง คนจีน ก็จะมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องความที่เราจะมองเขาว่ามีความห้าวหาญเล็กๆ แต่จริงๆ เขาเป็นคนแบบนั้นไม่ได้มีอะไร แล้วก็มีความซีเรียส มีความจริงใจมากๆ แต่ว่าทุกอย่างก็เป็นเหตุเป็นผล และโชคดีที่เรามีการเคลียร์บทไปในตัว เพราะบางทีบทมันถูกเขียนจากทางฮ่องกงและคำศัพท์บางคำรวมถึงวิธีการพูดบางประโยค บางไดอะล็อก ซึ่งก็มีการมาเคลียร์กับผู้กำกับก่อนเพื่อที่จะเข้าใจถึงบริบทของมันให้เข้าใจตรงกัน”
คาดหวังยังไงกับเรื่องนี้?
เอ็นเจ: “ก็คาดหวังให้ทุกคนลองเปิดใจ เพราะอย่างที่บอกมันมีความกลิ่นอายฮ่องกงจ๋าเลย อยากให้ทุกคนเปิดใจ เพราะว่ามันเป็นแนวสอบสวนสืบสวนด้วย”
ปุณ : “ผมว่ามันมีความสนุกของเรื่องมันอยู่แล้ว ใครที่ชอบหนังสไตล์ฮ่องกง หรือแนวคลาสสิคยุค 90 หน่อย ทุกคนจะได้กลิ่นอายแน่นอน แต่ว่าหนังก็ยังเป็นหนังในยุค 2025”
แจ๊ค: “หมายถึงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น ยุคปัจจุบัน แต่แค่มุมมองบนสีต่างๆ หรือมุมกล้องมีความเฉพาะตัวของมิสเตอร์สตีเฟ่น ยิป เลยเชื่อว่าใครเห็นก็จะรีเลตกับสิ่งที่เราเคยเห็น ความเป็นฮ่องกงผมว่ามันชัดเจนมากๆ นี่แหละเป็นพอยต์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างจากหนังไทยในตอนนี้ ซึ่งผีเบลก็ไม่ใช่หนังผีด้วย เป็นหนังสืบสวน-ฆาตกรรมที่เป็นในเชิงสยองขวัญมากกว่า”
ผู้ชมจะต้องเตรียมตัวยังไงก่อนที่เข้าไปชมเรื่องนี้?
ปุณ: “ทำสมองให้โล่งๆ เพราะในหนังมันจะมีหลายๆ เรื่องที่มันดูซับซ้อน แล้วก็จะค่อยๆ เข้าไปในสมองเรื่อยๆ สุดท้ายพอสมองเต็มปุ๊บเรื่องมันจะคลี่คลายเลย”
แจ๊ค: “ก็อย่างที่ปุณว่า ให้ปล่อยหัวโล่งๆเข้าไป คำว่าปล่อยหัวให้โล่ง ไม่ใช่คำที่ไม่ดีนะ แต่หมายถึงว่าเข้าไปดูและค่อยๆ เข้าไปซึมซับในสิ่งที่หนังพาเราไปดู ความซับซ้อนของในแต่ละตัวละคร และบางอย่างผมเชื่อว่าคนดูอาจจะชอบ หรืออาจจะไม่ชอบ แต่รวมๆ ออกมาแล้ว ผมว่าสิ่งที่เห็นก็จะแตกต่างกันเอง”
เอ็นเจ: “ก็ฝากหนังด้วยเช่นกันครับ ผมอยากให้ทุกคนไปดู ผมอยากให้คนดูลองเปิดใจ เพราะด้วยความที่มันเป็นสไตล์ฮ่องกง ผมอยากให้ทุกคนเปิดใจแบบกว้างๆ เลย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีมนักแสดง ‘ผีเบล’ เปิดเบื้องหลังความหลอน หนังผีไทยกลิ่นอายฮ่องกง ชวนไปร่วมลุ้นระทึก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th