โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดุสิตธานียันธุรกิจแกร่ง ‘ศุภจี’ ออก ไม่กระทบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ย 2568 เวลา 01.06 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2568 เวลา 00.01 น.

“ดุสิตธานี” เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่ง เผย “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ซีอีโอหญิงเก่งโบกมือลาไปนั่งตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ ไม่กระทบ บอร์ดแต่งตั้ง “ชนินทธ์ โทณวณิก” ทายาทคนโตรักษาการประธานกรรมการควบตำแหน่งซีอีโอ เผยโครงสร้างธุรกิจ สู่ผู้นำ “Hospitality Ecosystem” โรงแรม ศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม

นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี เปิดเผยว่า บริษัทได้รับแจ้งจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (ซีอีโอ) บมจ.ดุสิตธานี เพื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งตนรักษาการประธานกรรมการ และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มควบอีก 1 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการและนโยบายต่าง ๆ ในระยะเปลี่ยนผ่าน สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น โดยยืนยันว่าการขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดจากตำแหน่งซีอีโอของนางศุภจี จะไม่กระทบการดำเนินงานของกลุ่มดุสิตธานี เนื่องจากบริษัทได้ก้าวผ่านการวางรากฐานอย่างแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเติบโตอย่างมั่นคงภายใต้บริบทใหม่เรียบร้อยแล้ว

ผู้นำ Hospitality Ecosystem

นายชนินทธ์กล่าวว่า ดุสิตธานีในวันนี้ไม่ใช่แค่บริษัทโรงแรม แต่เป็นองค์กรที่กำลังปรับตัวสู่การเป็นผู้นำด้าน “Hospitality Ecosystem” ครอบคลุมทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียม ภายใต้โครงการใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท ณ ที่ตั้งเดิมของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์มากว่า 50 ปี

“โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นอย่างเป็นเอกฉันท์ และเริ่มดำเนินการก่อนเกิดโควิด-19 เมื่อเผชิญกับวิกฤตโรคระบาดที่ยืดเยื้อนานเกือบ 3 ปี ทำให้การก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนเดิมราว 2 ปีเต็ม ในช่วงนั้นไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่เราเลือกที่จะยืนหยัดบนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้คนมีต่อดุสิตธานี” นายชนินทธ์กล่าวและว่า แม้ในช่วงโควิด บริษัทยังสามารถขายคอนโดฯในโครงการได้ถึง 46% สะท้อนถึงศรัทธาในแบรนด์และศักยภาพของทีมงานอย่างชัดเจน

ดุสิตธานี

ขยายอาณาจักรสู่ 5 กลุ่มธุรกิจ

นายชนินทธ์กล่าวว่า แม้บริษัทจะไม่มีการจ่ายปันผลนานถึง 5 ปี และมีข่าวลือถึงผลขาดทุนสะสมระดับพันล้านบาท แต่ผู้บริหารยืนยันว่าดุสิตธานีเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่บริษัทโรงแรมไทยที่ไม่เคยเพิ่มทุนในช่วงวิกฤต และยังสามารถขยายธุรกิจไปในระดับสากล

จากโรงแรมที่เคยมีแค่ 27 แห่ง ปัจจุบันบริษัทบริหารโรงแรมกว่า 297 แห่งใน 18 ประเทศ โดยเน้นการเติบโตผ่านการบริหารจัดการ ไม่ใช่การลงทุนโดยตรงทั้งหมด พร้อมขยายจาก 2 กลุ่มธุรกิจหลัก (โรงแรมและการศึกษา) สู่ 5 กลุ่ม ประกอบด้วย ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอาหาร และธุรกิจบริหารจัดการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

นายชนินทธ์กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบริษัท หากแต่เป็นก้าวต่อเนื่องจากแนวทางที่ครอบครัวได้ปฏิบัติมาโดยตลอด ทั้งจากบทบาทของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง ที่อุทิศตนเพื่อสังคมมายาวนานกว่า 45 ปี และมีบทบาทในสมาคมโรงแรมตั้งแต่อายุยังน้อย

“สิ่งที่บริษัททำไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นภารกิจที่ทำเพื่อสังคมมาตลอด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และแนวทางที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นของครอบครัวผู้ก่อตั้ง ในวันที่องค์กรต้องเผชิญกับทั้งโอกาสและความท้าทายครั้งใหญ่” นายชนินทธ์กล่าวและว่า

ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนั้น นางศุภจีได้เข้ามาร่วมบริหารงาน และเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันโครงการต่าง ๆ จนเกิดผลเป็นรูปธรรม แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาแรงงาน ไปจนถึงต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่ดุสิตธานียังคงยืนหยัดเดินหน้าต่อไปบนรากฐานของความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อส่วนรวม

เติบโตแข็งแกร่งบนรากฐานที่มั่นคง

ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดุสิตธานี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก และสามารถทำให้ดุสิตธานีเป็นหมุดหมายที่สำคัญของประเทศไทยจากนักเดินทางทั่วทุกมุมโลก

ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าของดุสิตธานี ที่ร่วมแรงร่วมใจฝ่าฟันวิกฤต รวมทั้งปัจจัยท้าทายจนทำให้แบรนด์ดุสิตธานีเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

สำหรับการดำเนินงานของกลุ่มดุสิตธานีหลังจากนี้ จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากแผนงานเดิมที่ได้ถูกวางรากฐานไว้อย่างมั่นคงตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจอาหาร และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท ที่จะเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้

“ขอให้ผู้ลงทุน ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง มั่นใจและเชื่อมั่นในสิ่งที่ดุสิตธานีดำเนินการมาโดยตลอด และอยากให้ทุกคนมั่นใจว่าสิ่งที่ถูกส่งต่อและวางไว้บนมือของผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มดุสิตธานี หลังจากนี้คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของดุสิตธานี บนรากฐานที่มั่นคงที่ทุกคนร่วมกันสร้างไว้ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา” นางศุภจีกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดุสิตธานียันธุรกิจแกร่ง ‘ศุภจี’ ออก ไม่กระทบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...