โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิเทศวิถี : เดินเกมส์การทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เดินเกมส์การทูตเชิงรุก

ปกป้องผลประโยชน์ไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวต่างชาติในไทยเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และยิ่งเมื่อถูกนำไปขยายผลผ่านโลกออนไลน์ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายผ่านมือถือ ทำให้หลายเรื่องหลายราวยิ่งลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว ปลุกกระแสความไม่พอใจจนกระทั่งลามไปเป็นความเกลียดชัง ทั้งที่เรื่องราวจำนวนมากที่เป็นต้นเหตุของปัญหาในลักษณะนี้ มักจะมาจากพฤติกรรมของคนเพียงบางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น แต่เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอ มันก็มักจะกลายเป็นการเหมารวมไปทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ถูกต้องเท่าใดนัก

อิทธิพลของโลกโซเชียลทำให้คนบางคนกลายเป็นคนดังได้ในชั่วข้ามคืน แต่ก็ทำให้คนหมดที่ยืนได้ในชั่วพริบตาเช่นกัน และบางคนเพียงเพราะอยากได้ยอดวิว ก็อาจทำพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่ถูกไม่ควรนัก
เช่นที่เมื่อเร็วๆ นี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอลถูกเพจเฟซบุ๊ก “ไทยไม่ทน” นำภาพกิจกรรมของสถานทูตที่่มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “ทุกเรื่องเมืองยิว” ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กทางการของสถานเอกอัครราชทูต เกี่ยวกับการเผยแพร่อาหารไทยและตราสัญลักษณ์ Thai Select ซึ่งสถานทูตร่วมกับกลุ่มกองทุนแม่บ้านประจำอิสราเอลจัดขึ้น ในภาพมีนายบุญญฤทธิ์ วิเชียรพันธุ์ เอกอัครราชทูตและคณะผู้แทนไทยในอิสราเอลจากหลายหน่วยงาน รวมถึงเชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม ผู้ชนะรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ที่ไปสาธิตการทำอาหารไทยให้ชาวอิสราเอลและชาวไทยได้ชมและชิม เพื่อส่งเสริมอาหารไทยในอิสราเอล ถูกเฟซบุ๊ก “ไทยไม่ทน” นำไปปรับแก้ ลบตราสัญลักษณ์ Thai Select ออก แล้วนำภาพธงชาติอิสราเอล 2 ผืนไปใส่แทนแทน พร้อมคำบรรยายทำนองว่า คนไทยในอิสราเอลต่อต้านกระแสความคิดของคนไทยในประเทศ เกี่ยวกับการต่อต้านคนอิสราเอลในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ อย่างชัดเจน

หรืออย่างกรณีเมื่อราวหนึ่งเดือนก่อนที่หญิงจีนรายหนึ่งไปโพสต์บน Weibo ว่าถูกสตาฟฟ์ทำร้ายร่างกายขณะเข้าร่วมกิจกรรมในไทย ทำให้สถานเอกอัครราชทูตจีนออกแถลงการณ์ปกป้องพลเมืองของตนหลัง GMMTV ออกมาขอโทษและสั่งพักงานสตาฟฟ์ ก่อนที่นักสืบโซเชียลจะออกมาเปิดเผยข้อมูลอีกด้านซึ่งเหมือนหนังคนละม้วน แม้สุดท้ายทั้งคู่ต่างถอนแจ้งความและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดี แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้คนไทยไม่พอใจอย่างมากและตามไปคอมเมนต์ในเพจของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยอย่างล้นหลาม

หลังจากนั้นไม่นาน เกิดเหตุวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อซาแซงจีน 22 คนที่ติดตามดาราไม่ยอมทำตามกฎ พยายามบุกเข้าไปในห้องรับรองทั้งที่ไม่มีสิทธิ และสร้างความวุ่นวายในสนามบินจนถูกกักตัวไม่ให้ขึ้นเครื่อง ก่อนที่จะไปโพสต์บน Weibo ว่าถูกเจ้าหน้าที่สนามบินเหยียดเชื้อชาติ กลายเป็นดราม่าร้อนแรงในจีนอีกรอบ จนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดและลงโทษเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว

หลากเรื่องหลายราวบนโลกโซเชียลกลายมาเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของทั้งคนไทยและคนจีน จนกระทั่ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตนรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพราะมีหลายประเด็นที่ทำให้เกิดกระแสในหมู่คนไทย และได้เคยบอกท่านทูตว่าเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ต้องออกมาพูดชี้แจงไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์ของฝ่ายจีนอย่างเดียว ต้องทำความเข้าใจ เพราะหน้าที่หลักของทูตคือส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่งเสริมความเข้าใจที่ดีระหว่างประชาชน

ต้องยอมรับว่า การให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลของนายสีหศักดิ์ในครั้งนั้นเรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก เพราะน้อยครั้งที่จะได้เห็นการตอบคำถามเช่นนี้จากรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่ก็เป็นการพูดที่ตรงจุดภายใต้ความต้องการให้ความรู้สึกของประชาชนและความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศไม่ร้าวฉานมากไปกว่านี้ จากการกระทำของคนเพียงไม่กี่คน

อีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนไทยและถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ คือการเข้ามาอยู่ในไทยของชาวอิสราเอล โดยไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอิสราเอลมาอย่างยาวนาน แต่ในระยะหลังมีการกระจุกตัวในบางพื้นที่และตั้งชุมชนของตนเองขึ้น ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่ามีพฤติกรรมไม่เคารพกฎระเบียบและวิถีชีวิตของชุมชน ทำธุรกิจผ่านนอมินี กระทั่งส่งผลกระทบกับคนในพื้นที่

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ได้หารือกับ นางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องที่คนไทยกังวลและห่วงใยในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคนอิสราเอลที่อยู่ในไทย โดยย้ำว่าไทยไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เราเปิดรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาติไหนจะทำอะไรก็ได้ ต้องเคารพประเพณีและค่านิยมของประเทศนั้นๆ ซึ่งไม่ได้เหมารวมว่าเป็นการกระทำของชาวอิสราเอลทั้งหมด สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รายได้แต่ต้องเคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทยด้วย

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ทูตอิสราเอลระบุว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจและจะมีการทำเอกสารเพื่อให้ข้อมูลสำหรับชาวอิสราเอลที่จะมาท่องเที่ยวในไทยต่อไป และในเวลาต่อมา ท่านทูตอิสราเอลยังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไทย พร้อมยืนยันว่า คนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวอิสราเอลหรือคนชาติใดก็ตามก็ต้องได้รับโทษภายใต้กฎหมายไทยเช่นกัน

เหล่านี้เป็นตัวอย่างของกระแสความไม่พอใจต่อการประพฤติตัวของชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย แต่กลับมีพฤติกรรมไม่เคารพกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลก็เพิ่งมีมติทบทวนการยกเว้นวีซ่าให้กับชาวต่างชาติจาก 93 ประเทศ ที่เคยพำนักอยู่ในไทยสูงสุด 60 วัน เหลือเพียง 30 วัน โดยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการสกัดกั้นกลุ่มทุนเทาหรืออาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวเข้ามาในคราบนักท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มที่อาศัยฟรีวีซ่าเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย

การแก้ไขปัญหาด้วยการเสนอให้ลดจำนวนการพำนักของนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 30 วัน ก็เป็นข้อริเริ่มของนายสีหศักดิ์เช่นกัน ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีบางส่วนที่หวั่นเกรงว่าการลดจำนวนการพำนักในไทยจะส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomad แต่เมื่อคำนึงถึงภาพรวมและการศึกษาที่ยืนยันว่า นักท่องเที่ยวทั่วไปส่วนใหญ่ก็มักจะพำนักในไทยไม่เกิน 30 วันอยู่แล้ว บวกกับการรักษาความมั่นคงภายในประเทศท่ามกลางโลกที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน การตัดสินใจนี้จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความเป็นจริง

การทำงานเชิงรุกของนายสีหศักดิ์ปรากฎให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ก่อนหน้านี้ได้ให้สัมภาษณ์กับวอชิงตันโพสต์ สื่อสหรัฐอย่างตรงไปตรงมาถึงมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐ โดยแสดงความผิดหวังต่อท่าทีของสหรัฐต่อไทย จากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสงครามในอิหร่าน หรือการเดินทางไปเยือนโอมานเพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากที่เรือสัญชาติไทยติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซในเดือนเมษายน เช่นเดียวกับที่เพิ่งไปยือนประเทศไนจีเรียและเอธิโอเปียเมื่อปลายเดือนสิงหาคม เพื่อฟื้นนโยบาย Thailand-Africa Initiative (TAI) ในการหาตลาดใหม่ให้กับไทยอย่างเป็นรูปธรรม หรือการมาเข้ารับหน้าที่ประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ เป็นเอกภาพมากขึ้น

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการทูตเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไทย ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความปั่วป่วนวุ่นวายและปัญหามากมายที่เกิดขึ้นบนโลก ไม่ได้เพียงแต่ทำงานตามกระแส ไร้ยุทธศาสตร์ หรือทำเพียงแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ

ท่ามกลางโลกที่โซเชียลมีเดียครอบงำสังคม การปลุกปั่นเรื่องต่างๆ การวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่รู้จริง หรือการใช้อคติตลอดจนความเชื่อเป็นธงนำ สิ่งเหล่านี้ไม่อาจช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ การต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว แต่หากแยกไม่ออกระหว่างคนที่ตั้งใจทำงาน กับคนสร้างเรื่องสร้างกระแส และคนที่เลือกแต่จะวิจารณ์โดยไม่เคยลงมือทำอะไรจริงไม่ได้ ก็ได้แต่เศร้าใจกับอนาคตของประเทศสารขันธ์เสียจริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิเทศวิถี : เดินเกมส์การทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...