โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ‘ สั่ง บอร์ด Connect the Dots สกัดเงินเทาใน 30 วัน

The Reporters

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เอกนิติ‘ สั่ง บอร์ด Connect the Dots ขีดเส้นเชื่อม 7 หน่วยงานหลัก สกัดเงินเทาใน 30 วัน ตรวจสอบเส้นเงิน - อายัดบัญชีรวดเร็วขึ้น

วันนี้ (15 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2 ปี 2569 หรือ บอร์ด Connect the Dots เปิดเผยว่า ที่ประชุมมอบหมายให้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังรับหน้าที่จัดทำแผน (Masterplan) ในการทำฐานข้อมูลกลาง บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับการป้องกันความเสี่ยงธุรกรรมการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามเส้นเงิน และทำให้การอายัดทรัพย์สินทำได้รวดเร็วขึ้น

โดยหน่วยงานที่จะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกันประกอบด้วย 7 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ,สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมธนาคารไทย ให้เข้ามาบูรณาการเชื่อมโยงเป็นจุดเดียว โดยจะเคาะทั้งรูปแบบ และกรอบงบประมาณของโครงการให้ชัดเจนภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ การจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวนอกจากจะช่วยเรื่องธุรกรรมทางการเงินแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังนำไปต่อยอดยกระดับการประเมินสินเชื่อ ช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ขาดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ และการบริการทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ยังเป็นการวางรากฐานการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศให้มีมาตรฐาน และความปลอดภัยสูงขึ้น เพื่อสกัดกั้น และปิดทุกช่องทางในการไหลผ่านของเงินเทา และกระบวนการสแกมเมอร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่ระบบอัตโนมัติ (Automated Data Sharing) จากเดิมที่เป็นการประสานงาน และส่งข้อมูลแบบเฉพาะหน้า (ad-hoc) หรือการกรอกข้อมูลด้วยมือ (manual) ไปสู่การดีไซน์ระบบกลางที่สามารถแชร์และส่งข้อมูลระหว่างกันได้โดยอัตโนมัติ รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง

โดยระบบจะแชร์ข้อมูลในลักษณะนิรนาม (Anonymous) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล แต่เปิดให้เห็นทิศทาง และเส้นทางการไหลของเงิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตาม วิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึก และอายัดบัญชีต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียนเข้ามา

เพื่อลดขั้นตอนความซับซ้อนของประชาชน ระบบใหม่จะทำการเชื่อมข้อมูลในทุกช่องทางการรับแจ้งเหตุเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะแจ้งผ่านสายด่วน 1441, สถานีตำรวจ หรือธนาคารพาณิชย์ โดยจะรวมเป็น "Case ID" เดียวกันในฐานข้อมูลกลาง ทำให้ประชาชนไม่ต้องแจ้งเคสซ้ำหลายแห่งหลายหน่วยงาน

นอกจากนี้ จะมีการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบทั้งการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสถานะเชิงลึก (EDD) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) เพื่อตรวจจับธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับรายได้หรือโปรไฟล์ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยการตรวจสอบ และสั่งอายัดบัญชี จะยึดหลักการตามเส้นทางเงินไม่ว่าปลายทางของเงินจะถูกโอนไปยังกลุ่มนอมินี หรือผู้เปลี่ยนสัญชาติหรือไม่ก็ตาม

สำหรับการป้องกันบัญชีของประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกอายัด จากการต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนการหลอกลวง เพียงประชาชนนำหลักฐานมาชี้แจงที่มาของเงินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หน่วยงานจะดำเนินการปลดล็อกบัญชีให้ทันที

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการคลัง และ ธปท. ยังได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าทองคำในการจัดทำมาตรฐาน และบังคับใช้กฎหมายกำกับดูแลธุรกรรมทองคำเพื่อปิดช่องทางการถ่ายเทเงินเทาด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...