โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮั้ว สว.แค่ทางผ่าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 กันยายน 2569 เวลา 5.44 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลพวงคดีฮั้ว สว. มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ฟังๆ ดูแล้วสยองอยู่เหมือนกันครับ

โดยเฉพาะคนที่เป็นโจทก์ เป็นจำเลย ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล

มิได้มีเจตนาที่จะไปละเมิดอำนาจศาลอะไรหรอกครับ

แค่สงสัยตามประสาคนอยากรู้

ก็เห็นอดีตผู้พิพากษาหลายคนให้ความเห็นคดีฮั้ว สว. ไปคนละทิศละทาง

ทั้งๆ ที่อ่านสำนวนเดียวกัน

คดีเดียวกันแต่ความเห็นต่างกัน ๓๖๐ องศา ก็อดคิดไม่ได้ว่า คดีความในโรงในศาล นอกจากสู้กันด้วยหลักฐาน ด้วยข้อกฎหมายแล้ว ยังต้องลุ้นว่าไปเจอผู้พิพากษาที่มีมุมมองคดีแบบไหนอีกต่างหากหรือเปล่า

นาทีนี้ไม่รู้ถามใครก็ต้องพึ่งพา AI ครับ

ป้อนคำถามไปว่า คดีเดียวกัน หลักฐานเดียวกัน มีโอกาสที่ผู้พิพากษาแต่ละคนจะวินิจฉัยคดีแตกต่างกันหรือไม่

ได้คำตอบมายาวเฟื้อย…

คำตอบคือมีโอกาสแตกต่างกันอย่างแน่นอน

แม้จะเป็นคดีเดียวกันและใช้พยานหลักฐานชุดเดียวกันก็ตามในทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

เหตุผลที่ผู้พิพากษาแต่ละท่านอาจวินิจฉัยหรือพิพากษาคดีออกมาไม่เหมือนกัน เกิดจากปัจจัยสำคัญหลายประการ ดังนี้

ดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน (Discretion): กฎหมายให้อำนาจผู้พิพากษาในการใช้ดุลพินิจว่า พยานปากไหนน่าเชื่อถือกว่ากัน หรือหลักฐานชิ้นไหนมีน้ำหนักหักล้างกันได้ ซึ่งมุมมองต่อความน่าเชื่อถือของพยาน (เช่น ท่าทาง คำให้การ) ของผู้พิพากษาแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน

การตีความตัวบทกฎหมาย (Statutory Interpretation): ถ้อยคำในกฎหมายบางครั้งมีความคลุมเครือ หรือมีช่องว่างให้ต้องตีความเจตนารมณ์ ผู้พิพากษาท่านหนึ่งอาจตีความตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัด ในขณะที่อีกท่านอาจตีความโดยเน้นบริบททางสังคมหรือเจตนารมณ์ของกฎหมาย

ประสบการณ์และมุมมองส่วนบุคคล (Judicial Philosophy): ประสบการณ์ชีวิต องค์ความรู้รอบตัว และแนวคิดทางนิติศาสตร์ของผู้พิพากษาแต่ละท่าน (เช่น บางท่านเน้นการลงโทษเพื่อปราบปราม บางท่านเน้นการให้โอกาสเพื่อแก้ไขฟื้นฟู) มีผลต่อการพิจารณาโทษหรือชั่งน้ำหนักความยุติธรรม

การนำสืบและการซักค้านในศาล: แม้หลักฐานจะเหมือนกัน แต่ระบบศาลไทยใช้ระบบกล่าวหาในคดีอาญาและแพ่ง การหักล้างหรือวิธีนำเสนอของทนายความในชั้นศาลอาจทำให้ผู้พิพากษาแต่ละท่านมองเห็นภาพความจริงในคดีที่ต่างกันออกไป

ด้วยเหตุนี้ ในคดีสำคัญหรือคดีที่มีอัตราโทษสูง ระบบศาลจึงมักจะใช้ "องค์คณะผู้พิพากษา" (มีผู้พิพากษามากกว่า ๑ คน) ในการร่วมกันพิจารณาและออกเสียง เพื่อถ่วงดุลและป้องกันไม่ให้คำพิพากษาเกิดจากมุมมองส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่งเพียงอย่างเดียว

รวมถึงมี "ระบบศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา" เพื่อให้คู่ความสามารถคัดค้านดุลพินิจของศาลชั้นต้นได้นั่นเอง

ก็ตามนั้นครับ

กลับมาที่คดีฮั้ว สว. ก็จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

และจะมีประเด็นการเมืองเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ

ปลายทางคือ ล้มรัฐบาล และรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อยากล้มรัฐบาลก็ว่ากันไปครับ แต่การโทษว่าเป็นเพราะรัฐธรรมนูญทำให้ได้ สว.แบบนี้ ต้องถามก่อนว่า อ่านครบทุกมาตราหรือยัง

ตั้งแต่มาตรา ๑๐๗ ถึง มาตรา ๑๑๓ ได้ทำความเข้าใจหรือยัง

พวกที่อยากแก้รัฐธรรมนูญก็ที่เห็นๆ กันอยู่ พวกส้มจะแก้มากกว่าเรื่อง สว. ประเด็นนี้รับทราบกันดีอยู่แล้ว

อีกพวกเอาหล่อเอาเท่ อยากมีภาพเป็นนักประชาธิปไตย

ลองไปอ่านดูสิครับที่เถียงกันเรื่องฮั้ว สว. ปัญหามันมาจากตรงไหน

รัฐธรรมนูญเขียนเพียงกรอบกว้างๆ

แถมยังมีถ้อยความกำชับให้เลือกกันเองโดยสุจริตเที่ยงธรรม ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

แต่มันก็มีปัญหาครับ

ประเด็นเรื่องสาขาอาชีพว่ามีอะไรบ้าง วิธีเลือกไขว้ ล้วนอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.ทั้งสิ้น

กฎหมายลูกนี่แหละครับที่มีปัญหา

มาตรา ๑๑ มีอยู่ ๒๐ กลุ่มอาชีพ

เรื่องการสมัคร หลักฐานการสมัคร การเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ ล้วนอยู่ในกฎหมายลูก แล้วทำไมต้องโทษรัฐธรรมนูญ

ดุลพินิจและอำนาจของ กกต. ที่ด่ากันเละเทะ ถึงขั้นประกาศเล่นงาน กกต.ทุกศาลทุกช่องทาง ก็อยู่ในกฎหมายลูกเช่นกัน

ในหมวด ๔ การควบคุมการเลือกให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตั้งแต่ มาตรา ๕๘ ถึงมาตรา ๖๓ ก็เขียนเอาไว้ชัดเจน

ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมาย ก็ให้อำนาจ กกต.ส่งฟ้องศาล

ถ้าหลักฐานไม่เพียงพอ กกต.ก็สามารถใช้ดุลพินิจไม่ส่งศาลได้

มันไม่ใช่ว่า กกต.จะพิพากษาแทนศาลตามที่โหมล่าแม่มดกันอยู่

พรรคการเมืองนั่นแหละครับตัวดี เอาเรื่องนี้ไปบิดเบือนในสื่อโซเชียล ที่คนมักจะอ่านใจความไม่ครบบรรทัดกันอยู่แล้ว ให้เข้าใจผิดเข้ารกเข้าพง

ฉะนั้นถ้าอยากจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทิ้งก็อย่าเอาเรื่องนี้มาอ้าง

มันฟังไม่ขึ้น

จะรื้อหมวดพระมหากษัตริย์ จะเปลี่ยนสถานะพระมหากษัตริย์ ก็ว่ามาตรงๆ

ไม่ต้องทำตัวเป็นอีแอบ

มาถึงขั้นนี้ไส้กี่ขดมันรู้ทันกันหมดแล้ว

แต่ก็เผื่อพวกซื่อตาใสที่ไปเป็นแนวร่วมเพราะอยากสวยอยากหล่อจะได้ไหวตัวทัน

ครับ…ใครฮั้ว สว. จัดการให้เรียบ

ในส่วนที่ กกต.สั่งไม่ฟ้อง เมื่อมีประเด็นให้สงสัยก็ไปว่ากันต่อในสภาฯ

จากนี้ไปการเมืองล้วนๆ

แค่อย่าตีขลุมว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากรัฐธรรมนูญมรดกสืบทอดจากเผด็จการ

เพราะสุดท้ายไอ้คนพวกนี้นี่แหละครับจะรวมหัวกันเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...