ยื่น กมธ.สอบสรรหา ผอ.พอช. ส่อขัดมติ ครม. ดึง กมธ.สวัสดิการ ถกด่วน
7 กันยายน 2569 "พนิดา มงคลสวัสดิ์" รอง ปธ.กมธ.กิจการศาลฯ รับยื่นหนังสือจากตัวแทน "สอช." เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการ "สรรหา ผอ.พอช." และบอร์ดชุดใหม่ ที่เร่งรีบ ขาดการมีส่วนร่วม ส่อขัดมติ ครม. และกฎหมาย เตรียมบูรณาการร่วมกับกมธ.สวัสดิการสังคม นัดถกด่วนเพื่อความโปร่งใส ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และคุ้มครองสิทธิประชาชน
เมื่อเวลา 14.00 น.ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ รองประธานคณะ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน คนที่หนึ่ง และ สส.พรรคประชาชน รับยื่นหนังสือจาก นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ตัวแทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบกระบวนการในการสรรหาคณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (ชุดใหม่) และการแต่งตั้งกรรมการสรรหาผู้อำนวยการของคณะกรรมการบริหาร (ชุดรักษาการณ์) ปัจจุบัน ที่มีความเร่งรีบ ขาดการมีส่วนร่วม และเสี่ยงต่อการทำผิดตามมติคณะรัฐมนตรี และกฎหมายหลายฉบับ รวมทั้งเจตจำนงของการจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
สืบเนื่องจากสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) มีความกังวลต่อกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ตลอดจนความล่าช้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ชุดใหม่ โดยทางเครือข่ายเน้นย้ำว่าไม่ได้มีเจตนาคัดค้านตัวบุคคล แต่ต้องการให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านขององค์กรเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ประเด็นสำคัญที่ทาง สอช. ตั้งข้อสังเกตคือ กระบวนการสรรหาผู้อำนวยการในปัจจุบันอาจดำเนินข้ามขั้นตอนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยมีข้อสงสัยว่า คณะอนุกรรมการสรรหาอาจเริ่มกระบวนการไปก่อนที่จะได้รับความเห็นชอบกรอบการทำงานและค่าตอบแทนจากรัฐมนตรี รวมถึงก่อนที่จะมีการแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รับทราบ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับความเป็นอิสระและความเป็นกลางของกระบวนการ ตลอดจนข้อครหาเรื่องการแทรกแซงจากกลุ่มผู้บริหารเดิม ซึ่งประเด็นเหล่านี้ควรได้รับการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน ทางเครือข่ายมองว่าการปล่อยให้กระบวนการได้มาซึ่งบอร์ดชุดใหม่มีความล่าช้า เป็นเรื่องที่ต้องทบทวน เนื่องจากการตัดสินใจเลือกผู้นำองค์กรคนใหม่ถือเป็นวาระสำคัญที่มีผลผูกพันทิศทางการทำงานในระยะยาว จึงไม่ควรรวบรัดดำเนินการในช่วงรอยต่อนี้ สอช. เชื่อว่า ก่อนที่จะตั้งคำถามว่าใครควรมาเป็นผู้อำนวยการ องค์กรควรตอบให้ได้ก่อนว่า พอช. ในอนาคตจะเดินหน้าไปในทิศทางใด และจะทำอย่างไรให้ชุมชนเข้ามาเป็นเจ้าของการพัฒนาอย่างแท้จริง
จากข้อกังวลดังกล่าว สอช. จึงมีข้อเรียกร้องให้ชะลอกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการไว้ชั่วคราว เพื่อตรวจสอบไทม์ไลน์ความถูกต้องทางกฎหมายและข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หากพบว่าผิดขั้นตอนก็ควรยกเลิกและดำเนินการใหม่ให้ถูกต้อง พร้อมทั้งขอให้เร่งรัดการสรรหาคณะกรรมการชุดใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และประการสำคัญที่สุดคือ ต้องเปิดพื้นที่ให้ขบวนองค์กรชุมชนได้เข้ามาร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของ พอช. เพื่อนำไปสู่การกำหนดคุณสมบัติและสรรหาผู้นำองค์กรที่เหมาะสมกับทิศทางใหม่ต่อไป
น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ในฐานะรองประธานคณะ กมธ.กิจการศาลฯ ขอรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้นำความห่วงกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการขอให้ตรวจสอบกระบวนการสรรหา พอช. ชุดใหม่ ตลอดจนการแต่งตั้งกรรมการสรรหาผู้อำนวยการของคณะกรรมการบริหารชุดรักษาการในปัจจุบัน ซึ่งมีข้อสังเกตถึงความเร่งรีบ ขาดการมีส่วนร่วม และอาจสุ่มเสี่ยงต่อการขัดมติคณะรัฐมนตรี รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันจะส่งผลกระทบต่อเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง พอช.
จากการรับฟังปัญหา ขอชี้แจงแนวทางการดำเนินงานออกเป็นสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือการขับเคลื่อนผ่านกลไกของรัฐสภา เนื่องจาก พอช. มีสถานะเป็นองค์การมหาชน จึงอยู่ภายใต้ขอบข่ายอำนาจการตรวจสอบของคณะ กมธ.กิจการศาลฯ โดยตรง จึงได้นำเรื่องนี้เข้าหารือกับประธานคณะ กมธ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ทราบว่าประชาชนได้นำเสนอประเด็นเดียวกันนี้ต่อคณะ กมธ.การสวัสดิการสังคมด้วย ซึ่งทางประธานคณะ กมธ.การสวัสดิการสังคมได้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (8 กันยายน 2569) พร้อมทั้งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงแล้ว
และด้วยระเบียบข้อบังคับของรัฐสภา ที่จะไม่มีการพิจารณาเรื่องซ้ำซ้อนกัน ทางคณะ กมธ.กิจการศาลฯ จึงได้ประสานงานเพื่อขอเข้าร่วมการประชุมกับคณะ กมธ.การสวัสดิการสังคมในวันพรุ่งนี้ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน หากผลการพิจารณาพบว่ายังมีประเด็นปัญหาที่ต้องตรวจสอบลึกลงไปถึงการบริหารจัดการภายในขององค์การมหาชนแห่งนี้ คณะ กมธ.กิจการศาลฯ ก็จะรับช่วงต่อเพื่อตั้งวาระการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้ ทิศทางการแก้ไขปัญหาและข้อสังเกตต่าง ๆ ของประชาชนจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สำหรับส่วนที่สอง ในฐานะ สส.พรรคประชาชน และตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ ทุกคนต่างตระหนักดีถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของ พอช. ในการเป็นหน่วยงานหลักที่ผลักดันนโยบายด้านที่อยู่อาศัยเพื่อกลุ่มเปราะบาง และขับเคลื่อนโครงการของรัฐที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก อาทิ โครงการบ้านมั่นคง ดังนั้น เมื่อประชาชนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติงานหรือการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามาบริหารหน่วยงาน
พวกเราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่มีการแทรกแซง หรือปิดกั้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อันจะทำให้เป้าหมายการดำเนินงานขององค์กรต้องผิดเพี้ยนไปจากวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ขอยืนยันว่า จะเดินหน้าดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเต็มกำลัง ทั้งในบทบาทของ กมธ. และในฐานะ สส. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนอย่างดีที่สุด