โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผลวิจัยชี้ ‘สวนในบ้าน-สวนสาธารณะ’ ลดเสี่ยงป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

Xinhua

อัพเดต 7 สิงหาคม 2569 เวลา 5.50 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

ซิดนีย์, 6 ส.ค. (ซินหัว) — ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียพบว่าคนที่มีสวนในบ้านเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 น้อยกว่าคนที่ไม่มีถึงร้อยละ 6.8 ขณะเดียวกันคนที่อาศัยอยู่ใกล้สวนสาธารณะหลายแห่งเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานชนิดนี้น้อยกว่าคนที่ไม่ได้อยู่ใกล้ถึงร้อยละ 5.7 ซึ่งตอกย้ำความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวในการวางผังเมือง

คณะนักวิจัยที่นำโดยชินอนโซ โอเดเบอาตู จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฯ ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการยูเค ไบโอแบงก์ (UK Biobank) ซึ่งป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนมากกว่า 19,000 คน พร้อมประเมินการมีอยู่ของพื้นที่สีเขียวรอบที่อยู่อาศัยของพวกเขา ซึ่งนับรวมสวนในบ้านและสวนสาธารณะภายในรัศมี 800 เมตร

ทั้งนี้ คณะนักวิจัยระบุว่าสวนในบ้านและสวนสาธารณะใกล้บ้านอาจช่วยลดความเสี่ยงป่วยโรคเบาหวานผ่านการทำกิจกรรมทางกายภาพ เพิ่มการรับวิตามินดี และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี นอกจากนั้นการทำกิจกรรมกลางแจ้งยังอาจช่วยปรับปรุงสุขภาพลำไส้และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันผ่านการรับจุลินทรีย์ที่หลากหลายด้วย

โอเดเบอาตู ผู้เขียนหลักของผลการศึกษา กล่าวว่าความท้าทายด้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันส่งผลให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีความหนาแน่นสูงขึ้น และผลการศึกษาฉบับนี้สะท้อนการให้ความสำคัญกับประเด็นสาธารณสุขเป็นอันดับแรกในการจัดวางพื้นที่สีเขียว

คณะนักวิจัยเสริมว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านราย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มพุ่งสูงถึง 1.31 พันล้านรายภายในปี 2050

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 8 พ.ค. 2026)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...