โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กฟผ.นำแบตเตอรี่รถ EVหมดอายุ มาสู่BESS - แบตฯสีเขียว เตรียมจับมือกนอ.ผุดนิคมฯCircular

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กฟผ. เดินหน้าบริหารจัดการแบตเตอรี่จากรถ EV ที่หมดอายุการใช้งานมาถอดประกอบใหม่เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (BESS)และรีไซเคิลเป็นแบตเตอรี่สีเขียวนำกลับไปใช้งานใหม่ หนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน พร้อมจับมือกนอ.ศึกษาตั้งนิคมฯCircular ในอีอีซี

นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะโฆษก กฟผ. เปิดเผยว่ากฟผ. ในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลด้านพลังงานของประเทศ และมีส่วนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ของประเทศไทย โดยมุ่งมั่นส่งเสริมการผลิตและการส่งจ่ายพลังงานสะอาดที่มั่นคง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพัฒนานวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ อีกทั้งยังสนับสนุนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างก้าวกระโดด ทำให้ กฟผ. เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น แบตเตอรี่ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และของเสียที่เกิดจากการใช้พลังงาน ฯลฯ ซึ่งแบตเตอรี่ถูกจัดเป็นวัตถุอันตรายเนื่องจากประกอบด้วยโลหะหนักและสารเคมีหลายชนิด โดยร่วมมือกับพันธมิตรบูรณาการการบริหารจัดการทั้งระบบนิเวศเพื่อการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วอย่างยั่งยืน

กฟผ. เดินหน้าบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วแบบครบวงจรตั้งแต่การถอดแบตเตอรี่ออกจากรถ EV หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ การรวบรวมโดยใช้กล่องนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ การตรวจสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าตามมาตรฐานความปลอดภัย การคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Battery Repurpose) หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (Battery Recycle) เพื่อผลิตแบตเตอรี่สีเขียวรุ่นใหม่อีกครั้งซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่เคยถูกมองว่าเป็นของเสีย ตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคตของประเทศ

ทั้งนี้ กฟผ. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)เพื่อศึกษาพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ที่หมดอายุนำมาใช้กับระบบไฟฟ้า และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศึกษาพัฒนาโรงงานต้นแบบแยกแบล็คแมสจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบขยายขนาดเพื่อศึกษากระบวนการคืนกลับโลหะมีค่าจากแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ ณ โรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

โดยมีการเยี่ยมชมศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สวทช. ที่ใช้ในการคัดแยกและคัดกรองแบตเตอรี่ที่ผ่านการใช้งานแล้ว (Second Life Battery) ตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล อาทิ UN และ IEC ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบสภาพภายนอกและค่าความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ (State of Health : SOH) ที่แสดงระดับความสามารถในการกักเก็บและจ่ายพลังงานของแบตเตอรี่ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้ คือ กรณีแบตเตอรี่ที่ยังมีค่า SOH มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) สำหรับระบบไฟฟ้า ขนาด 100 kWh และ 20 kWh ซึ่ง กฟผ. และ สวทช. ได้ร่วมกันพัฒนา Rack Control Unit (RCU) เป็นจุดศูนย์กลางในการควบคุมและสื่อสารกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเป็นพื้นฐานระบบ และระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System : BMS) อันเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมการทำงาน ซึ่งเมื่อประกอบเสร็จแล้วจะต้องทดสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานสากลอาทิ IEC 63330 ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการนำมาใช้งานใหม่ IEC 63338 แนวทางพิจารณาในการนำแบตเตอรี่กลับมาใช้ใหม่ และ

UL 1974 การประเมินความปลอดภัย ก่อนนำไปใช้งาน

ในกรณีที่แบตเตอรี่มีค่า SOH ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ หรือชำรุด จะถูกนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (Battery Recycle) และกระบวนการคืนกลับแร่สำคัญ (Recovery) ที่โรงงานต้นแบบแยกแบล็คแมส (Black Mass) จากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบขยายขนาด ณ โรงไฟฟ้าวังน้อย เพื่อนำไปพัฒนาเป็นเซลล์แบตเตอรี่เขียวใหม่อีกครั้ง เนื่องจากภายในแบล็คแมสประกอบไปด้วยสารสำคัญหลายชนิดผสมกัน อาทิ ลิเทียม คอปเปอร์ โคบอลต์ ซึ่งประเทศไทยไม่สามารถผลิตเองได้ ดังนั้นการที่ กฟผ. สามารถสกัดสารดังกล่าวออกมาได้จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทาง Circular Economy ที่สำคัญด้วยการนำแบตเตอรี่เก่ากลับมาทำให้มีประโยชน์และใช้งานจริงได้อีกครั้ง

นอกจากนี้ กฟผ. ได้ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)ศึกษาความพร้อมของพื้นที่ที่มีศักยภาพและรูปแบบการดำเนินการ รองรับนิคมอุตสาหกรรม Circular ในอีอีซี เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร รวมถึงแร่ที่มีมูลค่าให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย (Circular Economy) โดยที่กฟผ.มุ่งหวังนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในนิคมฯ Circular ซึ่งการดำเนินการเชิงธุรกิจ ทางกนอ.หรือกฟผ.อาจจะไม่ได้เป็นผู้ลงทุนเอง แต่จะมีพาร์ทเนอร์ต่างๆที่สนใจเป็นผู้ลงทุน ที่ผ่านมา กฟผ.ได้มีการสนับสนุนเงินทุนการวิจัยต่างๆข้างต้น โดยเตรียมจะนำแบตเตอรี่รถยนตร์EVที่ใช้แล้วแต่มีค่าความสมบูรณ์ มาใช่เป็นระบบกักเก็บพลังงาน (BESS)โรงไฟฟ้าวังน้อย

นอกจากนี้ ยังร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เดินหน้าโครงการศึกษาแนวนโยบาย กฎหมายและมาตรการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนของแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานในประเทศไทย ศึกษา วิเคราะห์ ข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวบรวมเป็นรายงานเพื่อนำเสนอเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย เพราะปัจจุบันไทยยังไม่มีมาตรการควบคุมและจัดการแบตเตอรี่ทั้งกระบวนการ ไทยจึงควรเร่งผลักดันให้เกิดระบบการสืบย้อนกลับข้อมูลแบตเตอรี่ (Battery Passport) และการกำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามีความรับผิดชอบต่อแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต (Extended Producer Responsibility) โดยดูแลตั้งแต่การผลิตจนกระทั่งเลิกใช้งาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงในอนาคตหากไทยเปิดให้การนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำมารีไซเคิลและกระบวนการคืนกลับแร่สำคัญ (Recovery) ที่โรงงานต้นแบบแยกแบล็คแมส (Black Mass) ก็ต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นถังขยะของโลก

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...