แฮกเกอร์ไล่ล่า Wall Street สร้างเว็บปลอม 72 แห่ง เจาะ Blackstone-KKR-CME ล้วงรหัสพนักงาน
Google พบแฮกเกอร์เรียกค่าไถ่พุ่งเป้าบริษัทการเงินชั้นนำสหรัฐใช้โทรศัพท์ปลอมเป็นฝ่าย IT หลอกพนักงานส่งรหัสผ่านและ MFA ข้อมูลชี้ช่วง 5 สัปดาห์สร้างกับดักไซเบอร์เล็งบริษัทกว่า 200 แห่ง
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 13.24 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กลุ่มแฮกเกอร์ที่มุ่งเรียกค่าไถ่ได้พยายามโจมตีบริษัทการเงินและธุรกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ หลายสิบแห่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสำคัญตั้งแต่บริษัทไพรเวทอิควิตี้ กองทุน ไปจนถึงสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น Blackstone, Apollo Global Management, KKR, Bain Capital, Bridgewater Associates, TPG, CME Group และ Moody’s
ข้อมูลจาก Google และข้อมูลด้านภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตที่ Reuters ตรวจสอบพบว่า กลุ่มแฮกเกอร์สร้างเว็บไซต์อันตรายอย่างน้อย 72 แห่ง เพื่อใช้เป็นกับดักขโมยรหัสผ่านและข้อมูลยืนยันตัวตนของพนักงานในบริษัทเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม Reuters ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าความพยายามโจมตีบริษัทที่ระบุชื่อเหล่านี้ประสบความสำเร็จหรือไม่ ขณะที่ Google เปิดเผยว่า ในบางกรณีมีบริษัทที่ตกเป็นเหยื่อและยอมจ่ายค่าไถ่ แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัทดังกล่าว
เจาะจุดอ่อนคน มากกว่าระบบ
สิ่งที่น่าสนใจ คือ แฮกเกอร์ไม่ได้อาศัยเทคนิคซับซ้อนหรือเครื่องมือ AI ขั้นสูงเป็นหลัก แต่เลือกใช้วิธี Social Engineering หรือการหลอกลวงพนักงานโดยตรง ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในช่องทางโจมตีที่มีประสิทธิภาพสูง แม้บริษัทขนาดใหญ่จะลงทุนกับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์จำนวนมากก็ตาม
Google ระบุว่า แฮกเกอร์ใช้วิธีโทรศัพท์ไปยังโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของพนักงาน แล้วแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่าย IT หรือ Help Desk ของบริษัท ในบางครั้งยังสามารถทำให้หมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอเหมือนกับหมายเลขของ Help Desk จริงได้ด้วย
จากนั้นจะอ้างว่ามีคำสั่งเร่งด่วนจากฝ่าย IT ให้พนักงานอัปเดต Passkey หรือระบบยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน หรือ MFA ก่อนส่งพนักงานไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ใช้ชื่อโดเมนให้ดูน่าเชื่อถือ เช่น “passkeyhelpdesk” หรือ “secure-passkey”
หากพนักงานหลงเชื่อและกรอกรหัสผ่าน แฮกเกอร์จะพยายามเก็บรหัสยืนยันเพิ่มเติมที่ถูกส่งผ่าน SMS หรือสร้างจากแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ก่อนเข้าควบคุมบัญชีของเหยื่อ
ออสติน ลาร์เซน นักวิเคราะห์ภัยคุกคามของ Google Threat Intelligence Group ระบุว่า วิธีดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนในเชิงเทคนิคมากนัก แต่ปัญหาคือมันมีประสิทธิภาพอย่างมาก
หันเป้าโจมตี Wall Street
Google ระบุว่า ในระยะหลังกลุ่มแฮกเกอร์ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปยังบริษัทไพรเวทอิควิตี้ บริษัทกฎหมาย และบริษัทจัดอันดับเครดิตมากขึ้น เนื่องจากองค์กรเหล่านี้ถือครองข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและมีมูลค่าสูง ทำให้แฮกเกอร์เชื่อว่าบริษัทอาจยอมจ่ายเงินเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกเปิดเผย
Reuters นำรายชื่อเว็บไซต์อันตราย 72 แห่งที่ Google เปิดเผยไปตรวจสอบเพิ่มเติม และพบเว็บไซต์หรือซับโดเมนที่ถูกสร้างขึ้นเฉพาะเพื่อเลียนแบบบริษัทการเงินหลายแห่ง รวมถึง Blackstone, Apollo, KKR, Bain Capital, TPG, CME Group และ Moody’s
ความพยายามโจมตีดังกล่าวกำลังสร้างความกังวลใน Wall Street โดยก่อนหน้านี้ Point72 Asset Management แจ้งนักลงทุนว่าบริษัทตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์ ขณะที่แหล่งข่าวระบุว่า Two Sigma Investments และ Citadel ก็ถูกพยายามเจาะระบบเช่นกัน
สร้างกับดักกว่า 200 บริษัทใน 5 สัปดาห์
ขอบเขตของปฏิบัติการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคการเงิน ข้อมูลที่ Reuters ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเพียง 5 สัปดาห์ กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ได้สร้างกับดักดิจิทัลสำหรับบริษัทมากกว่า 200 แห่ง
รายชื่อเป้าหมายยังรวมถึงบริษัทนอกภาคการเงิน เช่น Uber, Zillow, Levi Strauss รวมถึงบริษัทกฎหมายอย่าง Paul Hastings และ Greenberg Traurig
Google ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์เหล่านี้ใช้ชื่อหลายชื่อ เช่น Redact, Pink, Falcon และ Helix แม้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าแต่ละกลุ่มมีความสัมพันธ์กันอย่างไร แต่พบว่าบางส่วนใช้โครงสร้างพื้นฐานทางไซเบอร์ร่วมกัน
กรณีดังกล่าวสะท้อนว่า แม้บริษัทระดับโลกจะทุ่มงบประมาณให้กับระบบรักษาความปลอดภัยและเทคโนโลยีป้องกันภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่มนุษย์ยังคงเป็นช่องโหว่สำคัญที่อาชญากรไซเบอร์เลือกโจมตี โดยเฉพาะการสร้างสถานการณ์เร่งด่วนและแอบอ้างเป็นบุคคลที่พนักงานเชื่อถือ เพื่อหลอกให้เหยื่อเป็นผู้เปิดทางเข้าสู่ระบบด้วยตัวเอง
อ้างอิง : www.reuters.com