โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รอมฎอน” แนะรัฐบาลควรตั้งกลไกอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริง เคลียร์ปมกราดยิงจาก ฮ.

Thaiger

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

รอมฎอน แนะรัฐบาลควรตั้งกลไกอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริง เคลียร์ปมกราดยิงจาก ฮ. หลังทางกองทัพกับประชาชนพูดไม่ตรงกัน

นาย รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “[ เมื่อความจริงมีสองชุด รัฐบาลควรตั้งกลไกอิสระไต่สวนข้อเท็จจริง ] — การโจมตีแบบประสานกันใน 3 จังหวัดเมื่อคืนนั้นมุ่งไปที่เป้าหมายที่เป็นพื้นที่พลเรือน แม้ว่าจะไม่ได้มุ่งหมายจะเอาชีวิต แต่ทรัพย์สินของสาธารณะและเอกชนต้องเสียหายไปก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวานนัั้นถือว่ายังไม่นิ่งครับ

เมื่อสักครู่ ผมโทรเชคกับ ผบช.ภ.9 พบว่าตัวเลขล่าสุดของจำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงนั้นยังไม่ชัดเจนนัก แต่น่าจะมากกว่า 51 จุด ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้ จึงยังไม่แน่ใจว่าได้รวมเหตุการณ์ที่เป็นปริศนาและมีความจริง 2 ชุด กรณีวัยรุ่นถูกยิงที่ อ.จะแนะ ด้วยหรือไม่ครับ แต่ท่านยืนยันกับผมหนักแน่นว่าเหตุการณ์จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานในฐานะที่เป็น #คดีความมั่นคง ไปด้วย

ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้อมูลและข้อเท็จจริงพื้นฐานสำคัญอย่างมากครับ เมื่อคืนผมตัดสินใจโพสต์เรียกร้องให้ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อเร่งตรวจสอบและสร้างความกระจ่าง หลังจากได้ข้อมูลในเบื้องต้นและตรวจสอบกับผู้นำในพื้นที่ ผมเกรงว่าหากไม่ทำให้ข้อเท็จจริงนี้ชัดเจนและตรงไปตรงมา ความขัดแย้งและหวาดระแวงจะหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถึงวินาทีนี้เราพบว่ามีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน เหตุการณ์ที่จะแนะนับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่มีความจริงสองชุด คล้ายกับหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในชายแดนใต้

ข้อมูลจากผู้ถูกยิงนั้นระบุว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คนถูกยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์สองชุดหลังผ่านจุดเกิดเหตุเผาสำนักงาน อบต.ช้างเผือก การยิงที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บเกิดขึ้นขณะที่พวกเขากำลังชูมือเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นข้อเท็จจริงจากแม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน. และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่มีคำแถลงในวันนี้ว่าไม่มีการกราดยิงจากเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด
มีคนตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น ทั้งชนิดอาวุธที่ไม่ได้สัดส่วนกับความเสียหายที่เกิดขึ้น กระทั่งคำพูดของแม่ทัพก็ไปไกลว่าหากเป็นอาวุธที่ติดตั้งประจำใน ฮ.นั้น “คงไม่รอด” ผมคิดว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้คงต้องทำให้กระจ่างโดยเร็ว จะคาดหวังการทำงานของพนักงานสอบสวนให้ตอบข้อเท็จจริงเหล่านี้คงไม่ได้ เพราะยังมี คดีความมั่นคง อีกไม่น้อยที่ต้องสะสาง

ทาง กอ.รมน.ก็คงเห็นว่าเป็นประเด็นและยังคงต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพราะในคำแถลงวันนี้ก็ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบต่อไป โดยกำหนดให้เป็นการทำงานของสามฝ่าย (ทหาร ตำรวจ และปกครอง) แต่ผมเห็นว่ากลไกการตรวจสอบเหล่านี้อาจไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้เพียงพอ จึงอยากขอเรียกร้องให้กลไกที่เป็นอิสระและเป็นมืออาชีพเพื่อตรวจสอบกรณีนี้และสื่อสารต่อสาธารณะ โดยมีองค์ประกอบมาจากบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจทั้งจากเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

ที่ผ่านมาตลอดกว่ายี่สิบปี เราเคยมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเหล่านี้หลายกรณีครับ งานศึกษาก่อนหน้านี้เคยนับว่ามีถึง 17 คณะ จากเหตุการณ์ที่สร้างความกังขาของสาธารณะ (เช่น ตากใบ กรือเซะ ปุโละปูโย โต๊ะชูด เป็นต้น) ทั้งการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี (ผ่านคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี) การแต่งตั้งโดยเลขาธิการ ศอ.บต. ผอ.รมน.ภาค 4 สน. หรือแม้แต่ผู้ว่าราชการ

ในขณะที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ยังให้อำนาจกับสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่เป็นประเด็นปัญหาในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน
กลไกการตรวจสอบเหล่านี้จะทำให้การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐมีความโปร่งใสและความชอบธรรม ซึ่งสามารถดำเนินการได้เลยโดยใช้อำนาจของรัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่กลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอื่น ๆ อย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) หรือแม้แต่คณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรนั้นก็อาจดำเนินการได้ด้วย
แต่ผมเห็นว่ารัฐบาลควรเป็นฝ่ายริเริ่มดำเนินการก่อนในเบื้องต้นครับ

ผมเข้าใจดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การเรียกร้องสิ่งเหล่านี้อาจทำให้มีคนจำนวนหนึ่งเห็นว่าสร้างภาระให้กับทางเจ้าหน้าที่มากเกินไป กระทั่งกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน บางคนคงเห็นว่าควรต้องให้น้ำหนักไปที่การประณามและทุ่มกำลังไปที่การจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงหลายสิบจุดเสียก่อน

สำหรับผม การรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นหน้าที่พื้นฐานของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนอยู่แล้ว ผมเองก็ให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วย แต่ต้องไม่ลืมว่าในความขัดแย้งที่มีจุดคานงัดอยู่ที่มวลชนเช่นนี้ ความชอบธรรมของผู้ถืออำนาจรัฐนั้นสำคัญ สิ่งนี้ทำให้ “รัฐ” แตกต่างจากขบวนการติดอาวุธที่ “ไม่ใช่รัฐ” ครับ

การเปิดเผยความจริงและให้ความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายเป็นสิ่งที่รัฐพึงกระทำครับ

สถานการณ์เช่นนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมี #ผู้ตรวจการกองทัพ ที่เคยเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกล/พรรคประชาชน เพราะนอกจากจะมีการตรวจสอบโดยกลไกที่เป็นอิสระแล้ว ยังจะเป็นหลักประกันว่าการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นจะมีความชอบธรรมทางการเมืองมากพอ

ส่วนประเด็นที่ว่า การโจมตีในลักษณะที่มีการประสานงานกัน (coordinated attack) มีความหมายว่าอย่างไร คงมีการตีความได้หลายทาง ขึ้นกับข้อเท็จจริงพื้นฐานที่ค่อย ๆ ปรากฎ ผมคงต้องขอชวนคิดในอีกโพสต์นึงครับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...