โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พิพัฒน์–สรรเพชญ”เร่งแหลมฉบังเฟส 3 เป้าเปิดปี 74 ดันเชื่อมราง–น้ำ–ถนน ดันท่าเรือไทย สู่ World Class Port

Manager Online

เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“พิพัฒน์–สรรเพชญ” ปักหมุด กทท. สู่เศรษฐกิจใหม่ของไทย เร่งแหลมฉบังเฟส 3 งาน ถมทะเล คืบหน้า 98.39% เป้าเปิด F1ปี 74 เชื่อมราง–น้ำ–ถนน ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ดันท่าเรือไทย สู่ World Class Port ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงานแก่การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท่าเรือไทยให้เป็น ประตูการค้าแห่งโอกาส” ของประชาชน และเป็นเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทยที่เชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและระบบโลจิสติกส์ของโลกเข้ากับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนโดยมี นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ประธานกรรมการ กทท. ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดรายจ่ายและยกระดับความปลอดภัยของประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ซึ่งการขนส่งทางน้ำและระบบท่าเรือถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่งทุกโหมดของประเทศ และเป็นหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วน

@แหลมฉบัง อันดับ 18 ของโลก ตู้สินค้าสูง

ปัจจุบัน กทท. ครองส่วนแบ่งตลาดท่าเรือน้ำลึกกว่า 85% ของประเทศ และ “ท่าเรือแหลมฉบัง” ได้รับการจัดอันดับให้เป็นท่าเรือตู้สินค้าอันดับที่ 18 ของโลก ประจำปี 2025 ขณะที่ในปีงบประมาณ 2568 กทท. มีรายได้รวมกว่า 16,756 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิกว่า 7,096 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการค้าการลงทุนของภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในอนาคตมีแนวคิดที่จะพัฒนายกระดับการท่าเรือกรุงเทพ ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศได้ในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ ตลอดจนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและความบันเทิงในรูปแบบใหม่ ให้เป็น World Class Gateway Port สามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม โดยได้มอบนโยบายให้ กทท. ศึกษาความเป็นไปได้โครงการอย่างเป็นรูปธรรม

@เร่งสร้าง เฟส 3 ถมทะเล คืบหน้า 98.39% เป้าเปิด F1ปี 74

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 รัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน เพื่อรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งสินค้าของประเทศ รองรับการขยายตัวของการค้าโลกและการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างงาน การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 งานก่อสร้างทางทะเลมีความก้าวหน้ากว่า 98.39% ขณะที่งานก่อสร้างอาคารท่าเทียบเรือ ระบบถนน และสาธารณูปโภค มีความก้าวหน้า 22.84% โดยยังคงเป้าหมายเปิดให้บริการท่าเทียบเรือ F1 ภายในปี 2574 พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานร่วมกันแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของประโยชน์ของประเทศ ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

พร้อมกันนี้ นายพิพัฒน์ ได้มอบนโยบายให้ กทท. บูรณาการการทำงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง (Single Rail Transfer Operator : SRTO) เพื่อเชื่อมโยงระบบการขนส่งสินค้าทางราง ทางถนน และทางน้ำให้เป็นระบบเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Shift Mode) จากถนนสู่ระบบรางและทางน้ำ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ เพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า และลดปริมาณรถบรรทุกบนท้องถนน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนในระยะยาว

โดยได้ให้เร่งแก้ไขปัญหาการจราจรภายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการบริหารจัดการพื้นที่ Buffer Zone การพัฒนาระบบ Truck Queue การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารจัดการคิวรถบรรทุก และการจัดหาเครื่องมือทุ่นแรงสำหรับการขนส่งสินค้าทางราง ได้แก่ รถคานเคลื่อนที่ยกตู้สินค้าชนิดเดินบนรางระบบไฟฟ้า (RMG) และรถคานเคลื่อนที่ยกตู้สินค้าชนิดล้อยาง (RTG) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและลดความแออัดในพื้นที่ท่าเรือ

นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้ กทท. เร่งพัฒนาท่าเรือภูมิภาคให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนของประเทศ โดยมุ่งยกระดับบทบาทท่าเรือให้เป็นประตูการค้าและศูนย์กลางการเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างประเทศ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และรองรับการขยายตัวของปริมาณสินค้าในอนาคต

“การพัฒนาท่าเรือในยุครัฐบาลนี้ จะต้องเป็นทั้ง World Class Port และ Green Port ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการในระดับสากล ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน”นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การพัฒนาการท่าเรือแห่งประเทศไทยในยุครัฐบาลนี้ จะต้องเป็นการพัฒนาที่ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกัน โดยกระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่คลองเตยและชุมชนโดยรอบในระยะยาว ทั้งในด้านคุณภาพชีวิต และการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่ การพัฒนาท่าเรือ เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากการเติบโตของประเทศอย่างแท้จริง

ด้านว่าที่ร้อยตรี รัฐกร ฯ กล่าวว่า นโยบายที่ได้รับในครั้งนี้ถือเป็นทิศทางสำคัญของการพัฒนา กทท. ในระยะต่อไป โดยทุกหน่วยงานจะเร่งดำเนินงานตามกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิดภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใสและการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างคุ้มค่า เพื่อให้การดำเนินงานเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบโลจิสติกส์และเศรษฐกิจของประเทศ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...