โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไอลอว์’ เปิดชื่อ 9 นักการเมืองภูมิใจไทย โยงขบวนการฮั้ว สว. ยื่นฝ่ายค้านเช็กบิลรัฐบาล

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ไอลอว์" เปิดชื่อ 9 นักการเมืองภูมิใจไทย เอี่ยวโกงเลือก สว. "พริษฐ์" จี้ กกต. เร่งส่งฟ้องศาลฎีกา 229 ผู้ถูกกล่าวหา หวั่น ตัดตอน-เป่าคดี สังเวยน้ำเงินอ่อนช่วยน้ำเงินเข้ม ลุยตรวจสอบ-เตรียมถกพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอกรัฐบาล

21 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยื่นหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ให้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน)

นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ได้เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานมาตั้งแต่ปี 2568 แต่ยังไม่มีความคืบหน้า นอกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะทำหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้แล้ว ตนมองว่ายังมีฝ่ายค้านที่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเป็นหลัก ทั้งนี้ มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลจำนวนมากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วย โดยกำลังถูกดำเนินคดีและมีโอกาสที่จะลอยนวลด้วยน้ำมือของกกต. วันนี้ จึงนำข้อมูลมาเสนอต่อวิปฝ่ายค้านเพื่อขอให้ช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล

สำหรับข้อมูลที่นำมายื่นกับวิปฝ่ายค้านวันนี้ มีข้อมูลของรัฐมนตรีและสส.พรรคภูมิใจไทยรวม 9 คน ได้แก่ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล 2.นายทรงศักดิ์ ทองศรี 3.นายภราดร ปริศนานันทกุล 4.นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 5.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ 6.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ 7.นางสุขสมรวย วันทนียกุล 8.นายพิชัย ชมภูพล และ 9.นายศุภชัย โพธิ์สุ

ด้าน นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอบคุณไอลอว์ที่ได้นำข้อมูลมาให้กับฝ่ายฝ่ายค้านในวันนี้ ขอให้คำมั่นสัญญากับภาคประชาชนและประชาชนทุกคนว่าเราในฐานะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในในการตรวจสอบคดีการโกงสว.ให้ดีที่สุด ทั้งในฐานะสส.พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน จากข้อมูลที่นายยิ่งชีพพูดเป็นการตอกย้ำสิ่งที่ฝ่ายค้านได้พูดมาตลอดว่ากระบวนการโกงสว.ไม่ใช่กระบวนการเล็ก แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลที่นายยิ่งชีพได้พูด มีบางส่วนที่สอดรับกับข้อมูลที่พยานได้พูดในเวทีของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ยืนยันว่ากระบวนการนี้มีเครือข่ายนักการเมือง และพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง และสิ่งที่อยากเชิญชวน สังคมร่วมกันจับตาคือการตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล ซึ่งขบวนการตัดตอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การที่กกต. ยกคำร้องทั้ง 229 คน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรากังวลใจคืออาจจะมีการตัดตอนอีก 3 ประการที่เราต้องทำเต็มที่ไม่ให้เกิดขึ้น คือ 1.การตัดตอนให้เหลือเฉพาะผู้ปฏิบัติการ เพื่อทำให้เครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังในระดับสั่งและบริหารจัดการไปไม่ถึงศาล ซึ่งจากฟังข้อมูลทั้งพยานหลักฐานและข้อมูลที่ไอลอว์ได้ยื่นในวันนี้บ่งชี้ชัดว่าขบวนการนี้ต้องอาศัยการวางแผนที่ค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีเส้นเงินและปริมาณเงินที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากได้กลุ่มผู้สมัคร สว.เท่านั้น แต่คาดว่าจะต้องมีขบวนการของเครือข่ายนักการเมืองอยู่บ้างหลัง

2.ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต.ตัดตอนส่งให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด เพราะจากที่ฟังรายละเอียดข้อมูลทั้งหมด หากคำนวณเชิงคณิตศาสตร์จะเห็นว่าขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเป็นขบวนการที่ครอบคลุมไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น การที่กกต. ออกมาให้ข้อมูลว่า กกต.กำลังพิจารณาคดีนี้ เป็นรายจังหวัดนั้นก็สร้างความกังวลใจว่าตกลงแล้ว กกต. กำลังจะเดินหน้าไปสู่การตัดตอนให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด ที่หลักฐานชัดมากกว่าจังหวัดอื่นหรือไม่ หวังว่า กกต.จะไม่ทำเช่นนั้น รวมถึงเล็งเห็นเหมือนที่เราและสังคมเห็นว่าขบวนการนี้จะสำเร็จได้ในเชิงคณิตศาสตร์ ต้องอาศัยขบวนการที่ครอบคลุมหลายจังหวัด ดังนั้น จึงควรส่งเรื่องไปยังศาลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีหลักฐานทั่วประเทศ

3.ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอน ในลักษณะเป็นการสังเวยกลุ่มน้ำเงินอ่อนเพื่อปกป้องกลุ่มน้ำเงินเข้ม เพราะที่ผ่านมาจะเห็นรอยร้าวระหว่างสีน้ำเงินด้วยกันเอง สิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นคือการเลือกตัดตอนน้ำเงินอ่อนที่อยู่ไกลศูนย์อำนาจ แล้วส่งเรื่องบุคคลเหล่านั้นไปที่ศาล เพื่อหวังจะปกป้องน้ำเงินเข้มที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจที่แท้จริง ทั้งที่ความจริงแล้วต้องมีการสั่งฟ้องรวมกลุ่มน้ำเงินเข้มด้วยเช่นกัน

หลังจากนี้พรรคฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกที่มีในการตรวจสอบเรื่องนี้ แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม แต่เมื่อเปิดสมัยประชุมเมื่อไหร่ ทุกกลไกและทุกเครื่องมือที่เรามีจะนำมาใช้ในการตรวจสอบเรื่องนี้ รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เราตั้งใจจะใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลทุกเรื่อง แต่ก่อนจะถึงเวลาเปิดสมัยประชุม ในช่วงสิ้นเดือนส.ค.นี้ สิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการใช้กลไกทั้งไหนและนอกสภาที่มีอยู่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดคือขอเชิญชวนประชาชนไม่กระพริบตาต่อการทำหน้าที่ของ กกต. และให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้เราเห็นตรงกันว่าจะมีการจัดงานเสวนาอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ค. นี้ โดยจะมีพยานบุคคลใหม่ๆ จากหลายจังหวัดเพื่อจะได้ร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น ย้ำว่าเราจะตรวจสอบเรื่องนี้ผ่านกลไกทั้งในและนอกสภาอย่างเต็มที่เช่นกัน ซึ่งตนยังมีข้อกังวลใจเกี่ยวกับผลการประเมินการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ที่ให้ทำหน้าที่ต่อ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวออกมาว่านายแสวงได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ หากสรุปปัญหานี้ในหนึ่งประโยคตนคิดว่าคือการที่เรามีองค์กรอิสระที่เป็นอิสระจากประชาชน หากถามประชาชนว่าพอใจกับการทำหน้าที่ของ กกต. หรือไม่ ตนเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากคงตอบได้ชัดเจนว่าไม่พอใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำเนินคดีโกงสว.ที่ล่าช้ารวมถึงการเตรียมการเลือกตั้งปี 2569 ที่เริ่มต้นเตรียมการมาแต่ปี 2568 และยังมีข้อพิรุธ ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่เกิดขึ้น เช่น กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ส่งผลกระทบต่อหลักการการออกเสียงลงคะแนน

แม้ว่าสังคมส่วนใหญ่อาจจะไม่พอใจกันทำหน้าที่ของกกต. แต่กลายเป็นว่าประชาชนแทบจะไม่มีช่องทางที่จะตรวจสอบกกต. ได้ช่องทางที่ประชาชนเคยมีในการเข้าชื่อถอดถอนโดยรัฐสภานั้น ก็ถูกดึงออกไปโดยรัฐธรรมนูญปี 2560 ตอนนี้กลายเป็นว่าองค์กรอิสระ เช่น กกต.ก็เหลือเพียงแค่วิธีการประเมินกันเองปกป้องกันเอง มาถึงกรณีนี้แม้ว่าจะประเมินไม่ผ่านก็สามารถทบทวนการประเมินเพื่อปกป้องกันเองได้อีก ตนจึงอยากให้คำสัญญาว่าทางวิปฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกของสภาฯที่มีประสานงานกับคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป และเชื่อว่าเอกสารชิ้นสำคัญที่จะเสนอให้มีการเรียกจาก กกต. และหากกกต. เปิดเผยมาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบ คือสัญญาว่าจ้างนายแสวงในฐานะเลขาธิการกกต. นั่นจะเป็นหนึ่งในเอกสารที่จะขอและเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบต่อไป

เมื่อถามว่า ในสมัยประชุมหน้าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องโกงสว. หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราตั้งใจจะใช้ทุกกลไกของสภาฯในการตรวจสอบ สิ่งที่ตนเปิดเผยได้คือ เรามีความตั้งใจว่าในสมัยประชุมหน้าใช้สิทธิ์ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคงมีทั้งเรื่องคดีโกงสว. รวมถึงเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องที่ทำให้เราไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขั้นตอนถัดไปก็จะมีการหารือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในช่วงใดของสมัยประชุมหน้ารวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องและหัวข้อจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า รายชื่อที่ปรากฏจะมีการยื่นอภิปรายทั้งหมดเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คดีโกงสว. เราตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น รายชื่อที่มีเบาะแสหรือมีข้อมูลที่ยื่นเข้ามา เราจะมาตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ผ่านกลไกต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะรายชื่อที่มีข้อมูลในชุดนี้ หากมีข้อมูลชุดอื่นที่มีรายชื่อปรากฏก็จะนำข้อมูลมาพิจารณาเช่นกัน ซึ่งเราไม่ได้ละเว้นชื่อคนใดคนหนึ่งอยู่แล้วจะตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หลักฐานที่เราและภาคประชาชนเข้าถึงตนเชื่อว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบเข้าถึงอยู่แล้วและเข้าถึงได้มากกว่าพวกเราด้วยซ้ำ ทั้งเรื่องสถานที่ วัน เวลา บุคคล แต่ที่เรากังวลตอนนี้แม้ว่าหลักฐานจะชัดเจนแต่หน่วยงานที่ตรวจสอบจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กกต. เองก็มีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีความล่าช้า ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอก็อยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่างรอดูมติกกต. ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ทำให้เพิ่มข้อกังวลใจว่าหากกกต. มีการเป่าคดีหรือตัดตอนคดี จะเอาการตัดสินของกกต. มาเป็นข้ออ้างในการเป่าคดีและตัดตอนของฝั่งดีเอสไอในฐานฟอกเงินและอั้งยี่ด้วยหรือไม่ ย้ำว่าไม่ใช่การฮั้วกันระหว่างสว. กลายเป็นว่าระหว่างหน่วยงานตรวจสอบก็มีการฮั้วกันเองด้วย เพื่อปกป้องคนที่เกี่ยวข้องในคดีนี้

นายยิ่งชีพ กล่าวเสริมถึงเรื่องเส้นเงินว่า จากปากคำเท่าที่เก็บจากปากคำพยานผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการพบว่าส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินสด จึงไม่มีหลักฐาน เส้นเงินเท่าที่มีปรากฏเป็นเพียงปลายขอบของขบวนการที่ไม่ได้ระมัดระวังมากเพียงพอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...