โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สสว.เปิดแผนหนุนสภาพคล่อง SMEs อัด 5,000 ล้าน ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 1%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการ สสว. เปิดแนวทางช่วยเหลือ SME ฝ่าวิกฤตสภาพคล่อง ยอมรับเม็ดเงินกองทุนที่ใช้ได้จริงมีข้อจำกัดจากเงินที่ผูกพันภารกิจเดิม ชูวงเงิน 5,000 ล้านบาทเป็นกลไกหลัก พร้อมจัด 1,200 ล้านบาทร่วม XIM Bank และ SME D Bank ปล่อยกู้ดอกเบี้ย 1% ขณะที่อีก 1,500 ล้านบาทส่งผ่านหน่วยงานรัฐช่วยผู้ประกอบการ คาดดูแลได้ราว 30,000 ราย และเดินหน้าขอรัฐบาลเพิ่มวงเงิน

สสว. รับโจทย์ใหญ่ “สภาพคล่อง” SMEs

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ปัญหาสภาพคล่องยังเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่กดดันผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยและ Micro SME ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ สสว. แม้จะมีกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการ แต่เม็ดเงินที่สามารถนำมาใช้ช่วยเหลือสภาพคล่องได้ทันทีมีข้อจำกัด เนื่องจากเงินส่วนหนึ่งถูกจัดสรรหรือผูกพันกับภารกิจเดิมแล้ว

ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

ปัจจุบันกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารของ สสว. มีเงินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท เงินส่วนหนึ่งประมาณ 5,000 ล้านบาท อยู่กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เพื่อใช้ในการค้ำประกันสินเชื่อให้กับ SME ขณะที่เงินอีกส่วนถูกผูกพันกับสินเชื่อรายย่อยที่ผู้ประกอบการได้กู้ไปก่อนหน้านี้และมีระยะเวลาผูกพันหลายปี

“เงินกองทุนมีอยู่มากกว่า 10,000 ล้านบาทก็จริง แต่เงินที่สามารถนำมาบริหารเพื่อช่วยเหลือ SME ได้จริงมีข้อจำกัด เพราะบางส่วนติดภารกิจเดิม”

5,000 ล้าน เร่งกระจายช่วย SMEs

ดังนั้นจึงเหลือวงเงินที่สามารถนำมาใช้ดำเนินการได้ 5,000 ล้านบาท ส่วนแรก 1,200 ล้านบาท สสว.อยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME D Bank) เพื่อจัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ประกอบการ อัตราดอกเบี้ยประมาณ 1% ในช่วงปีแรก ระยะเวลาการกู้สูงสุด 5 ปี วงเงินกู้ 10-15 ล้านบาทต่อราย คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการได้ไม่เกิน 1,000 ราย

5 กุญแจสำคัญในการปลดล็อก SMEs

ส่วนอีก1,500 ล้านบาท จะใช้ผ่านหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าถึงผู้ประกอบการในวงกว้างมากขึ้น เช่น สภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคเกษตรที่อยู่ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชน รวมถึงสนับสนุนผ่านกรมการค้าต่างประเทศสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพด้านการส่งออกและกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คาดว่า ส่วนนี้จะช่วยเหลือ SME และวิสาหกิจชุมชนได้ประมาณ 30,000 ราย

อีก 300 ล้านลดต้นทุน SMEs ผ่าน BDS

สำหรับวงเงินที่เหลือ 300 ล้านบาท จะนำไปสนับสนุนผู้ประกอบการผ่านระบบ Business Development Service หรือ BDS ซึ่งเน้นการลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้กับบริการทางธุรกิจได้หลากหลาย เช่น ค่าเช่าพื้นที่ออกบูธ การพัฒนามาตรฐานสินค้า การจดลิขสิทธิ์ หรือบริการด้านการพัฒนาธุรกิจ โดย สสว. สนับสนุนค่าใช้จ่ายประมาณ 80% ขณะที่ผู้ประกอบการร่วมจ่ายอีก 20%

“เช่น หากค่าเช่าบูธอยู่ที่ 30,000 บาท สสว. จะสนับสนุนประมาณ 24,000 บาท และผู้ประกอบการร่วมจ่าย 6,000 บาท ช่วยลดภาระต้นทุนให้กับธุรกิจและเปิดโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจได้มากขึ้น”ดร.ปณิตากล่าว

ชงรัฐเพิ่มเงินกองทุน ปลดล็อกข้อจำกัดสภาพคล่อง

ดร.ปณิตาย้ำว่า สสว.ตระหนักว่า ปัญหาสภาพคล่องเป็นโจทย์ที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะในกลุ่ม SME รายย่อยที่เข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ยาก จึงอยู่ระหว่างเสนอขอเพิ่มวงเงินจากรัฐบาล เพื่อให้สามารถนำมาขยายมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำให้ สสว. ต้องบริหารเงินที่มีอยู่และกระจายการช่วยเหลือไปยังมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

“เรากำลังขอเพิ่มเงินอยู่ แต่ตอนนี้รัฐบาลก็มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องทำเท่าที่มี และกระจายไปในหลายช่องทาง”

สำหรับวงเงิน 5,000 ล้านบาทที่นำมาใช้ผ่านกลไกต่าง ๆ นั้น จะมีการกำหนดตัวชี้วัดร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร โดยเฉพาะ SME D Bank เพื่อวัดผลว่า มาตรการสามารถช่วยเหลือ SME ได้จำนวนเท่าใด ขณะเดียวกัน ธนาคารยังสามารถมีแพ็กเกจหรือมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมจากวงเงินของธนาคารเอง ซึ่งถือเป็นส่วนที่อยู่นอกเหนือจากเงินกองทุนของ สสว.

ไม่ได้มีแค่ “เงินกู้” แต่ต้องเร่งทรานส์ฟอร์มสู่ AI

นอกจากแก้ปัญหาสภาพคล่องแล้ว สสว. มองว่า การช่วยเหลือ SMEs ในระยะต่อไปต้องครอบคลุมการปรับตัวของธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลและ AI เพราะหากผู้ประกอบการยังดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิม อาจไม่สามารถแข่งขันได้ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

สสว. จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมช่องทางออนไลน์ การใช้เทคโนโลยี และการทำตลาดผ่าน Influencer รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่และ Startup ซึ่งมีแนวโน้มเลือกสร้างธุรกิจของตัวเองมากกว่าการเข้าสู่ตลาดแรงงานในรูปแบบเดิม โดยสสว. มีโครงการสนับสนุนที่สามารถเข้าถึงผู้ประกอบการได้มากกว่า 100,000 ราย

เปิดโค้ช SMEs เสริมแกร่งหลังบ้าน

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการเสริมศักยภาพ “หลังบ้าน” ของธุรกิจ ทั้งระบบบัญชี ภาษี การบริหารจัดการ และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ และสสว.ยังมีระบบองค์ความรู้และการฝึกอบรมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ตลอดทั้งปี รวมถึงบริการ “SMEs Coach” ซึ่งเป็นการให้คำปรึกษาแบบรายตัว เพื่อช่วยแก้ปัญหาเฉพาะด้านของแต่ละธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนด้านบัญชี ภาษี การจดลิขสิทธิ์ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่านระบบคูปอง BDS เช่น กรณีผู้ประกอบการต้องการตรวจสอบหรือพัฒนาสินค้า สามารถใช้คูปองมูลค่า 10,000 บาท โดย สสว. สนับสนุน 9,000 บาท และผู้ประกอบการร่วมจ่ายเพียง 1,000 บาท

ดัน SME ขยับจาก Micro สู่ S และ M

ดร.ปณิตา กล่าวว่า โครงสร้าง SME ไทยมีจำนวนรวมประมาณ 3.2 ล้านราย โดยมากกว่า 2 ล้านรายเป็นธุรกิจรายย่อยหรือ Micro SME ขณะที่กลุ่ม M มีจำนวนเพียงหลักหมื่นราย ดังนั้นภารกิจสำคัญของ สสว. คือการออกแบบมาตรการให้เหมาะกับแต่ละช่วงของธุรกิจ

เป้าหมายคือการผลักดัน Micro ให้ขยับขึ้นเป็น S และผลักดัน S ให้เติบโตเป็น M ขณะเดียวกัน กลุ่ม M ที่มีศักยภาพก็จะได้รับการสนับสนุนแบบ Customization เพื่อให้สามารถเติบโตไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ หรือ L ได้

หากธุรกิจสามารถขยายขนาดได้ จะส่งผลต่อการเพิ่มผลิตภาพและ GDP ของประเทศในระยะยาว

“จัดซื้อจัดจ้างรัฐ” อีกเครื่องมือเพิ่มโอกาส SMEs

อีกหนึ่งมาตรการที่ สสว. มองว่าสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ SME ได้อย่างเป็นรูปธรรม คือการเปิดทางให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับ สสว. จะเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมบัญชีกลาง และได้รับแต้มต่อในการแข่งขันจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐประมาณ 10-15% ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่ปัจจุบันมีมูลค่าราว 500,000-600,000 ล้านบาทที่ SME สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการลงทะเบียนกับ สสว. เพื่อเข้าสู่ระบบดังกล่าวแล้ว มากกว่า 100,000 ราย ถือเป็นอีกช่องทางในการสร้างตลาดและรายได้ให้กับ SME โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเพียงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,230 วันที่ 27 - 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...