โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เกษตรกรลุ่มน้ำกก-สาย-รวก-โขง จี้รัฐเร่งแก้สารปนเปื้อน ดัน “วาระแห่งชาติ” หวั่นกระทบอาหาร-อาชีพ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำกก สาย รวก และโขง เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนจากกิจกรรมเหมืองในพื้นที่ต้นน้ำ พร้อมผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ หลังผลตรวจคุณภาพน้ำ ตะกอน ดิน พืชผัก และสัตว์น้ำ ยังพบการปนเปื้อนของโลหะหนักในหลายพื้นที่ สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยด้านอาหาร รายได้ของเกษตรกร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำกก สาย รวก และโขง จัดประชุมหารือเกี่ยวกับการใช้น้ำในแม่น้ำ โดยสะท้อนความกังวลต่อปัญหาคุณภาพน้ำ ตะกอน และผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้เข้าร่วมประชุมระบุว่า ผลการตรวจคุณภาพน้ำและตะกอนยังพบสารโลหะหนักหลายชนิด โดยเฉพาะสารหนูในบางพื้นที่ ขณะที่การตรวจพืชผัก ปลา และดิน พบการปนเปื้อนในหลายตัวอย่าง แม้ส่วนใหญ่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่สะท้อนแนวโน้มการสะสมในพื้นที่เกษตร ส่งผลให้เกษตรกรวิตกต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรในอนาคต

ตัวแทนเกษตรกรจากอำเภอแม่สายและพื้นที่ลุ่มน้ำกก ระบุว่า ปัญหาน้ำขุ่น ตะกอนสะสม และอุทกภัยที่รุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผลผลิตลดลง หลายพื้นที่ต้องขุดลอกตะกอนบ่อยครั้ง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจากับประเทศต้นทาง เพื่อแก้ไขสาเหตุของปัญหาอย่างยั่งยืน แทนการใช้งบประมาณภายในประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเพียงอย่างเดียว
ด้าน นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เปิดเผยว่า จะรวบรวมข้อเสนอและเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ถึงเชียงราย เพื่อเสนอรัฐบาลผลักดันปัญหามลพิษในลุ่มน้ำกกเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุมกิจกรรมเหมืองในพื้นที่ต้นน้ำ และระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ เพื่อฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ขณะที่ ดร.สืบสกุล กิจนุกร เปิดเผยผลการติดตามคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง จากการเก็บตัวอย่างครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 15–19 มิถุนายน 2569 รวม 22 จุด พบว่า แม่น้ำสายยังตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานทุกครั้ง ส่วนแม่น้ำกกส่วนใหญ่ยังไม่เกินมาตรฐาน ยกเว้นบริเวณชายแดน ขณะที่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง แม้ระดับสารหนูในน้ำยังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่ตะกอนดินในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอเชียงของ พบการสะสมของโลหะหนักในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดิน
นอกจากนี้ ยังพบการปนเปื้อนของโลหะหนักในดิน พืชผัก ปลา และน้ำบาดาลหลายพื้นที่ แม้หลายตัวอย่างยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่สะท้อนแนวโน้มการสะสมในสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ดร.สืบสกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีความคืบหน้าในการจัดหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่เพื่อผลิตน้ำประปาให้ประชาชนในจังหวัดเชียงรายกว่า 40,000 ครัวเรือน เพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำในแม่น้ำกก รวมทั้งมีแผนจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์น้ำ ดิน พืช และสัตว์น้ำในจังหวัดเชียงราย เพื่อให้สามารถทราบผลตรวจภายใน 7 วัน
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุจากกิจกรรมเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นสิ่งจำเป็น และต้องอาศัยการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อยุติการปนเปื้อนในลุ่มน้ำอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...