โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอลนีโญ’ ถล่มสวนปาล์มผลผลิตหาย-นากหญ้ากัดกินซ้ำเติมไปอีก

SpringNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ 'เอลนีโญ' สร้างบาดแผลให้ภาคเกษตรทั่วโลก และประเทศไทยก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ ล่าสุด 'สวนปาล์มน้ำมัน' กำลังเผชิญวิกฤติรอบใหม่ เมื่อภัยแล้งจากเอลนีโญที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเริ่มส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่ยังต้องเจอกับปัญหา 'นากหญ้า' บุกทำลายต้นปาล์มในหลายพื้นที่ของจังหวัดชุมพร ซ้ำเติมความเสียหายให้เกษตรกร

นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ผลผลิตปาล์มน้ำมันของไทยลดลงราว 20-30% จากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตหมุนเวียนในตลาดเหลือเพียงประมาณ 1.1 ล้านตัน โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มต้องแข่งขันรับซื้อวัตถุดิบอย่างหนัก ดันราคาผลปาล์มสดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ ปรับขึ้นแตะประมาณ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม

แม้ราคาปาล์มจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ชาวสวนย้ำว่าไม่ได้หมายถึงรายได้เพิ่มขึ้น เพราะผลผลิตที่ลดลงทำให้รายรับที่ได้เป็นเพียงการชดเชยปริมาณที่หายไปเท่านั้น จึงเรียกร้องให้ภาครัฐยกเลิกการควบคุมเพดานราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด และปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด พร้อมเสนอให้ใช้มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือโครงการธงฟ้า แทนการกดราคาสินค้าที่ต้นทางจนกระทบเกษตรกร

ขณะเดียวกัน ชาวสวนปาล์มในจังหวัดชุมพรยังต้องเผชิญ 'เคราะห์ซ้ำ' เมื่อ 'นากหญ้า' บุกกัดแทะโคนต้นปาล์มน้ำมันอายุ 1-2 ปี จนยืนต้นตายและเหี่ยวเฉาเป็นจำนวนมาก โดยสวนแห่งหนึ่งในอำเภอท่าแซะได้รับความเสียหายกว่า 300 ต้น จากทั้งหมด 500 ต้น แม้เจ้าของสวนจะพยายามป้องกันหลายวิธี แต่ยังไม่สามารถควบคุมปัญหาได้ ขณะที่ชาวสวนในพื้นที่ใกล้เคียงก็เริ่มได้รับผลกระทบเช่นกัน จนมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการควบคุมและเยียวยา

สำหรับ 'นากหญ้า' เป็นสัตว์ฟันแทะขนาดใหญ่ มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ถูกนำเข้าไทยตั้งแต่ปี 2537 เพื่อเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำหรับอุตสาหกรรมขนสัตว์ แต่เมื่อธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ บางส่วนถูกปล่อยหรือหลุดสู่ธรรมชาติ ก่อนกลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (Alien Species) ที่เริ่มสร้างผลกระทบในหลายพื้นที่

เดิมนากหญ้ากินพืชเป็นอาหารหลัก ทั้งหญ้า พืชน้ำ เปลือกไม้ และลำต้นอ่อน เมื่อจำนวนเพิ่มขึ้นหรือเข้าไปอาศัยในพื้นที่เกษตร จึงสามารถกัดกินโคนต้นพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต้นปาล์มน้ำมันอายุน้อย ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโตหรือยืนต้นตาย นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตร หากไม่มีมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสม

วิกฤติปาล์มน้ำมันครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียง 'ภัยแล้ง' หรือ 'ราคาตลาด' เป็นตัวแปร หากแต่เป็นผลสะสมของทั้งสภาพภูมิอากาศที่ผันผวนและปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่กำลังคุกคามภาคเกษตร เมื่อความเสี่ยงเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งจากธรรมชาติและระบบนิเวศ สิ่งที่ชาวสวนต้องการจึงไม่ใช่แค่ราคาที่เป็นธรรม แต่คือการบริหารจัดการที่ทันต่อปัญหา ก่อนที่วิกฤติในสวนปาล์มจะลุกลามกลายเป็นวิกฤติของทั้งห่วงโซ่อาหารและเศรษฐกิจการเกษตรไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...