ต.ค.นี้ “ไทย ซีเพลน” พร้อมบริการ ประเดิม “ภูเก็ต-ท่าเรือน้ำลึก-กระบี่” เริ่ม 4-5 พันบาท/คน/เที่ยว
นายกสิณพจน์ รอดโค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย ซีเพลน จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะร่วมกับกระทรวงคมนาคม ในการผลักดัน และเปิดให้บริการเครื่องบินทะเล(Seaplane) โดยขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) อยู่ระหว่างพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) หากเห็นชอบ บริษัทฯ จะนำผลดังกล่าวยื่นขออนุญาตจัดตั้งพื้นที่ขึ้นลง(โป๊ะ)ชั่วคราวทางน้ำ ต่อสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) เพื่อพิจารณาต่อไป คาดว่าจะวางโป๊ะลงน้ำ ที่ท่าเรือน้ำลึก (แหลมพันวา จ.ภูเก็ต) รองรับซีเพลนได้ประมาณปลายเดือน ส.ค.2569 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ปลายเดือน ต.ค.-ต้นเดือน พ.ย.2569
นายกสิณพจน์ กล่าวอีกว่า ในระยะแรก จะเปิดให้บริการ 2 รูปแบบ ได้แก่ เที่ยวบินชมวิว (Sightseeing) และเที่ยวบินเช่าเหมาลำ(Private Charter) โดยเที่ยวบินชมวิว เปิด 2 เส้นทาง ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึก–หาดกะรน–ป่าตอง-ท่าเรือน้ำลึก(แหลมพันวา จ.ภูเก็ต) และเส้นทางท่าเรือน้ำลึก–อ่าวมาหยา ใช้เวลาบินประมาณ 20 นาที ส่วนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ มี 3 เส้นทาง ได้แก่ สนามบินภูเก็ต-ท่าเรือน้ำลึก, สนามบินกระบี่-ท่าเรือน้ำลึก และสนามบินภูเก็ต-สนามบินกระบี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที จากเดิมที่เดินทางด้วยรถยนต์จะใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
นายกสิณพจน์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นจะให้บริการวันละ 5 เที่ยวบิน ตามข้อกำหนดด้านชั่วโมงปฏิบัติงานของนักบิน และกฎการบินของซีเพลนที่อนุญาตให้บินเฉพาะเวลากลางวัน ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก โดยการปฏิบัติการจะพิจารณาทั้งสภาพอากาศ ความสูงของคลื่น และความปลอดภัยในการขึ้นลงเป็นสำคัญ ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทฯมีเครื่องบินซีเพลน รุ่น Cessna Caravan Amphibian ให้บริการ 1 ลำ มี 9 ที่นั่ง ราคาค่าโดยสารเริ่มต้น 120-150 เหรียญสหรัฐต่อที่นั่งต่อเที่ยว หรือประมาณ 4-5 พันบาทต่อที่นั่งต่อเที่ยว ในระยะยาว มีแผนขยายเส้นทางบินไปยังเกาะพีพี เกาะลันตา และเกาะหลีเป๊ะ จะร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น และโรงแรม ในการก่อสร้างจุดขึ้นลงทางน้ำ ขณะที่บริษัทฯ จะรับหน้าที่บริหารจัดการมาตรฐานความปลอดภัย และการปฏิบัติการทั้งหมด คาดว่าจะเริ่มในปี 2570
นายกสิณพจน์ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าสัดส่วนผู้โดยสาร เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 70% และคนไทย 30% มุ่งเน้นนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง (High-end Tourist) ที่พักโรงแรมระดับราคาห้องพักมากกว่า 8,000 บาทต่อคืน ซึ่งจากการหารือกับผู้ประกอบการโรงแรม ได้รับผลตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตามการเปิดให้บริการในระยะแรก บริษัทฯ ใช้เงินลงทุนกว่า 70 ล้านบาท(ไม่รวมค่าเครื่องบิน) อาทิ ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร การขอใบอนุญาต ค่าประกันเครื่องบิน การจัดตั้งสำนักงาน และการสร้างจุดขึ้นลงทางน้ำ จุดละ 10-12 ล้านบาท อาทิ ค่าสร้างโป๊ะ ประมาณ 2 ล้าน, ค่าทำวิจัย และจัดทำรายงาน IEE กว่า 3.5 ล้านบาท รวมทั้งยังมีค่าสำรวจ และวางโป๊ะ และค่าฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ เป็นต้น
นายกสิณพจน์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้บริษัทฯ มีแผนเปิดระดมทุนจากนักลงทุนทั้งไทย และต่างประเทศ รอบแรก 150 ล้านบาท เพื่อขยายฝูงบิน และเครือข่ายจุดขึ้นลงทางน้ำ ตั้งเป้าหมายมีเครื่องบิน 5 ลำภายใน 3 ปี โดยปี 2570 มีแผนเพิ่ม 3 ลำ ซึ่งเครื่องบินซีเพลน มูลค่าลำละประมาณ 100 ล้านบาท พร้อมทั้งมีแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย ปัจจุบันบริษัทขาดทุนประมาณ 35 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ปัจจุบันให้บริการเฉพาะชมวิว และต้องลงทุนเตรียมความพร้อมต่างๆ คาดว่าเมื่อเปิดบริการซีเพลนจะมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าบริษัทเกี่ยวข้องกับทุนเทา ขอชี้แจงว่าเป็นคนละบริษัทกัน แค่ชื่อเหมือนกัน ต่างตรงเว้นวรรค จึงไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นตัวแทนให้ใคร และพร้อมให้ตรวจสอบทั้งหมด โดยบริษัทดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน หากมีความผิดปกติจริง บริษัทคงไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการการบินพลเรือนจาก กพท. ตั้งแต่แรก เพราะมีการตรวจสอบทั้งประวัติผู้บริหาร สถานะการเงิน และความพร้อมของบริษัทอย่างละเอียด.