โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ครม.สัญจร" ชงรถไฟทางคู่ 1.06 แสนล้าน-ผุดกองทุนภัยพิบัติ

Nation Online

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงวาระไฮไลต์การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) โดยกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบรางในพื้นที่ภาคใต้ วงเงินรวมกว่า 1.06 แสนล้านบาท พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและการจราจรอย่างครอบคลุม ขณะที่รัฐบาลเตรียมเสนอการจัดตั้ง"กองทุนภัยพิบัติ" พลิกโฉมระบบการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนทั่วประเทศ

1. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบราง (ภาคใต้)

  • รถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2: เตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณผูกพัน 5 ปี วงเงิน 1.06 แสนล้านบาท ครอบคลุมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ใน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ และ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์

  • รถไฟทางคู่ ระยะที่ 3 และ Missing Link: ผลการศึกษาเส้นทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก เสร็จสิ้นแล้วเพื่อเตรียมเชื่อมต่อประเทศมาเลเซีย พร้อมตั้งคณะกรรมการศึกษาเส้นทางระบบราง ชุมพร-ระนอง เพื่อเชื่อมโยงสู่ท่าเรือน้ำลึก

  • โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยง: นายกรัฐมนตรีลงนามขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-พัทลุง และสะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี่ ดำเนินการโดยกรมทางหลวงชนบท ร่วมกับ World Bank ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี รวมถึงเร่งหาผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก (ไทย-มาเลเซีย) แห่งใหม่ ทดแทนสะพานเดิมที่ใช้งานมากว่า 50 ปี

  • ถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่: เร่งผลักดันเพื่อแก้ปัญหากราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่ โดยออกแบบให้เป็นระบบชะลอน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ควบคู่กัน

2. การจัดตั้ง "กองทุนภัยพิบัติ" (ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ)

รัฐบาลเตรียมปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเยียวยาแบบเดิมที่ล่าช้าและซ้ำซ้อน ซึ่งใช้เวลานาน 3-4 เดือน เปลี่ยนเป็นการทำประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินไปฟื้นฟูอาชีพและซ่อมแซมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

  • กลุ่มเป้าหมาย: ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านครัวเรือน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนซื้อประกันภัยให้ผ่านบริษัทประกันภัยในช่วง 1-2 ปีแรก

  • วงเงินความคุ้มครอง: ครอบคลุม 3 ภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินสินไหมสูงสุด 100,000 บาท/ครัวเรือน และคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาท/ครัวเรือน

  • เงื่อนไขการจ่ายเงินด่วน: หากประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) จะได้รับเงินสดโอนเข้าบัญชีทันที 10,000 บาท ภายใน 15 วัน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหว จะได้รับเงินสด 5,000 บาท ภายใน 15 วัน โดยวงเงินชดเชยส่วนที่เหลือ คปภ. และ ปภ. จะร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาจ่ายเพิ่มเติมต่อไป

  • ความคุ้มค่า: รัฐบาลใช้งบประมาณนำร่องกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งประหยัดและมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิมที่รัฐต้องจ่ายเงินเยียวยาสูงถึงปีละ 30,000 - 40,000 ล้านบาท โดยในอนาคตจะจัดตั้งเป็นกองทุนของรัฐบาลเข้ามาดูแลโดยตรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...