"ครม.สัญจร" ชงรถไฟทางคู่ 1.06 แสนล้าน-ผุดกองทุนภัยพิบัติ
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงวาระไฮไลต์การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) โดยกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบรางในพื้นที่ภาคใต้ วงเงินรวมกว่า 1.06 แสนล้านบาท พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและการจราจรอย่างครอบคลุม ขณะที่รัฐบาลเตรียมเสนอการจัดตั้ง"กองทุนภัยพิบัติ" พลิกโฉมระบบการจ่ายเงินเยียวยาประชาชนทั่วประเทศ
1. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบราง (ภาคใต้)
รถไฟทางคู่สายใต้ ระยะที่ 2: เตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณผูกพัน 5 ปี วงเงิน 1.06 แสนล้านบาท ครอบคลุมระยะทางกว่า 500 กิโลเมตร ใน 3 เส้นทางหลัก ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ และ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์
รถไฟทางคู่ ระยะที่ 3 และ Missing Link: ผลการศึกษาเส้นทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก เสร็จสิ้นแล้วเพื่อเตรียมเชื่อมต่อประเทศมาเลเซีย พร้อมตั้งคณะกรรมการศึกษาเส้นทางระบบราง ชุมพร-ระนอง เพื่อเชื่อมโยงสู่ท่าเรือน้ำลึก
โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยง: นายกรัฐมนตรีลงนามขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-พัทลุง และสะพานข้ามเกาะลันตา จ.กระบี่ ดำเนินการโดยกรมทางหลวงชนบท ร่วมกับ World Bank ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี รวมถึงเร่งหาผู้รับเหมาก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก (ไทย-มาเลเซีย) แห่งใหม่ ทดแทนสะพานเดิมที่ใช้งานมากว่า 50 ปี
ถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่: เร่งผลักดันเพื่อแก้ปัญหากราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่ โดยออกแบบให้เป็นระบบชะลอน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ควบคู่กัน
2. การจัดตั้ง "กองทุนภัยพิบัติ" (ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ)
รัฐบาลเตรียมปรับเปลี่ยนระบบการจ่ายเงินเยียวยาแบบเดิมที่ล่าช้าและซ้ำซ้อน ซึ่งใช้เวลานาน 3-4 เดือน เปลี่ยนเป็นการทำประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินไปฟื้นฟูอาชีพและซ่อมแซมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว
กลุ่มเป้าหมาย: ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านครัวเรือน โดยรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนซื้อประกันภัยให้ผ่านบริษัทประกันภัยในช่วง 1-2 ปีแรก
วงเงินความคุ้มครอง: ครอบคลุม 3 ภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินสินไหมสูงสุด 100,000 บาท/ครัวเรือน และคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 2,000,000 บาท/ครัวเรือน
เงื่อนไขการจ่ายเงินด่วน: หากประสบอุทกภัย (น้ำท่วม) จะได้รับเงินสดโอนเข้าบัญชีทันที 10,000 บาท ภายใน 15 วัน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหว จะได้รับเงินสด 5,000 บาท ภายใน 15 วัน โดยวงเงินชดเชยส่วนที่เหลือ คปภ. และ ปภ. จะร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาจ่ายเพิ่มเติมต่อไป
ความคุ้มค่า: รัฐบาลใช้งบประมาณนำร่องกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งประหยัดและมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิมที่รัฐต้องจ่ายเงินเยียวยาสูงถึงปีละ 30,000 - 40,000 ล้านบาท โดยในอนาคตจะจัดตั้งเป็นกองทุนของรัฐบาลเข้ามาดูแลโดยตรง