GULF-GPSC รับเต็ม PDP ใหม่ดันไฟฟ้าพุ่ง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 02 ก.ย เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย เวลา 03.23 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ร่าง PDP2026 ปรับลดการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าที่คาดการณ์ไว้ลงเหลือ 2.49% ต่อปี(จากเดิม 3.1%) และกำหนดเกณฑ์ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (LOLE) ไว้ไม่เกิน 1.0 วัน/ปีส่งผลให้การเพิ่มกําลัง การผลิตจากโรงไฟฟ้าก๊าซ (CCGT) ใหม่ในปี2026–80 ถูกจํากัดไว้เพียง 9,100MW (17.9% ของกําลัง การผลิตใหม่ทั้งหมด 50,900MW) (รูปที่4-5) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนบทบาทของโรงไฟฟ้าก๊าซจากการเป็น เครื่องจักรขับเคลื่อนการเติบโต ไปเป็นสินทรัพย์สํารองที่ยืดหยุ่นและเป็นโรงไฟฟ้าฐานเพื่อสนับสนุนความเชื่อถือระบบ
อีกทั้งแผนดังกล่าวยังกำหนดแนวทางที่เข้มงวดขึ้นสำหรับสัญญา PPA ก๊าซดั้งเดิมเมื่อสัญญา IPP และSPP หมดอายุโดยการต่อสัญญาน่าจะจํากัดเฉพาะโรงไฟฟ้าที่จําเป็นต่อความมั่นคงเชิงพื้นที่เพื่อลด CAPEX ของระบบ ส่วนกลไก Adder และส่วนต่างราคาซื้อขายดั้งเดิมจะไม่ได้รับการต่ออายุซึ่งจะกดดันให้ผู้ประกอบการต้องเร่งสร้างกระแสเงินสดสูงสุดจาก PPA ที่มีอยู่เดิม และหันไป ลงทุนใหม่ในพลังงานสะอาดเพื่อบรรเทารายได้ที่อาจหายไปและความเสี่ยงจากภาวะสินทรัพย์ด้อยค่า
กําลังการผลิตติดตั้งรวมของไทยถูกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 54,662MW ในปี2026F เป็น 185,000–253,000MW ในปี2050 หรือเติบโตขึ้น 3.4–4.6xการเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่สัดส่วนเชื้อเพลิง โดยพลังงานสะอาด/พลังงานหมุนเวียน (RE) จะเพิ่มขึ้นจาก 20–22% (11,000–12,000MW) ในปัจจุบัน ซึ่งมี ก๊าซธรรมชาติเป็นสัดส่วนหลักมากกว่า 55% ขึ้นไปเป็น 65–89% ของกําลังการผลิตรวมในปี2050ขณะที่สัดส่วนก๊าซธรรมชาติคาดจะเหลือต่ำกว่า 20–30% โดยโรงไฟฟ้าที่เหลืออยู่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) หรือไฮโดรเจนสีเขียวเพิ่มขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซ
ในช่วง 12 ปีแรกของPDP2026 (2026–80) ไทยจะเพิ่มกําลังการผลิตใหม่รวม 50,900MW (50.9GW) นําโดยพลังงานแสงอาทิตย์24,300MW (47.7%), ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่(BESS) 14,500MW (28.5%), พลังงานลม 2,700MW (5.3%) และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก(SMR) นําร่อง 300MW โดยมี CCGT อยู่ที่9,100MW (17.9%) ทั้งนี้พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานรวมกันคิดเป็น 76.2%ของกําลังการผลิตใหม่ สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างไปสู่พลังงานสะอาดเพื่อรองรับความ ต้องการใหม่ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจาก Data Center และภาระงาน AI ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มความต้องการฟฟ้า
อีก 42,468–55,744GWh และ EV ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มอีก 91,736GWh นอกจากนี้แผนดังกล่าวยังเปิดช่องทางการเติบโตใหม่ของ Direct PPA ขนาด 2,000MW (2GW) ซึ่งช่วยให้เอกชนจัดหาพลังงานสีเขียว ได้โดยตรงและสนับสนุนการลงทุนและการย้ายฐานผลิตของบริษัทเทคระดับโลกมายังประเทศไทย
เพื่อรักษาอัตราค่าไฟฟ้าปลีกเฉลี่ยให้อยู่ต่ำกว่า 4.00 บาท/หน่วย ตลอดแผน PDP2026 จึงให้ความสำคัญกับ RE + BESS มากกว่าก๊าซ + CCS โดยกรณีที่2 (CCGT + CCS) มีต้นทุนไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่3.8859 บาท/หน่วย (รูปที่6-8) (เทียบกับ 3.8297 บาท/หน่วย ในกรณีที่ 3 (RE + BESS)) แม้จะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมในระบบเชื่อมต่อ RE และระบบส่งประมาณ 7 แสนล้านบาทก็ตาม ความได้เปรียบด้านต้นทุนนี้สนับสนุนกลยุทธ์การทดแทน PPA หรือ“Clean Swap” ซึ่งเป็นการทดแทน PPA ฟอสซิลที่หมดอายุด้วยพลังงานหมุนเวียน + BESS แทนที่จะเพิ่มกําลังการผลิตก๊าซใหม่ควบคู่กันนี้แผนดังกล่าวยังเร่งรัดการพัฒนา Smart Grid, VPP และ Demand Response โดยตั้งเป้าไว้ที่2,800MW ขณะเดียวกันก็เตรียมขยายขนาด SMR เป็น 9,000MW หลังปี2037 เพื่อเป็น New S-Curve สำหรับระบบไฟฟ้าของประเทศไทยValuation & Action
คงคำแนะนํา Overweight โดยเรามองว่า GPSC และ GULFเป็นผู้ชนะเชิงโครงสร้างหลักที่จะได้รับประโยชน์และครองสัดส่วนหลัก (Lion's Share) ในโครงการพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานระดับสาธารณูปโภค (Utility-scale RE/BESS) พลังงานก๊าซธรรมชาติ และ Data Center ขณะที่ BGRIM จะสามารถสร้างรายได้จากฐานโครงข่ายไฟฟ้าจุลภาคสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Microgrid) ผ่านโครงการ Direct PPA และความต้องการไฟฟ้าจาก DC ขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale สำหรับ RATCH และ EGCO จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ในกลุ่มรองลงมา จากสไตล์การดำเนินธุรกิจที่อนุรักษนิยมมากกว่า โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ การต่ออายุสัญญา PPA ดั้งเดิม และการนำสินทรัพย์มาหมุนเวียนสร้างมูลค่าใหม่