เปิดตัว Quantum Club Thailand ผนึก รัฐ-เอกชน ดันไทยสู่ผู้นำควอนตัมอาเซียน
ไทยประกาศยุทธศาสตร์ควอนตัม ผนึกพลัง อว.-อไรส์-ทรู-พันธมิตรโลก เปิดตัว ‘Quantum Club Thailand’ เปลี่ยนประเทศจากผู้ใช้สู่ผู้สร้างเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยจากการเป็นเพียง "ผู้ซื้อ" ให้กลายเป็น "ผู้สร้าง" และมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางควอนตัมแห่งภูมิภาคอาเซียน
กรุงเทพฯ 3 สิงหาคม 2569 - ประเทศไทยเริ่มต้นศักราชใหม่ด้านเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเป็นทางการ ด้วยการประกาศเปิดตัว“Quantum Club Thailand” แพลตฟอร์มความร่วมมือระดับชาติที่ผสานพลังระหว่าง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), เครือเจริญโภคภัณฑ์, อไรซ์, ทรู คอร์ปอเรชั่น, QTRic และ qBraid ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ควอนตัมระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายหลักในการเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องทดลองลงสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม พร้อมสร้างองค์ความรู้และบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจควอนตัมในอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นบนความตระหนักถึงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ซึ่ง "ควอนตัม" ถูกยกให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานยุคถัดไปที่จะเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม โดย Quantum Club Thailand ได้วางแนวทางขับเคลื่อนประเทศผ่าน 4 พันธกิจเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อครอบคลุมทุกมิติของระบบนิเวศดิจิทัล ได้แก่:
- สร้างกำลังคน (People): ยกระดับศักยภาพนักศึกษา นักวิจัย และวิศวกรไทย ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงการลงมือปฏิบัติจริง
- เร่งงานวิจัย (Research): ผลักดันงานวิจัยก้าวข้ามกรอบทฤษฎีไปสู่การทดลองเชิงประยุกต์ โดยใช้โจทย์จริงจากภาคธุรกิจและสังคมเป็นตัวนำ
- ยกระดับอุตสาหกรรม (Industry): สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับใช้เทคโนโลยีในภาคส่วนสำคัญ เช่น โทรคมนาคม พลังงาน สาธารณสุข การเงิน และการขนส่ง
- สร้างนวัตกรรม (Innovation): สนับสนุน Deep-tech สตาร์ทอัพและนวัตกรไทยในการเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบและทรัพย์สินทางปัญญา
ขับเคลื่อนผ่าน 3 โครงการเรือธง
เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ แพลตฟอร์มนี้จึงถูกออกแบบมาให้เป็น "Execution Platform" ผ่าน 3 โครงการหลักได้แก่
- Quantum Academy Thailand: ศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรโดยความร่วมมือกับ qBraid มอบโอกาสในการเข้าถึงแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ควอนตัมระดับสากลที่ขับเคลื่อนด้วย AI
- Quantum Industry Lab: ห้องปฏิบัติการร่วมระหว่างภาคธุรกิจและนักวิจัย เพื่อทดลองแก้ปัญหาเฉพาะทาง นำร่องในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายและการประหยัดพลังงาน
- Quantum Innovation Challenge: เวทีประกวดนวัตกรรมระดับชาติและการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเร่งการแจ้งเกิดของสตาร์ทอัพสาย Deep-tech บนเวทีโลก
ในระยะแรก โครงการจะมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญ 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยควอนตัม (Quantum Optimization), การจำลองแบบเสมือนจริง (Quantum Simulation & Digital Twin), ปัญญาประดิษฐ์ควอนตัม (Quantum AI) และ ระบบความปลอดภัยยุคควอนตัม (Quantum Security) เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยว่า เทคโนโลยีควอนตัมจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยกระทรวง อว. มุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนควบคู่กับการเร่งนำงานวิจัยออกจากห้องทดลองมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง
โดยควอนตัมเป็นหนึ่งในเรื่องที่รัฐบาลวางรากฐานไว้ให้เป็นเศรษฐกิจใหม่สร้างรายได้รูปแบบใหม่ ปัจจุบัน ควอนตัมยังเป็นเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยง หลายองค์กรยังไม่กล้าเดินหน้าลงทุนอย่างเต็มที่ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้คือหนึ่งในการก้าวข้ามความเสี่ยงที่หลายองค์กรกลัว และถือเป็นการผลักดันก้าวแรกของเทคโนโลยีที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศในอนาคต
โดยคอมพิวเตอร์ควอนตัมจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้ ซึ่งในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกษตร การใช้พลังงาน การศึกษาค้นคว้าและวิจัย ไปจนถึงเรื่องต่างๆในประเทศไทย จะมีการเชื่อมโยงการใช้ข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลเป็นส่วนใหญ่ซึ่ง หากมีการประมวลผลที่ดีขึ้น จะช่วยเร่งประสิทธิภาพและประสิทธิผลของเศรษฐกิจประเทศได้อย่างมหาศาล
อีกทั้งควอนตัมยังเป็นหนึ่งในอีโคซิส้ต็มของ เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่อาจเป็นรากฐานต่อจากนี้ไปอีกร้อยแี ดังนั้นหากไทยมีความพร้อมในระบบนิเวศน์ของควอนตัมทุกมิติ จะทำให้ไทยได้เปรียบในการแข่งขันบนเวทีโลก สามารถดึงดูดนักได้จากทั่วโลก สามารถสร้างความร่วมมือในอนสคตได้อีก
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป จำกัด และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคควอนตัมไม่ใช่เพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ ศูนย์ข้อมูล หรือเครื่องจักร แต่คือ คน เพราะเทคโนโลยีสามารถจัดหาได้ แต่บุคลากรที่สามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ต้องอาศัยการลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องภายในประเทศ
ความร่วมมือในครั้งนี้ต้องการสร้างระบบนิเวศสำหรับการค้นคว้าวิจัยขอบบุคลากรระดับชาติไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร อวกาศ พลังงาน การค้า ความปลอดภัยหรือด้านต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศบนพื้นฐานของความคุ้มค่าและปนะหยัดต้นทุนให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การกระจายรายได้สู่สังคมไทยให้ได้มากขึ้นอย่างมีคุณภาพไปจนถึงนำองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้ความร่วมมือในครั้งนี้กระจายสู่ภาคการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรที่มีความสามารถในด้านนี้ต่อไป
"สิ่งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่คอมพิวเตอร์ หรือศูนย์ข้อมูล แต่คือ 'คน' เทคโนโลยีสามารถจัดหาได้ แต่บุคลากรที่สร้างเทคโนโลยีใหม่ต้องอาศัยการลงทุนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจากประเทศที่ติดตามเทคโนโลยีมาเป็นผู้ร่วมสร้าง นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่เกิดจากความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา"
นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า ทรูพร้อมนำศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะและระบบนิเวศดิจิทัลเข้าร่วมขับเคลื่อน เพื่อเปลี่ยนโจทย์จริงจากภาคธุรกิจให้กลายเป็นนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้ โดยหวังว่าความร่วมมือในครั้งจะสร้างความพร้อมให้แก่ประเทศไทยในเรื่องควอนตัมทุกมิติ และช่วยให้สามารถก้าวสู่ขีดความสามารถในการแข่งขันเทคโนโลยีระดับโลกได้
ด้วยฐานองค์ความรู้ดั้งเดิมจาก QTRic ซึ่งมีต้นแบบเทคโนโลยีควอนตัมกว่า 80 รายการ และเครือข่ายนักวิจัยกว่า 120 คน ร่วมกับความเชี่ยวชาญระดับสากลจาก qBraid การเปิดตัว Quantum Club Thailand ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับคลื่นเทคโนโลยีลูกใหม่ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการปักธงประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Quantum Hub ของภูมิภาคอาเซียน