โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน”ทิ้งทวน”

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 สิงหาคม 2569 เวลา 4.25 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

เหตุสลดในโรงเรียนครั้งนี้ เป็นเคส 6 ราย ครู 5 ราย ผู้ก่อเหตุ 1 ราย ยิ่งน่าสลด ก่อนลงมือกราดยิงที่โรงเรียน นักเรียน ม.3 ได้แอบขโมยปืนกระบอกที่ก่อเหตุ ซึ่งเป็นของปู่ ปลิดชีพปู่และย่าเสียชีวิตที่บ้าน รวมเสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 ราย ได้รับบาดเจ็บ 22 ราย เป็นเคสแดงนักเรียนวิกฤต 7 ราย กระทั่งเด็กหญิงอายุ 12 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเพิ่มเป็น 9 ราย

สังคมตั้งคำถามได้ ปืน มาอย่างไร นำเข้าไปในโรงเรียนได้อย่างไร มาตรการรักษาความปลอดดภัยในสถานศึกษาทำไมถึงมีช่องโหว่ ปมลงมือก่อเหตุมาจากอะไร เสพติดความรุนแรงทางโซเชียล ปัญหาครอบครัว ปัญหาที่โรงเรียนถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง ทั้งหมดทั้งมวลถูกขมวดเพื่อหาทางแก้ไข เบื้องต้นนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน สถานศึกษา

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” คล้อยหลังมาอีกเพียง 2 วัน เกิดเหตุสะเทือนขวัญในสถานที่ราชการ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. บุกกระหน่ำยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ในสำนักงานองค์กรบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเสียชีวิต คนขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัส สร้างความแตกตื่นให้กับข้าราชการที่กำลังทำงาน

2 เหตุสะเทือน กระทรวงมหาดไทย-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำกับการครอบครองอาวุธปืน การใช้ การพกพา ลักลอบการค้าอาวุธเถื่อน ยังไม่นับรวมเหตุสลด 5 ศพ ที่ นายฑณา เกิดทอง หรือ "ป๋อง" อายุ 43 ปี ก่อเหตุฆ่ายกครัวพ่อ-แม่-ลูก 3 ศพ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ต่อด้วยฆ่าชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 ราย ทูตสังหารคือ “ปืนเถื่อน”

ไล่ตามมาติดๆ ด้วยการสั่ง “ล้อมคอก” โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึงขังประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาด ห้ามพกปืนออกจากบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ สั่งกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนแปลง บูรณาการกำลังตั้งด่านตรวจค้นเน้นอาวุธปืน ใครฝ่าฝืนพกพกออกนอกบ้านจับดำเนินคดี คัดค้านการประกันตัวในชั้นสืบสวนสอบสวนต้องเข้าห้องขังทันที

ลุกลามไปยังวงการกีฬา สนามยิงปืนนักกีฬา ที่จะนำปืนไปซ้อมต้องตรวจสอบจำนวนกระสุนกับสนามยิงปืน ต้องฝากอาวุธปืนไว้ที่สนาม ห้ามพกพาออกนอกพื้นที่เด็ดขาด เช่นเดียวกันกับที่ ทำเนียบรัฐบาล เตรียมสั่งการให้ตรวจสอบข้าราชการ คนใกล้ชิด และผู้ติดตามรัฐมนตรี ห้ามพกพาอาวุธเด็ดขาด

กลายเป็นที่ถกเถียงกันชั่วข้ามคืน กับประโยคที่นายกฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสามารถยิงป้องกันตัวในบ้านได้หรือไม่ เพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินที่คนร้ายอาจเข้ามาประทุษร้ายในบริเวณบ้าน “ยิงในบ้านก็ไม่ได้ ลองไปยิงโจรในบ้านก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น” จริงอยู่กฎหมายระบุไว้อย่างนั้น แต่นายกฯ ไม่ได้ขยายความต่อให้กระจ่าง

มาตรา 68 กฎหมายรับรองสิทธิประชาชนการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และการกระทำเพื่อป้องกันนั้นพอสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำไม่มีความผิด ในทางกลับกันหากภยันตรายสิ้นสุดแล้วยังติดตามไปใช้กำลังหรืออาวุธ แต่กระทำเกินกว่าเหตุ เข้ามาตรา 69 ถ้ามีเหตุยิงผู้บุกรุกเสียชีวิต คนยิงจะผิดหรือไม่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานที่ปรากฏ ทำความเห็นเสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณา เมื่อเข้าสู่การพิจารณาศาลจะเป็นผู้วินิจฉัย

นับเป็นการเด้งรับทันทีของ “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ กำชับมาตรการเกี่ยวกับอาวุธปืนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน “ด้านสืบสวน” มอบหมาย “บิ๊กนา” พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานด้านสืบสวนสอบสวน ระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด โดยตรวจสอบและกำหนดเป้าหมาย เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธ รวมถึงการจำหน่ายโดยผิดกฎหมายทั้งในพื้นที่ (On Ground) และผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์

ด้าน ปราบปราม มอบ “บิ๊กหวาน” พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและยกระดับการรักษาความปลอดภัยสถานที่สาธารณะ (Soft target) เช่น โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ ฯลฯ โดยเน้นการแสดงกำลังตรวจตรา (Stop Walk Talk) และการตรวจค้นเกี่ยวกับอาวุธปืน บุคคลยานพาหนะต้องสงสัย รวมทั้งการรับแจ้งเหตุ การเข้าถึงที่เกิดเหตุ และใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษทางยุทธวิธีเข้าระงับยับยั้งเหตุ เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัย ทุกหน่วยต้องตรวจสอบและควบคุมอาวุธปืนของทางราชการให้เป็นไปตามระเบียบ

พร้อมกำชับผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น บูรณาการกำลังของฝ่ายสืบสวน และฝ่ายป้องกันปราบปราม ในการดำเนินมาตรการระดมกวาดล้างความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด อย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักยุทธวิธีตำรวจและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ว่ากันตามตรงที่ผ่านมา อีกสาเหตุที่ปืนเกลื่อนเมืองมาจากการ “ทุจริต” ทันทีที่ต้องมีการขอใบอนุญาตพกพา หรือเจ้าหน้าที่เป็นคนอนุมัติ มักจะมีการเรียกรับผลประโยชน์ จ่ายใต้โต๊ะ การบังคับใช้กฎหมายไม่ 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนอย่างที่นายกฯ อนุทินสั่งห้าม จึงกลายเป็นปัญหามาโดยตลอด คนที่ครอบครองปืนหลายคนคุณสมบัติไม่ครบ จึงเริ่มต้นด้วยการทุจริต

อย่างกรณี อดีต สส.ฉลอง สะท้อนระบบสังคมไทยได้อย่างชัดเจน หลังก่อเหตุยิงนายก อบจ. ควันปืนไม่ทันจางหาย ตำรวจระดับสูงของ บช.ภ.1 เปิดห้องประชุมแถลงข่าว โดยไม่มีการสวมกุญแจมือผู้ต้องหา มือปืนเปิด-ปิดไมค์ตอบคำถามสื่อมวลชนได้ตามใจ ควักบุหรี่ดูดกลางห้องประชุม ซึ่งเป็นสถานที่ราชการได้ตามใจชอบ แล้วมาบอกเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา นายกฯ อนุทินถึงกับควันออกหู สายตรง ผบ.ตร.ตำหนิถึงความไม่เหมาะสม “ผบ.ต่าย” ถึงกับดิ้นสั่งจเรตำรวจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน

ทิ้งทวนก่อนเกษียณ ฝากไปยัง “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผบ.ตร.สร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เร่งปราบปรามอาวุธปืนอย่างจริงจัง ติดตามผลการปฏิบัติแต่ละกองบัญชาการเป็นอย่างไร สถิติคดีลดอาวุธปืนลดลงหรือไม่ เป็นผลงานชิ้นโบแดงลงก่อนถอดหัวโขนอำลาตำแหน่ง “พิทักษ์ 1” อย่างสวยงาม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...