โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

4 วิธีเอาตัวรอด ป้องกันการโจมตีผ่านอีเมล

Techhub

อัพเดต 09 มี.ค. 2565 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 10.11 น.

อีเมลยังคงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยน้อยที่สุด นั่นคือเหตุผลที่เราต้องดูแลมันเป็นพิเศษครับ
.
ในปัจจุบัน ขณะที่การรุกรานยูเครนของรัสเซียยังคงดำเนินต่อไปและการคว่ำบาตรต่อรัสเซียจากประชาคมโลกที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความกังวลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
.
แม้จะยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐได้ออกมาเตือนพลเมืองในประเทศ ให้ระวังการโจมตีทางอีเมลจากรัสเซีย และประเทศที่ลงชื่อประณามรัสเซีย ก็มีโอกาศที่จะโดนโจมตีเช่นกัน โดยไทยคือหนึ่งในนั้นครับ มาลองดู 4 วิธีรักษาความปลอดภัยบนอีเมล ที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเองกัน

1.ใช้รหัสผ่านที่รัดกุมและไม่ซ้ำกัน

ผมเชื่อว่าหลายคนใช้รหัสผ่านแบบเดียวกันกับไอดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook , email , Twitter ซึ่งก็เข้าใจแหละว่า มันช่วยให้จำได้ง่าย แต่ในแง่ความปลอดภัย มันอันตรายมาก และ Password ควรตั้งให้ปลอดภัยด้วยเช่น ต้องยาวอย่างน้อย 8 ตัว มีตัวเลขและสัญลักษณ์รวมอยู่ในนั้น แต่หากกลัวจำไม่ได้ ลองใช้แอปช่วยจำรหัสผ่าน เช่น Lastpass ก็จะช่วยได้เยอะครับ
.
ทำไมถึงต้องเน้นเรื่องรหัสผ่าน เพราะรหัสผ่านของเราเป็นด่านแรกในการป้องกันคนที่ต้องการแทรกซึมบัญชีเพื่อ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวและการสื่อสารของเรา จึงจำเป็นตรวจสอบให้แน่ใจว่าการป้องกันนี้แข็งแกร่ง ไม่ใช่ใช้รหัสผ่านที่เดาทางได้ง่าย เช่น qwerty 12345678 หรือ Password .. ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นแฮกเกอร์หรอก เด็ก 10 ขวบก็เดารหัสผ่านนี้ได้

2.เปิดใช้งาน two-factor authentication หรือระบบยืนยันตัวตนสองปัจจัย

อันนี้เป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการปกป้องอีเมล เพราะแม้แฮกเกอร์จะรู้รหัสผ่าน ก็ยังล็อกอินเข้าอีเมลได้ยาก โดยเป็นการระบุรหัสการตรวจสอบสิทธิ์แยกต่างหากส่งไปยังโทรศัพท์หรือเครื่องยืนยันตัวตนผ่านมือถือของเราเพื่อเข้าถึงบัญชี
.
หมายความว่า แม้แฮกเกอร์จะมีรหัสหรือสามารถถอดรหัสรหัสผ่านของเราได้ แต่เขาก็ยังต้องเข้าถึงโทรศัพท์ของเราเพื่อดูรหัส OTP หรือรหัสยืนยันที่ถูกส่งมาในโทรศัพท์ ทำให้ขั้นตอนการเข้าถึงอีเมลลำบากมากขึ้น
.
ปัจจุบัน บริการอีเมลส่วนใหญ่มีระบบ two-factor authentication แล้ว แค่ให้เราไปเปิดใช้งานมันเท่านั้น แต่หากไม่มี แนะนำว่าให้เปลี่ยนผู้ให้บริการอีเมลครับ

3.ใช้บริการอีเมลที่ปลอดภัยเพื่อเข้ารหัสข้อความ

หากเมลที่เราใช้งาน มีเนื้อหาที่ค่อนข้างจะต้องการความปลอดภัยมาก ๆ เราไม่ต้องการให้ใครเข้าถึงเนื้อหาในอีเมลโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจริง ๆ ซึ่งก็ต้องเลือกผู้ให้บริการอีเมลที่มีการเข้ารหัสเนื้อหาต่าง ๆ ในอีเมลไว้
.
ปัจจุบันบริการอีเมลที่เข้ารหัสเนื้อหาได้คือ ProtonMail, Tutanota และ StartMail ซึ่งจะเข้ารหัสอีเมลของเราเพื่อให้แน่ใจว่าข้อความจะไม่สามารถเข้าถึงได้โดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกันนี้ ยังมีตัวเลือกในการสร้างนามแฝงที่ใช้แล้วทิ้งเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของเราให้ดียิ่งขึ้นครับ

4.สังเกตอีเมลฟิชชิ่ง

ภาพจาก Cat cyfence

การตกเหยื่อหรือ ฟิชชิ่ง ยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่แฮกเกอร์ใช้ในการเจาะเข้าสู่อีเมล จุดสังเกตง่าย ๆ คือ หากเราเห็นอีเมลที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมา และเนื้อหาในเมลขอให้เราคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบอย่างเร่งด่วน ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นฟิชชิ่ง แต่หากเผลอกดเปิดลิงก์ ส่วนใหญ่แล้วจะให้เราใส่รหัสผ่านต่าง ๆ เช่น
.
หากแฮกเกอร์ต้องการรหัสผ่าน Gmail ของเรา เค้าอาจจะสร้างหน้าปลอม ๆ ของ Gmail ขึ้นมาแล้วให้เราใส่รหัสลงไป เมื่อใส่ไปแล้ว นั่นเท่ากับว่าเราให้ Password แฮกเกอร์ไปดื้อ ๆ เลย ให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีครับ
.
นอกจากนี้ ฟิชชิ่งเมลมักจะมีการใช้คำผิดหลักไวยกรณ์หรืออ้างเหตุผลที่กำลังเป็นเทรนด์ ซึ่งล่าสุด สงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็กำลังถูกใช้เป็นเคมเปญการโจมตีแบบฟิชชิ่งไปทั่วโลก
.
ทั้งหมดนี้คือ 4 วิธีป้องกันการโจมตีจากอีเมลนะ เราสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเราเอง ซึ่งแม้จะมีเครื่องมือปกป้องภัยทางไซเบอร์ที่ดีแค่ไหน แต่ยังไง “คน” ก็ยังถือเป็นจุดอ่อนที่สุดในการป้องกันภัยคุกคาม ฉะนั้น จงทำให้ตัวให้ปลอดภัยอยู่เสมอครับ!


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...