โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ‘Redmi Note 13 Series’ มือถือที่ ‘แบมแบม’ เลือกใช้ อย่างเป็นทางการ 3 รุ่นในประเทศไทย ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท

TODAY

อัพเดต 18 ม.ค. 2567 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • workpointTODAY

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ‘Redmi Note 13 Series’ มือถือที่ ‘แบมแบม’ เลือกใช้ อย่างเป็นทางการ 3 รุ่นในประเทศไทย ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท ส่วนรุ่นท็อปเพียง 13,990 บาท อัปเกรดระบบกล้องให้ถ่ายภาพได้โดดเด่นทุกช็อตด้วยความละเอียดสูง 200MP มีระบบป้องกันภาพสั่น พลังแบตอึด ชาร์จเต็มไวใน 19 นาที

‘เสียวหมี่’ (Xiaomi) เริ่มต้นปี 2024 ด้วยการประกาศวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ‘Redmi Note 13 Series’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย3 รุ่น ได้แก่ Redmi Note 13 Pro+ 5G, Redmi Note 13 5G และ Redmi Note 13 พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว ‘แบมแบม กันต์พิมุกต์’ หรือ แบมแบม GOT7 (BamBam GOT7) ศิลปินเชื้อสายไทยที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถ และยังมีแฟนคลับมากมายจากทั่วทุกมุมโลก ในฐานะแอมบาสเดอร์คนแรกของ เสียวหมี่ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สุดยิ่งใหญ่ ภายในงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ‘Redmi Note 13 Series’ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมานี้

โดยการเปิดตัวแอมบาสเดอร์ครั้งนี้ มีแรงบันดาลใจมาจากคอนเซ็ปต์ ‘Every shot iconic’ หรือ ‘โดดเด่นในทุกช็อต’ สโลแกนของ ‘Redmi Note 13 Series’ ซึ่งการเปิดตัวแอมบาสเดอร์ยังช่วยส่งเสริมด้านการสื่อสารและสะท้อนภาพลักษณ์รวมทั้งคอนเซ็ปต์ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งยังจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ทั่วโลกได้ เพราะแบมแบมเป็นตัวอย่างของคนที่มีทั้งความสามารถและความพยายามในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ และเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด

สำหรับ ‘Redmi Note 13 Series’ ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพที่โดดเด่นในทุกช็อตด้วยระบบกล้องที่ได้รับการอัปเกรด มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัยและโฉบเฉี่ยวพร้อมขอบจออันบางเฉียบเพื่อรูปลักษณ์ระดับพรีเมียม เสริมด้วยหน้าจอแสดงผลคุณภาพสูงเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นทุกการรับชม โดยทุกรุ่นมาพร้อมกับการเลื่อนหน้าจอ (scrolling) ที่ราบรื่นและไม่ล่าช้าด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz

Redmi Note 13 Pro+ 5G

จุดเด่นของ Redmi Note 13 Pro+ 5G รุ่นท็อปของซีรี่ส์นี้ มาพร้อมกับกล้องหลักความละเอียดสูง 200MP และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล (OIS) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพที่มีรายละเอียดสูงและมอบประสบการณ์การถ่ายภาพระดับเรือธง และมีการซูมแบบไม่สูญเสียคุณภาพ 2x/4x ยังให้คงไว้ซึ่งรายละเอียดในภาพระยะใกล้ (closed-ups) แม้จะถ่ายจากระยะไกล

นอกจากนี้ ยังมีระบบกล้องอันยอดเยี่ยมนี้มาจากการรองรับของเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4″ และการประมวลผลภาพที่ได้รับการปรับปรุง เพื่อให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพของภาพแม้ในสภาพที่แสงมีความซับซ้อนและแสงน้อย การผสมผสานของเซ็นเซอร์นี้มาจากรูรับแสง f/1.65 ขนาดใหญ่ และพิกเซล Tetra2 pixel (เทคโนโลยี Pixel-binning ขั้นสูง) จะช่วยทำให้ภาพถ่ายนั้นคมชัดแม้ในที่ที่มีแสงน้อย ในขณะที่เลนส์ 7P (7P lens) พร้อม Atomic Layer Deposition (ALD) จะช่วยลดแสงแฟลร์และภาพซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญ รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7200-Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่5000mAh และระบบไฮเปอร์ชาร์จ 120W ซึ่งสามารถชาร์จได้เต็ม 100% ในเวลาเพียง 19 นาทีเท่านั้น

Redmi Note 13 5G และ Redmi Note 13

ขณะที่รุ่นรองลงมาก็ไม่น้อยหน้า Redmi Note 13 5G และ Redmi Note 13 มาพร้อมกับกล้องหลักความละเอียด 108MP พร้อมการซูมแบบไม่สูญเสียคุณภาพ 3x เพื่อให้ได้ภาพอันน่าทึ่งที่เก็บทุกรายละเอียด นอกจากนี้สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับฟิลเตอร์กล้องฟิล์ม (film camera filters) ให้เลือกมากมายเพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งภาพถ่ายตามที่ต้องการได้

มีระบบกล้องสามตัวที่ประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียด 200MP หรือ 108MP, กล้องอัลตร้าไวด์ 8MP, กล้องมาโคร 2MP และกล้องเซลฟี่ 16MP ทั้งหมดนี้มาจากการรองรับของ Xiaomi Imaging Engine ซึ่งโดยภาพรวมแล้วส่วนประกอบต่างๆ พร้อมกับระบบการประมวลภาพเทคโนโลยี Computational Photography

นอกจากดีไซน์สุดหรูแล้ว Redmi Note 13 5G และ Redmi Note 13 ก็ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผล AMOLED FHD+ โดยได้รับการปรับปรุงหน้าจอแสดงผลเพื่อการตอบสนองและความแม่นยำในการป้อนข้อมูลแบบสัมผัสที่ดีขึ้น ทั้งยังมีมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำกระเซ็นระดับ IP54ที่ยกระดับขึ้นมาเช่นกัน และให้แบตเตอรี่ขนาด 5000mAh ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตอันทรงพลัง

พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ววันนี้ ทั้ง 3 รุ่น

Redmi Note 13 Pro+ 5Gมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Moonlight White และ Aurora Purple พร้อมให้ลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าระหว่างวันที่ 16 – 26 ม.ค.2567 โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ม.ค. 2567 เป็นต้นไป ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

  • Redmi Note 13 Pro+ 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 13,990 บาท
  • Redmi Note 13 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 15,990 บาท

Redmi Note 13 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Graphite Black, Ocean Teal และ Arctic White โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ม.ค.2567 เป็นต้นไป ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Redmi Note 13 5G ในระหว่างวันที่ 16 ม.ค. – 29 ก.พ. 2567 รับฟรี Portable Bluetooth Speaker มูลค่า 690 บาท

  • Redmi Note 13 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 7,999 บาท
  • Redmi Note 13 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท

Redmi Note 13 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Midnight Black, Mint Green และ Ocean Sunset โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 ม.ค.2567 เป็นต้นไป ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Redmi Note 13 ในระหว่างวันที่ 16 ม.ค. – 29 ก.พ. 2567 รับฟรี Portable Bluetooth Speaker มูลค่า 690 บาท

  • Redmi Note 13 รุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 6,999 บาท

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AIoT อีก 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ นาฬิกาอัจฉริยะ Redmi Watch 4, หูฟัง Redmi Buds 5 Pro และ Redmi Buds 5 โดยพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ววันนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ทุกแพลตฟอร์ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...