โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สยามซีเพลน ชี้ดีมานด์ลักชัวรีล้น เปิดซีเพลน บินทะเลตะวันออก-อันดามัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ม.ค. 2567 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2567 เวลา 00.28 น.
ที่มา : Siam Seaplane

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

กลุ่ม “สยามซีเพลน” เชื่อว่าธุรกิจซีเพลนของไทยยังมีโอกาสเติบโตจากนักท่องเที่ยวลักชัวรี่มหาศาล เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังต้องเจออุปสรรคจากการเดินทาง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “วรกัญญา สิริพิเดช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามซีเพลน จำกัด ถึงแผนธุรกิจล่าสุด และความคาดหวังในปี 2567 ปีที่ตั้งเป้าจะเทกออฟสู่ฟากฟ้า ไว้ดังนี้

“วรกัญญา” บอกว่า อุตสาหกรรมการบินของไทยในปี 2567 จะมีการขยายตัวกว่าปี 2566 แต่จำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารยังต่ำกว่ายุคโควิด-19 อยู่ ขณะที่การแข่งขันด้านราคาจะลดลงจากเดิม และในปีนี้ธุรกิจการบินจะมีความหลากหลายมากขึ้น

เที่ยว “เชิงประสบการณ์” โต

โดยหนึ่งในนั้นคือ “ธุรกิจซีเพลน” ซึ่งจากแนวโน้มภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ ทำให้คุณค่าการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์จะสูงขึ้น นักท่องเที่ยวจะเดินทางแบบเจาะจงมากขึ้น

และเชื่อว่าถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะยังท้าทาย ต้นทุนค่าครองชีพสูงขึ้น แต่นักท่องเที่ยวลักชัวรี่ยังออกเดินทาง “ซีเพลน” จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดังกล่าว แถมยังช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางด้วย

“เรามองว่าเราเป็นธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นสายการบินเพียงอย่างเดียว และสยามซีเพลนก็ไม่ได้มุ่งหวังแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก ทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน”

ลงทุนปีแรก 400 ล้านบาท

“วรกัญญา” บอกด้วยว่า “สยามซีเพลน” วางแผนใช้เครื่องบิน Cessna 208B ในการทำการบิน โดยในช่วงแรกจัดวางที่นั่ง 8 ที่นั่ง เพื่อมอบประสบการณ์ลักชัวรี่ และในอนาคตเมื่อตลาดให้การยอมรับซีเพลนอาจปรับให้มีที่นั่งมากขึ้น

โดยในปีแรกที่เปิดให้บริการตั้งเป้ามีเครื่องบินประจำการ 3 ลำ ปัจจุบันมีแล้ว 1 ลำ โดยอีก 2 ลำที่เหลือจะจัดหาในช่วงที่คาดว่าจะได้รับ AOC และใน 5 ปี ตั้งเป้าหมายมีเครื่องบิน 15 ลำ

“งบฯลงทุนในปีแรกที่ให้บริการจากเครื่องบิน 3 ลำ คาดว่าจะรวมประมาณ 350-400 ล้านบาท และภายใน 5 ปี จากเครื่องบิน 15 ลำ คาดว่าจะต้องลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 1,700 ล้านบาท”

เจาะ “ทะเลตะวันออก-อันดามัน”

“วรกัญญา” บอกอีกว่า “สยามซีเพลน” คาดหวังว่าจะได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ในช่วงประมาณไตรมาส 1/2567 และเริ่มทำการบินไปยังพื้นที่ปฏิบัติการบิน คือ เส้นทางจากกรุงเทพฯ (ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ) สู่ฝั่งอ่าวไทย เช่น ระยอง ตราด พัทยา

และเส้นทางจากภูเก็ต หรือกระบี่ ไปยังเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะยาวน้อย เกาะพีพี เขาหลัก จังหวัดพังงา

“สำหรับการขึ้นลงบนผิวน้ำ เราทำการสำรวจไว้หมดแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างรอการออกประกาศ-ระเบียบ การขึ้นลงบนผิวน้ำ โดย กพท. และสายการบินได้เตรียมเอกสารเบื้องต้นไว้ครบถ้วนแล้ว”

เชื่อดีมานด์ล้น

ทั้งนี้ ตั้งเป้ามีผู้โดยสาร 25,000 คนต่อปี จากเครื่องบินจำนวน 3 ลำ โดยกลุ่มเป้าหมายของสายการบิน คือ นักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มพรีเมี่ยมแมส (Premium Mass) ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ ครองสัดส่วน 30-40% ของลูกค้าทั้งหมด

โดยจากราคาบัตรโดยสารที่กำหนดไว้ เฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อคนต่อเที่ยวบิน หรือ 80,000 บาทต่อเที่ยวบิน สอดคล้องกับกลุ่มเจนวาย-มิลเลนเนียล ที่มียอดการจับจ่ายที่ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ทำให้เชื่อว่าตลาดในประเทศมีความเป็นไปได้

“ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราคือ กลุ่มตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะมุ่งเจาะตลาดที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เช่น เจาะตลาดรัสเซียในโซนภาคใต้”

“วรกัญญา” บอกว่า จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ประเมินว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเมืองไทย ราว 30% เป็นกลุ่มลักชัวรี่ หรือประมาณ 7 ล้านคน จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 25 ล้านคน

หากพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มลักชัวรี่ดังกล่าว ทำให้มั่นใจว่ายังมีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมการบินของไทย

นอกจากนี้ ยังใช้รูปแบบธุรกิจ B2B2C คือ การเปิดให้เช่าเหมาลำโดยตรง และมีความร่วมมือกับโรงแรมพันธมิตรมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ โดยโรงแรมอาจออกแพ็กเกจห้องพักพร้อมตั๋วเครื่องบินเสนอขายแก่ลูกค้า

ฝากรัฐปรับกฎเอื้อรายย่อย

“วรกัญญา” ยังเพิ่มเติมด้วยว่า การเดินทางทางอากาศถือเป็นโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ทั้งการท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า ดังนั้น ตั้งโจทย์ต่อไปว่าทำอย่างไรให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงพื้นฐานได้

ในมุมผู้ประกอบการธุรกิจการบินพบว่า ต้นทุนค่าใช้จ่าย รวมถึงกฎระเบียบได้บังคับใช้กับทุกผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ ทำให้ธุรกิจสายการบินรายใหญ่ได้ประโยชน์มากกว่า เช่น ค่าลงจอดที่ท่าอากาศยานมีต้นทุนที่หลายหมื่นบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับการให้บริการเครื่องบินขนาดเล็ก

“ควรปรับปรุงกฎระเบียบ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลาง-เล็ก เข้ามาประกอบธุรกิจได้ ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมมีความหลากหลายและเติบโตขึ้น”

อีกทั้งในกรณีที่ต้องการส่งเสริมการใช้งานท่าอากาศยานในบางพื้นที่ เช่น ท่าอากาศยานเบตง ท่าอากาศยานนครราชสีมา ภาครัฐใช้โมเดลการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางประการ กฎระเบียบ เพื่อเอื้อให้ธุรกิจดำเนินไปได้

และทิ้งท้ายว่า อยากช่วยผลักดันให้ “ซีเพลน” เกิดขึ้นเร็ว ๆ เพราะธุรกิจซีเพลนกำลังเกิดขึ้นในเวียดนามและกัมพูชาเช่นกัน การที่ไทยพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ได้เร็วมากขึ้นเท่าใด ก็จะเป็นการพัฒนาความสามารถการแข่งขันของไทยในภูมิภาคนี้มากขึ้นเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...