โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ปรารถนารักอันตราย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 20 ธ.ค. 2566 เวลา 13.41 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2566 เวลา 13.41 น. • เนตรกวี / Natekavees
นิยามคำว่า 'เพื่อน' จะไม่มีอีกต่อไป เมื่อเขาอยากเลื่อนขั้นมากกว่าเพื่อนไปเป็น 'แฟน' เลยงัดทุกกลเม็ดเผด็จศึก 'เพื่อน' ของตัวเองทุกอย่าง

ข้อมูลเบื้องต้น

ปรารถนารักอันตราย (เพทาย x มิลค์กี้)

นิยายรักโรมานซ์ 25+

(ภาคต่อปรารถนารักลงทัณฑ์ พะแพร x แอชตัน)

เนื้อเรื่องมีจุดเชื่อม แต่อ่านแยกได้ไม่งงค่ะ

เพทาย โรจนาพร

อายุ 22 ปี หนุ่มวิศวกรรมเครื่องกลสุดเท่ นิสัยเจ้าชู้ ปากหวาน แต่มีความเอาแต่ใจและมีปมในใจบางอย่าง

“ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้วอะ ขอเป็น ‘ผัว’ ได้ไหม”

มานิตา โชติมากรณ์ หรือมิลค์กี้

อายุ 22 ปี สาวสวยวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกล มั่นใจ อารมณ์ดี เป็นคนเก่ง แต่มีความลับบางอย่างที่บอกใครไม่ได้

เพราะเธอไม่ต้องการเสียใจบางคนไป

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ แฟนก็ไม่ใช่ทำแบบนี้ทำไม”

สปอยเนื้อหา

“ขอจับไม่ได้เหรอ ทำไมตัวเล็กแต่สะโพกใหญ่จัง” เสียงทุ้มบอกอย่างกระเส่า

“อย่ามาจับนะ เอามือออกไปนะเพ”

“จับแค่ตรงนี้เองไม่ได้เหรอ พอดีฉันขาดความอบอุ่นเธอช่วยให้ความอบอุ่นฉันได้ไหม” ใบหน้าคมคายจ้องมองใบหน้าหวานอย่างไม่วางตา หลังอาบน้ำยามที่เห็นหญิงสาวปล่อยผมมันยิ่งทำให้เธอดูเซ็กซี่ยิ่งกว่าเดิม

“เองบ้าอะไร…”

“งั้นขอจับนมได้มะ สัญญาว่าจะไม่จับอย่างอื่น” คำขอของเพทายทำเอาเธออึ้งเพราะใครจะคิดว่าวันหนึ่งเพื่อนของตัวเองจะกล้ามาขออะไรแบบนี้ แถมคนคนนี้ยังหล่อหาตัวจับยากอีก โอ๊ยตาย…ชีวิตของมานิตาจะต้องเจอกับอะไรเนี่ย

“บ้าไหม ออกไปให้ห่างๆ เลยนะ เตียงตั้งใหญ่เบียดเข้ามาทำไม” มือบางเปลี่ยนมาดันอกแกร่ง แต่เหมือนยิ่งดันมือหนาของเขาก็ยิ่งรั้งร่างบางให้เข้าหามากกว่าเดิม

“งั้นไม่จับกะได้ แต่ขอ ‘ดูดนม’ ได้ไหม หิวนมอะ…ฉันต้องกินนมก่อนนอนถึงจะนอนหลับได้”

“ไอ้เพ…ฉันเพื่อนแกนะ” ใบหน้าหวานบ่งบอกถึงความหงุดหงิดแม้จะสะดุ้งกับคำพูดของชายหนุ่มก่อนหน้านี้ก็ตาม

“ถ้าไม่อยากเป็นเพื่อน เลื่อนมาเป็นเมียก็ได้นะ!”

Non-Consent / Consent / Toxic relationship/ Explicit Sex Scene / Dirty Talk (ใช้คำพูดหยาบโลน)

เนื้อหาอาจจะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

มีฉากร่วมเพศ 18+

(เนื้อหาทั้งหมดเกิดขึ้นจากจินตนาการ

ไม่ได้อ้างอิงเรื่องจริงแต่อย่างใด อาจจะมีบางฉากที่ไม่สมจริง)

โปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน

คำเตือนเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

****ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงเนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต****

วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์นะคะ นี่คือนิยายอาจจะมีไม่สมเหตุสมผลบ้างเพราะมีเนื้อหาและการดำเนินเรื่องอย่างจำกัด

ถ้าถามหานิยายที่เน้นความสมจริง 100% อาจจะไม่สามารถเขียนให้ได้ ชื่อและสถานที่สมมุติขึ้นมาทั้งหมด

ไม่ชอบใจไม่เม้นบั่นทอนนักเขียน เพราะวิจารณ์ร้ายแรงจะทำการติดเหรียญทันทีค่ะ

ติดเหรียญหรือไม่อยู่ที่การพิจารณาอีกครั้ง ดูความเหมาะสมและกระแสตอบรับค่ะ

ถ้าติดอาจจะเป็นติดเหรียญล่วงหน้าแล้วมีการปลดฟรี

ไว้เดี๋ยวมาแจ้งอีกครั้ง

เข้ากลุ่ม openchat Natekavees

บทนำ เพื่อนกันมันดี (1)

บทนำ เพื่อนกันมันดี

ร่างอวบอิ่มของหญิงสาวที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมทั้งใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกชื้นจากการสระผมเมื่อครู่ มือบางบรรจงลูบไล้ที่ผมยาวสวยอย่างประณีตเพราะผมคือสิ่งที่เธอรักและหวงแหนมากที่สุด แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากกว่านี้เมื่อมีเสียง notification จากแอปพลิเคชันสำหรับการแชท

มือเรียวจัดการยกโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกวาดสายตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองแต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเจอกับข้อความของใครบางคนที่ส่งมาเหมือนกำลังด่าจนเธอหน้าชาไปหมด

(มึงยังไม่เลิกคุยกับคนที่เจอจากในแอปนั้นอีกเหรอมิลค์กี้ มึงจะยั่วให้กูโมโหมึงไปถึงไหนวะ)

ข้อความที่ถูกมาแม้มันจะไม่มีเสียงแต่ก็บ่งบอกถึงความรู้สึกโกรธของคนปลายทางว่ากำลังโกรธมากแค่ไหน แต่คนอย่าง ‘มานิตา โชติมากรณ์ หรือมิลค์กี้’ จะสนใจ เธอเลือกที่จะมองแต่ก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร จากนั้นก็วางโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วบรรจงเช็ดผมที่เปียกของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้สนใจข้อความที่เด้งเข้ามาไม่ขาดสาย

ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากกว่านี้ เสียงโทรศัพท์ก็แผดเสียงดังสะนั่นไปทั่วห้องทำเอาคนที่กำลังมีความสุขกับการเช็ดผมอยู่ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเมื่อถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร้องของโทรศัพท์ที่ยังคงดังไม่หยุดหย่อน จนเธอทนไม่ไหวจึงจัดการรับสายอย่างช่วยไม่ได้

“อะไร!”

(มึงอย่ามาทำเสียงอย่างนี้กับกูนะมิลค์กี้ มึงอ่านข้อความกูแล้วไม่คิดจะตอบเลยหรือไง!) เสียงตะคอกของปลายสายทำเอามานิตาต้องเอาโทรศัพท์ให้ห่างจากหูเพราะเสียงดังที่ลอดออกมาทำเอาหูเธอเกือบแตก

“ยุ่งอะไรด้วยวะเพ ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันไหม” มานิตาร้องโวยกลับใส่คนปลายสายอย่าง ‘เพทาย โรจนาพร’ เพื่อนชายคนสนิทที่ตอนนี้มันเลยคำคำนี้มาสักพักแล้ว แต่เธอหาได้สนใจไม่ในเมื่อตัวมันเองก็ไม่เคยคิดจะแคร์ความรู้สึกอะไรของเธออยู่แล้ว คนอย่างมานิตาเองก็ไม่คิดจะจมปลักเช่นเดียวกัน

(จะให้กูพูดใช่ว่ากูมีสิทธิ์อะไรในตัวมึง หรือมึงอยากให้กูประกาศให้คนอื่นรู้ด้วย!) เสียงกัดฟันกรอดที่เล็ดลอดออกมาทำเอามานิตาถึงกับมือสั่นเพราะแค่ฟังเสียงก็รู้ว่าเพทายกำลังรู้สึกอะไร คนตัวเล็กแอบร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันที

“อะไรของนาย แล้วช่วยพูดให้มันเพราะๆ กับผู้หญิงบ้างได้ไหม หยาบคายฉิบหาย!”

(คนอย่างมึงควรจะพูดเพราะๆ เหรอ กูขอสั่งให้มึงลบแชทไอ้เหี้xนั่น ไอ้คนที่เธอได้จากแอปเวรนั่นออกจากเครื่องเดี๋ยวนี้ ก่อนที่กูจะจัดการโทรศัพท์ของมึงเอง!)

“จุ้นว่ะเพ…ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉันไหม ตัวฉัน ฉันจะคุยหรือไม่คุยกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม” มานิตาบอกอย่างไม่ยี่หระ อีกอย่างการที่เธอได้รู้จักใครสักคนจากแอปนั้นมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด บางทีเราอาจจะได้เพื่อนคุย คนดี คนไม่ดีปะปนกันไป เพทายทำเหมือนว่าตัวเองไม่เคยเล่นอะไรพวกนี้

(มึงโง่ไหม ที่อยากเล่นเพราะอยากนัดเยxกับไอ้คนในนั้นหรือไง กับกูคนเดียวไม่พอใช่ไหม!)

“เพ! หยาบคายอะ”

(หรือกูเอามึงไม่สะใจมึง มึงเลยแอบคุยกับมัน หรือมึงได้กับมันแล้ว มึงบอกกูมานะ!!)

“ถ้ามีแล้วจะทำไม ยุ่งอะไรด้วย มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ปะ จะไปนอนละ”

(เปิดกล้องเดี๋ยวนี้)

“อะไรของนายอีกวะ ง่วงจะนอน” มานิตาบอกอย่างรำคาญ ไม่เข้าใจว่าทำไมเพทายถึงจุ้นจ้านกับชีวิตของเธอจัง ไม่เข้าใจอารมณ์ของผู้ชายคนนี้เลย

(กูบอกให้เปิดกล้อง ถ้ามึงไม่เปิดกูจะบุกไปที่หอฯ มึงเลย เลือกเอา…) มานิตาไม่ได้กลัวคำขู่ของชายปลายสายแต่ที่จะเปิดเพราะอยากจะจบเรื่องทุกอย่าง ไม่อยากทะเลาะกันไปมากกว่านี้

ติ๊ด!!

เสียงแจ้งเตือนขอเปิดกล้องทำเอามานิตาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับอารมณ์ของร้ายๆ ของผู้ชายคนนี้

“มีอะไร!!”

(แพนกล้องในห้องดิ…)

“ทำไมต้องแพน” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างเบื่อหน่ายกับความอารมณ์ร้ายของผู้ชายคนนี้

(หรือจะให้กูบุกไปเอามึงถึงห้อง มึงเลือกเอา)

“เวรเหอะ…ประสาทไหม” มานิตาสบถออกมาเมื่อคนปลายสายบอกอย่างเอาแต่ใจจนเธอต้องแบนกล้องไปทั่วห้องเพื่อให้ชายหนุ่มดู ซึ่งเธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร “ไง…จะให้แพนไหนอีก”

(ไหนกดกล้องต่ำดิ…เอากล้องเข้าหาตัวด้วย)

“ต่ำห่าอะไร ฉันยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า” มานิตาอยากจะกุมขมับของตัวเองเมื่อคนปลายสายกำลังสั่งให้เธอกดกล้องต่ำ ทั้งๆ ที่ตอนนี้เธอมีเพียงผ้าเช็ดตัวกระโจมอกเอาไว้อยู่

(ก็กูจะดูมึง…)

“อะไร…”

(กูจะดูตัวมึง…) เสียงเข้มบอกอย่างแผ่วลงจนมานิตาหอบหายใจออกมา พร้อมกับใจเต้นแรง ใบหน้าหวานวูบวาบไปหมดเมื่อเสียงของคนปลายสายเปลี่ยนเป็นกระเส่ากว่าเดิม

“ดูทำไม…” มานิตายังไม่ลดละที่จะถามทั้งๆ ที่เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เพทายบอกคืออะไร

(อย่าโง่…มึงก็รู้ว่ากูต้องการอะไร)

“ไอ้เพ!! ฉันไม่ถ่ายตัวเองให้นายดูตอนนี้แน่!!” มานิตตอบกลับอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มคิดจะทำอะไรกันแน่ เธอจะไม่ปล่อยให้เขาบังคับเธอเหมือนที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ถ้ายอมหนึ่งครั้งเท่ากับยอมตลอดไป คนอย่างมานิตาไม่ใช่เบี้ยล่างของเพทายอย่างแน่นอน

(อืม…ถ้าไม่หันกล้องกูได้…แต่คืนนี้กูจะไปเอามึงที่ห้องเอง…ทนไม่ไหวแล้วว่ะ)

“อะ…อะไร พูดบ้าอะไรเนี่ย” เสียงหวานถามอย่างติดๆ ขัดๆ เมื่อคนปลายสายบอกความต้องการของตัวเองอย่างไม่ปิดบังจนเธอร้อนวูบวาบไปทั้งร่างกาย

(อย่าให้กูอธิบาย และกูจะไปดูที่ห้องมึงด้วยว่าแอบซุกผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า ถ้ากูเจอกูเอามันตายแน่!!) ดวงตาคมหรี่มองคนตัวเล็กที่ทำหน้าซีดเผือด

มานิตาตัวสั่นไม่ใช่เพราะว่าเพทายจะเจอใคร แต่รู้ดีว่าถ้าชายหนุ่มมาที่ห้องของเธอมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แค่นี้ก็ไม่ต้องเดา

“ฉันเพื่อนนายนะเว้ย!” เสียงหวานตะโกนเข้าไปเพื่อย้ำเตือนเพทายให้รู้สถานะของเขาและเธอ แต่มีหรือที่ชายหนุ่มจะสนใจเพราะสิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือตอนนี้หญิงสาวอยู่ในสภาพไหน

(แล้วยังไง…จากเพื่อนจะเลื่อนเป็นเมียใครจะทำไม)

“กรี๊ด…ฉันไม่เป็นเว้ย” แม้ปากจะร้องออกมาแต่ใครจะรู้บ้างหัวใจของเธอกำลังเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา ความสัมพันธ์ของเธอและเพทายมันซับซ้อนเกินกว่าที่จะเล่าให้ใครฟังได้

(ไม่เป็นแต่เวลากูแทงเข้าไปเห็นมึงก็รับเต็มลำตลอด)

“ไอ้บ้า!!”

(กูกำลังไป กูถึงแล้วเปิดห้องให้ด้วย อย่าให้กูต้องงัดเพราะถ้ากูเข้าไปได้…ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคืนนี้จะต้องกับอะไรบ้าง) คำขู่ของเพทายไม่เกินจริงเลยสักนิดเพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างเพทายเอาแต่ใจและร้ายกาจเกินกว่านิสัยที่แสดงออกมายิ่งกว่าอะไร

“ฉันเพื่อนนายนะเว้ย ทำแบบนี้มันถูกต้องที่ไหน”

(ถ้ายังไม่อยากเป็นเมีย…งั้นตอนนี้ก็เพื่อนกันมันดีไปก่อนละกัน)

บทที่ 1 แอปหาคู่ (1)

บทที่ 1 แอปหาคู่

ร่างเล็กสะโอดองค์ของมานิตาเดินเข้าหาเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งจากทางด้านหลัง จากนั้นก็ทำการตบไหล่บางของ ‘ญาณิน ลดานันท์’ ทำเอาคนที่กำลังกดโทรศัพท์พิมพ์อยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจแรงจนเกือบทำโทรศัพท์ในมือของตัวเองร่วงหล่นลงมา

“ว้าย!!”

ใบหน้าสวยของญาณินซีดเผือดเพราะคิดว่าโทรศัพท์จะร่วงเสียแล้ว จากนั้นเธอก็หันมามองเจ้าของมือปัญหาที่เกือบทำให้เสียของรักไปแล้ว

“ยัยมิลค์กี้…ตกอกตกใจหมดเลย มาแบบนี้ทำไมเนี่ย” มือน้อยของญาณินทาบอกของตัวเองเพื่อเรียกขวัญที่หายกลับมาจนมานิตาหัวเราะยิ้มเห็นฟันให้กับเพื่อน

“แกนั่นแหละมัวแต่ทำอะไร เหม่อลอยแบบนี้ คุยกับใครเหรอ หรือหนุ่มๆ ที่ไหนจ๊ะ…ไม่คิดจะบอกเพื่อนบ้างเลยนะ” มานิตาบอกพร้อมกับชะโงกหน้าไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเพื่อนอย่างสนใจ มานิตาและญาณินคือเพื่อนสนิทกับตั้งแต่ปีหนึ่งจวบจนตอนนี้ปีสี่แล้ว ความสัมพันธ์ค่อนข้างแน่นแฟ้นจนไม่มีใครมาทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกันได้ เพราะพวกเธอเข้าใจกันมากที่สุด

“ไม่มีอะไรสักหน่อย” ใบหน้าหวานของญาณินบอกแต่แก้มทั้งสองข้างกลับแดงก่ำราวกับกำลังเขินจนมานิตาจ้องมองอย่างสงสัยใคร่รู้ว่าใครที่สามารถทำให้คนที่สวยอย่างญาณินเขินได้ เพราะเพื่อนรักของเธอเนี่ยคนจีบเป็นโขยงทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง

“ไม่มีแต่หน้าแดงเนี่ยนะ” มานิตาเท้าคางมองเพื่อนแล้วจ้องมองอย่างไม่ลดละ

“อย่าจ้องอย่างกับจะจับผิดฉันอย่างนี้สิมิลค์กี้”

“อะไรล่ะอยากรู้”

“อย่าบอกใครนะ…” เสียงหวานของญาณินบอกอย่างกระซิบพร้อมกับเอามือป้องปากข้างหนึ่งเพื่อไม่ให้ใครเห็นว่ากำลังพูดอะไร

“อืม…”

“ฉันกำลังเล่นแอปหาเพื่อนคุย…”

“หะ…” มานิตาหน้าเหวอเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าคนสวยแซ่บอย่างญาณินจะเล่นอะไรแบบนี้ทั้งๆ ที่ในชีวิตของญาณินมีผู้ชายแวะเวียนมาเยอะมากจนไม่ขาดสาย ผิดกับเธอที่แทบไม่มีผู้ชายคนไหนมาจีบ

“อย่างแกเนี่ยนะจะเล่นแอป ผู้ชายมาจีบตัวเป็นๆ เยอะแยะไม่เอา ไปคุยทำไมในแอปเนี่ย”

“ก็มันตื่นเต้นกว่าผู้ชายที่มาจีบฉันน่ะสิ”

“ยังไงอะ”

“ก็แบบแค่คุยๆ เฉยๆ พอไม่เคยเจอกันมันก็แบบมีเรื่องอะไรให้เราเล่าให้เขาฟังเยอะแยะเลย ตื่นเต้นดี แบบทำให้เราอยากรู้ตัวตนของเขามากขึ้นน่ะ”

“เข้าใจอยู่ดีอะ” มือน้อยยกขึ้นเกาหัวของตัวเองเพราะเธอไม่เคยคิดที่จะโหลดแอปพวกนี้อยู่แล้ว

“แกเนี่ยควรเล่นนะมิลค์กี้ เผื่อจะได้มีผัวกับเขาสักที”

“อ้าว…นี่แกว่าฉันเหรอ” มานิตาถลึงตาใส่เพื่อที่ว่าเธอที่ไม่มีใครสักที ก็คนมันใฝ่เรียนจะให้ไปสนใจเรื่องแบบนี้ทำไม แค่เรียนวิศวกรรมก็แทบไม่มีเวลาแล้ว ไหนจะต้องเจอนิสัยของเพื่อนผู้ชายในรุ่นก็แทบเอือมกับพวกผู้ชายจะแย่อยู่แล้ว

“ใช่สิ…ฉันรู้นะว่าแกไม่อยากมีแฟนเพราะเห็นนิสัยของเพื่อนๆ รุ่นเราใช่ปะ ผู้ชายมีตั้งหลายแบบ อย่าไปสนใจไอ้พวกเถื่อนพวกนั้นเลย คนในนี้มันให้แกเลือกหลากหลายเลยนะตั้งแต่หนุ่มๆ ยันแก่ อย่างเราก็ต้องเลือกก็ต้องหาคุยไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้คนที่ดีที่สุดสิ”

ญาณินสอนเพื่อนเพราะไม่อยากให้มานิตาขึ้นคลาน เพราะตั้งแต่เรียนด้วยกันมาเพื่อนของเธอไม่มีใครมาจีบสักคน อาจจะเพราะมิลค์กี้ชอบทำตัวห้าวๆ ผู้ชายเลยคิดว่าเป็นทอมไปหมดแล้ว ขนาดผู้ชายในรุ่นยังไม่มีใครเห็นมานิตาเป็นผู้หญิงสักคน

“ไม่เอา…ไม่อยากมีแฟนตอนนี้ กลัวเจอแบบเพื่อนๆ เรา” มิลค์กี้ทำท่าทางลูบที่แขนทั้งสองของตัวเองราวกับหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อนึกถึงสภาพของตัวเองมีแฟน และถ้าต้องเจอแบบเพื่อนผู้ชายเธอคงได้ปวดหัววันละสามรอบ

“เนี่ย…เอาแต่คิดงี้ เดี๋ยวก็ได้เพื่อนในรุ่นเป็นผัวสักคน ถึงตอนนั้นฉันจะหัวเราะเลย เกลียดอะไรได้อย่างนั้น” ญาณินยิ้มกริ่มออกมาเพราะรู้ดีว่ามานิตาเอือมเพื่อนชายแต่ละคนมากแค่ไหน แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อรุ่นของเธอมันรวมพลคนหล่อที่สุดของปี

“ไม่เอาเว้ย!! อย่าพูดได้ไหม ขนลุก”

“ทำอะไรกันจ๊ะสาวๆ”

เสียงเรียกยังไม่ทันพูดจบปากหยักของใครบางคนก็โน้มลงมาแนบที่ข้างแก้มของมานิตาทันที และเสียงแบบนี้ กลิ่นน้ำหอมเซ็กซี่แบบนี้เป็นใครไม่ได้นอกจาก ‘เพทาย’ ผู้ชายที่จัดว่าหล่อที่สุดในรุ่นและยังเป็นเดือนประจำมหาวิทยาลัยอีกด้วย จนตอนนี้ปีสี่ก็ยังไม่มีใครมาล้มแชมป์ได้ ถ้าไม่นับรุ่นพี่อีกคนอย่าง ‘แอชตัน’ รุ่นพี่ของพวกเธอสามปีที่ตอนนี้จบไปแล้ว รายนั้นทั้งหล่อ ทั้งรวย ดีกรีทายาทหมื่นล้านที่ตอนนี้แต่งงานกับพี่สาวของเพทายไปเป็นที่เรียบร้อย ทำเอาสาวๆ ในมหาวิทยาลัยได้แต่น้ำตาตกใน รวมทั้งเธอด้วย

“ไอ้เพ…ทำบ้าอะไรวะเนี่ย!!” มือน้อยยกขึ้นถูที่ข้างแก้มที่เพิ่งโดนเพทายจอมกะล่อนขโมยจูบไปเมื่อครู่

ยอมรับเลยว่าเพทายจัดว่าเป็นผู้ชายที่หล่อจัด หล่อแบบแบดบอย รูปร่างสูงใหญ่จากการเล่นกีฬาอย่างหนักส่งเสริมให้เพทายมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเป็นอย่างมาก

“ถูแรงขนาดนั้น แก้มแดงหมดแล้วมิลค์กี้” มือหนาคว้าข้อมือของมานิตามารั้งเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอถูกแก้มเนียนๆ ของตัวเองไปมากกว่านี้

“แล้วมาหอมทำไมวะ…”

“เปล่าหอม…”

“ไม่ใช่อะไร คนอื่นเขาเห็นหมดเขาเป็นพยานได้ว่านายมาหอมแก้มฉันเนี่ย” ดวงตากลมโตถลึงมองชายร่างสูงตรงหน้าอย่างไม่พอใจ

“เมื่อกี้ไม่เรียกหอมนะ เขาเรียกว่าจูบ…” ดวงตาคมมองมานิตาแพรวพราวจนเพื่อนๆ ทั้งผู้ชายที่อยู่ตรงนี้ร้องโห่ออกมา แต่ใครจะรู้บ้างว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของมานิตากำลังเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา

“ฮิ้ว! มันจีบกันว่ะ…แบบนี้สงสัยอนาคตได้เป็นผัวเมียกันชัวร์…” วาโยร้องแซวพร้อมกับมองเพื่อนๆ ผู้ชายที่แอบมองการกระทำของเพทายเมื่อครู่

เรื่องนี้มีดราม่านะคะ เเต่ไม่มากตับแตกมั้ง 5555555555 เน้นความแซ่บของพระเอกนางเอกล้วนๆ อัพทุกวันนะคะวันละ 2 ตอน เรื่องยาวมี 110 ตอนนะคะ

สปอยตอนหน้า

“แค่นี้ก็เขินแล้วเหรอเมียจ๋า…”

“เมียบ้านแกสิ…ฉันยังไม่มีผัวเว้ย!”

“ถ้ายังไม่มี ฉันเป็นผัวให้ได้นะ สมัครใจเลยด้วย”

ดูมันหยอดเก่งยิ่งกว่าอะไร ต้องใจอ่อน เอีย ต้องเล่นตัวแล้วปะ 55555555555555

เอามาตัดกำลังความดราม่าของอิศึกที่จะเข้าโค้งความดราม่าหนักๆ แล้ว

บทที่ 1 แอปหาคู่ (2)

“ฮิ้ว! มันจีบกันว่ะ…แบบนี้สงสัยอนาคตได้เป็นผัวเมียกันชัวร์…” วาโยร้องแซวพร้อมกับมองเพื่อนๆ ผู้ชายที่แอบมองการกระทำของเพทายเมื่อครู่

“พูดบ้าอะไร พวกนายก็บ้าเนาะ” มานิตาบอกพร้อมกับเบือนหน้าไปทางอื่นเพราะเธอกำลังรู้สึกว่าแก้มทั้งสองข้างของตัวเองกำลังร้อนผ่าว แต่ก็พยายามดึงสติของตัวเองกลับมาเพราะรู้นิสัยของเพทายดีว่าเป็นคนยังไง มันชอบทำตัวเป็นหมาหยอกไก่แบบนี้ตลอด จนเธอแยกไม่ออกแล้วว่ามันกำลังคิดจริงหรือคิดเล่นๆ กันแน่

“แล้วหน้าแดงทำไมวะ” เสียงของวาโยร้องทักอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าของมานิตากำลังแดงซ่าน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหรือเพราะกำลังเขินกันแน่

“ร้อน…หน้าเลยแดง…ผิดปกติหรือไง” มานิตาสวนกลับจนเหล่าผู้ชายหัวเราะออกมาเพราะใครๆ ก็มองออกว่ามานิตากำลังเขินอายกับการกระทำของเพทาย

“เขินกูเหรอ…” ร่างใหญ่เลื่อนตัวเองมานั่งข้างๆ จากนั้นเอี้ยวตัวมองคนตัวเล็กที่สูงแค่ 158 เซนติเมตร ส่วนเขาสูงถึง 187 เซนติเมตรทำให้สรีระของทั้งคู่ต่างกันมาก

“เปล่า…”

“แก้มแดงขนาดนี้ยังมาปฏิเสธ…” เพทายใช้หลังมือของตัวเองลูบที่แก้มเล็กเบาๆ จนหญิงสาวเงยหน้ามองชายข้างกายด้วยร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาสวยเบิกกว้างอีกครั้ง

‘ไอ้บ้าเพ…ทำอะไรเนี่ยไม่ไหวแล้วนะเว้ย’ มานิตาตะโกนบอกตัวเองในใจพร้อมกับพยายามเรียกสติของตัวเองกลับมาไม่อย่างนั้นมันจะกู่ไม่กลับอีกต่อไป

“ฮิ้ว…พ่อแม่พี่น้องครับ เขาจีบกันครับ” ทั้งผู้ชายผู้หญิงต่างโห่ร้องกับการกระทำของเพทาย

“จีบบ้าอะไร จะไปเรียนละ หลีกๆ”

เมื่อไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเธอกำลังเขินมานิตาเลยลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งเอามือบางของตัวเองดันเหล่าผู้ชายที่ยืนมุงมองเธอกับเพทายออก

“แค่นี้ก็เขินแล้วเหรอเมียจ๋า…” เสียงหมาหยอกไก่ของเพทายทำเอาเหล่าผู้ชายหัวเราะออกมาเพราะเห็นท่าทีของคนตัวเล็กเสียอาการ

“เมียบ้านแกสิ…ฉันยังไม่มีผัวเว้ย!”

“ถ้ายังไม่มี ฉันเป็นผัวให้ได้นะ สมัครใจเลยด้วย” เพทายยังพูดทีเล่นทีจริงจนมานิตามองไปรอบๆ ก็พบกับสายตาริษยาของเหล่าผู้หญิงทั้งในและนอกคณะที่จ้องมองมายังเธอไม่ลดละ ทำเอาหญิงสาวหนาวๆ ร้อนๆ เลยทีเดียวที่มีคนถลึงตามองแบบนี้

“ฮิ้ว…ไอ้เพมันเอาว่ะ ฮ่าๆ” วาโยหัวเราะออกมาคนแรกจากนั้นก็มีเสียงของเหล่าผู้ชายที่หัวเราะตาม จนญาณินที่นั่งอยู่ตะโกนบอกเพราะสงสารเพื่อนที่โดนเพื่อนชายร่วมรุ่นแซวไม่เลิก

“พวกนายแม่งก็ไปแซวไอ้มิลค์กี้มัน บ้าเปล่า…ส่วนพวกนายไม่ต้องห่วงหรอกนะ เดี๋ยวอีกไม่นานเพื่อนของฉันจะมีผัวละ แต่ไม่ใช่พวกนายหรอกย่ะ หลีกไป…”

“ใครจะมีผัว…” เสียงของเพทายถามเสียงต่ำจากนั้นก็เงยหน้ามองทั้งญาณินและมานิตาอย่างสงสัยพร้อมกับขมวดคิ้วถามด้วยเสียงเย็นๆ จนคนรอบข้างรับรู้ถึงรังสีบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาของเพทาย

“ยัยมิลค์กี้สิยะ เดี๋ยวฉันจะหาผัวให้เพื่อน พวกนายจะได้เลิกแซวเพื่อนฉันสักที ไปเข้าเรียนกันเถอะมิลค์กี้” ญาณินจับมือบางของเพื่อนเอาไว้พร้อมกับพาเดินออกมาแต่มานิตาไม่วายหันไปมองคนตัวโตที่จ้องมองมาราวกับมีบางอย่างในดวงตาคู่นั้น ทำไมเธอรู้สึกกลัวบางอย่างนะ บางอย่างที่ไม่สามารถคาดเดาได้

“ไอ้พวกปากเสียเนี่ย…มันแซวแกไม่เลิกเลยนะ” ญาณินบอกอย่างรำคาญและสงสัยมานิตาที่โดนอย่างนี้เกือบทุกวัน จนเธออดสงสัยว่าเพทายมันคิดอะไรกับเพื่อนรักของเธอหรือเปล่า มันเล่นแบบนี้กับมานิตาอยู่คนเดียว แต่มันก็น่าแปลกอยู่เพราะเพทายมีผู้หญิงเข้าหาตลอด สวยและเซ็กซี่กว่ามานิตาเป็นไหนๆ จนเริ่มสับสนละมันต้องการอะไรกันแน่

“น่าเบื่อ ไปเข้าเรียนกันเถอะ”

“มิลค์กี้…” ขณะที่กำลังนั่งเรียนกันอยู่นั้นญาณินก็หันมาสะกิดเพื่อนรักจนมานิตาละจากจอมอนิเตอร์แล้วมองเพื่อนรักอย่างญาณิน

“ว่า”

“ยืมโทรศัพท์หน่อยสิ…”

“เอาไปทำไม” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยแต่ก็ส่งเครื่องให้เพื่อนอย่างง่ายดายเนื่องจากทั้งสองคนไว้ใจกันมากจนรู้ทุกอย่างของกันและกัน

“เอามาเถอะน้า…” มือเรียวของญาณินกดบางอย่างที่หน้าจอของมานิตาจนเธอขมวดคิ้วแต่ก็ต้องละสายตาไปจ้องที่หน้าห้องก่อนเพราะกลัวเรียนไม่ทันทีจนกระทั่งเลิกคลาสก็ยังเห็นญาณินยังกดบางอย่างที่โทรศัพท์ของเธออยู่

“ทำอะไรเนี่ย…”

“อะ…เรียบร้อยแล้ว” มือน้อยของญาณินยื่นโทรศัพท์กลับคืนให้เพื่อน จนมานิตาได้แต่หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างสงสัยจากนั้นก็จ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง

ดวงตากลมโตกวาดตามองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองแล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นแอปพลิเคชันบางอย่างมาปรากฏอยู่ในเครื่องของเธอมันเป็นแอปสีชมพูหวานแหววและเธอรู้จักดีเพราะเคยเห็นโฆษณาที่หน้าฟีดโซเชียลบ่อยๆ ที่บอกว่าหาเพื่อนสัมพันธ์ แต่ความจริงเพศสัมพันธ์ต่างหาก

“ทำอะไรเนี่ย…”

“แอปหาเนื้อคู่ยังไงล่ะ”

“ไม่เอา…จะมาโหลดให้ทำไม ไม่ได้จะเล่น ฉันจะลบออกเปลืองเมมในเครื่อง” มือบางของมานิตากำลังจะจัดการลบแอปหาคู่ของเพื่อนรักออกจากเครื่องแต่กลับโดนมือของญาณินดึงโทรศัพท์กลับคืนมาก่อน

“ไม่ได้…ลองเล่นดู ถ้าไม่คลิกกับใครก็แค่ไม่คุย แกควรมีแฟนได้แล้วนะยัยมิลค์กี้ สวยก็สวยชอบทำตัวห้าวอยู่ได้”

“สวยตรงไหน เอาอะไรมองญาณิน…”

“นี่…ไม่รู้ตัวเองอีก สวยจะตายห่าละ ไม่งั้นไอ้เพไม่จ้องจะเล่นแกแบบนี้หรอก” นิ้วเรียวของญาณินจิ้มที่หน้าอกของเพื่อน

“เล่นอะไร…แกพูดอะไรญาณิน” เสียงหวานถามอย่างตะกุกตะกักพร้อมกวาดตาไปรอบๆ เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอคุยกัน

“มันอยากจะเคลมแกจะตาย ฉันมองออก ระวังมันไว้ให้ดีๆ ล่ะ”

“มันเล่นเฉยๆ มั้ง แกคิดมากอะญาณิน” มานิตายิ้มแห้ง

ค่ะ 55555555555555 มันอยากเล่นเธอแล้วมิลค์กี้ ผช. แรดมาแล้ว

สปอยตอนหน้า

“เหอะ…ใครอยากเป็นเมียนาย คนอย่างนายเจ้าชู้จะตาย ฉันไม่เอามาทำพันธุ์หรอกนะ แค่อยากรู้ว่าทำไงให้รวยจะไปทำบ้าง”

“มาลองเป็นเมียฉันสิ ไม่ต้องทำอะไรหรอก นอนเฉยๆ ก็ได้เงิน”

โอ๊ยตายยย เพทายบอกตรงๆ อย่างนี้เลยเหรอลูก 55555555

อีบุ๊คเดี๋ยวมาเคาะวันนะคะ ตอนนี้เหลือพิสูจน์อักษรอย่างเดียวแล้วค่ะ น่าจะไม่เกิน 15 ต.ค

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...