ดาราสาว ต่อสู้มานาน 6 ปี ป่วยแพนิค เล่าจุดเริ่มต้น รู้ตัวเองเป็นโรคนี้ได้ยังไง?
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 ธ.ค. 2566 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2566 เวลา 10.26 น. • The Bangkok Insightบูม สุภาพร ต่อสู้มานาน 6 ปี ป่วยแพนิค เล่าจุดเริ่มต้น รู้ตัวเองเป็นโรคนี้ได้ยังไง? โดยเธอบอกว่า รู้สึกว่าสั่น ประหม่าอยู่ตลอดเวลา มันเริ่มกระทบกับการทำงาน จนวันหนึ่งทำงานแล้วเกิดอาการกดดันมาก รู้สึกว่ากดดันจังเลย หายใจไม่ได้เลย จนสุดท้ายบูมเป็นลมไปเลย คือมันซ่าทั้งตัว มือเท้ามันเย็นไปเลยทั้งตัว จากนั้นก็เลยไปหาคุณหมอ
เชื่อว่าหลาย ๆ อาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าดาราสาวบูม สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง นั้นป่วยเป็นโรคแพนิค ซึ่งเธอใช้เวลาต่อสู้กับโรคดังกล่าวมานานกว่า 6 ปี ซึ่งตอนนี้ก็อาการโอเคมาก ไม่มีภาวะใด ๆ แล้ว และจุดเริ่มต้นที่รู้ตัวเองก็คืออาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น รู้สึกว่าสั่น ประหม่าอยู่ตลอดเวลา มันเริ่มกระทบกับการทำงาน รู้สึกว่ากดดัน นอนแล้วเหมือนรู้สึกตกเหว
- ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ เผยความในใจ ได้รู้จักรักแท้จริง ๆ จากภรรยา ‘วิกกี้ พีมนต์ญา’
- แฟนพระเอกช่อง 3 ขอให้กำลังใจ หลัง เบสท์ รักษ์วนีย์ เผยเหตุผลอันฟอล แพทริค
- เจนนี่ BLACKPINK คอนเฟิร์ม! ขึ้นแท่น CEO เปิดค่ายตัวเอง ODD ATELIER
บูม สุภาพร ต่อสู้มานาน 6 ปี ป่วยแพนิค เล่าจุดเริ่มต้น รู้ตัวเองเป็นโรคนี้ได้ยังไง?
ล่าสุด (21 ธ.ค.) บูม สุภาพร ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์การป่วยเป็นโรคแพนิคของเธอ ผ่านติ๊กต็อก b_boomm บูมหายเป็นแพนิกแล้วนะทุกคน บูมรักษามา 6 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 60 มาเล่าจุดเริ่มต้นก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองเป็นแพนิกค่ะ คือเริ่มแบบไม่มั่นใจตัวเอง เริ่มรู้สึกว่าตัวเองเจอภาวะกดดันไม่ได้ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว รู้สึกว่าสั่น ประหม่าอยู่ตลอดเวลา มันเริ่มกระทบกับการทำงาน จนวันหนึ่งทำงานแล้วเกิดอาการกดดันมาก รู้สึกว่ากดดันจังเลย หายใจไม่ได้เลย จนสุดท้ายบูมเป็นลมไปเลย คือมันซ่าทั้งตัว มือเท้ามันเย็นไปเลยทั้งตัว
ตอนแรกบูมเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะ ก็เลยไปหาคุณหมอหลังจากทำงานเสร็จ บังเอิญว่าเป็นคุณหมอที่รู้จัก คุณหมอก็ตรวจคลื่นหัวใจ ติดอะไรทั้งตัวเลย ผลออกมาทุกอย่างเป็นปกติ คุณหมอก็เลยบอกว่าบูมลองไปปรึกษาจิตแพทย์ไหม
คือบางคนรู้สึกเฮ้ยอะไร แต่เราก็เดินข้ามแผนกไปหาจิตแพทย์ ไปถึงก็ได้นั่งคุย ตอนนี้มีภาวะเครียดอะไรยังไงบ้าง แล้วก็ปรึกษาคุณหมอ เราอาจจะเป็นเหมือนกึ่ง ๆ ซึมเศร้านะ แล้วก็ให้ยามา เราก็ถามว่าเอฟเฟกต์ของยาเป็นยังไง อันนี้สำคัญมากนะทุกคน เวลาเราจะทานยาอะไรเข้าไป เอฟเฟกต์ของยานั้นมันมีอะไรยังไงบ้าง
คุณหมอก็บอกว่าเขาให้มาทาน 2 อาทิตย์ ทานไปอาจจะมีความรู้สึกที่เราต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ บางทีเรารู้สึกระวังอาจจะอยากทำร้ายร่างกายตัวเอง ด้วยความตอนนั้นเราก็กลัวว่าถ้าเราทำร้ายตัวเราเอง แล้วถ้าเราเป็นแผลล่ะ เราจะไม่สวย ถ้าถึงขั้นหนักขึ้นแล้วพ่อแม่เราจะรู้สึกยังไง ก็เลยเลือกที่จะไม่กินยา เราก็ไปหาคุณหมอแล้วบอกว่าเอายามาคืน หนูไม่กิน เพราะว่าหนูกลัวเจ็บ
คุณหมอเขาก็เลยประเมินใหม่อะไรแบบนี้ เขาก็คุยกับเรา คงเป็นแพนิกแล้วแหละ บูมก็เลยรู้แล้วว่าบูมเป็นแพนิค ก็เลยไปหาคุณหมออีกท่านหนึ่ง ซึ่งบูมมีพี่ที่เป็นแพนิคเขารักษาอยู่ ก็เลยย้ายไปรักษากับคุณหมอท่านนี้นะคะ ก็คือเป็นคุณหมอปัจจุบันที่บูมรักษามา 6 ปีแล้ว ซึ่งพอได้รักษาก็รู้ว่ามันมีตัวกระตุ้นมากมาย นอกจากภาวะความเครียด ที่เราเครียดในชีวิตประจำวันมากมาย
นอนไม่พอ ไม่ได้ออกกำลังกาย รวมถึงเครื่องดื่ม กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง กาแฟ ชา คาเฟอีนต่าง ๆ แล้วแต่บุคคล ยาเสพติด หลาย ๆ อย่างเราไม่รู้ว่าเราเครียดหรือเปล่า พอมันสะสมมาก ๆ มันเอฟเฟคกระทบเราได้ ตอนนั้นรู้สึกว่ามันทรมานมาก นอนแล้วรู้สึกตกเหวตลอดเวลา พอเวลานอนอยู่แล้วเฮือก ทุกครั้งที่หลับตาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น มันเป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกเหนื่อยทั้งวัน ทั้งคืน
เริ่มรักษา ปรับยาไปเรื่อย ๆ ดีขึ้นในช่วงแรกคือการออกกำลังกาย ในโมเมนต์ที่เราตื่นเต้น เราทำงานแบบตูบ ๆ ถ้ากล้ามเนื้อไม่แข็งแรง หัวใจจะเต้นแรงมาก เกิดความผิดปกติในรายการ แล้วพอรักษาไปเสร็จสักประมาณปี สองปี บูมก็หยุดยาไปเอง เพราะคิดว่าตัวเองหายแล้วช่วงโควิดนี่แหละ คิดว่าตัวเองหายแล้ว ปรากฏว่าโควิดมา มีภาวะเครียดใด ๆ กลับมา ชิว
ปรากฏว่ากลับมาอีกแล้ว บูมก็กลัวว่าจะเป็นแบบเดิมอีกก็เลยไปหาหมอ คุณหมอก็เลยบอกว่า จริงๆ แล้วการที่เราหยุดยามันต้องค่อย ๆ ลดโดส ซึ่งจริง ๆ ตอนนี้บูมน่าจะหยุดได้แล้วนะทุกคน แต่ก็ยังแบบใจไม่กล้าพอ เพราะว่าเราเคยเจอเหตุการณ์ที่เราหยุดไปแล้ว แล้วมันกลับมา
ดังนั้น ก็คือขั้นตอนในการรักษา คือบูมรักษามา 6 ปีแล้ว ตอนนี้โอเคมาก ไม่มีภาวะใด ๆ แล้ว คุณหมอก็บอกเลยว่าเคสบูมมันก็ตั้งแต่ประมาณสองปีแรกแล้ว ถ้าบูมไม่หยุดยาแบบอัตโนมัติของตัวเอง ดังนั้นเราก็ต้องกินยาตามที่คุณหมอสั่ง
ใครที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญโรคนี้อยู่จริง ๆ มันรักษาหายได้ ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่ใจของเราแทบจะแบบ 100% เลยก็ว่าได้ และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนด้วย ใครที่กำลังเป็นแพนิกรักษาให้หายให้ได้ คุณภาพชีวิตของเราก็จะกลับมาดียิ่งขึ้นนะคะ"
ขอบคุณ : @b_boomm
@b_boomm บอกกล่าว อยากให้ฟังค่า อาจจะนานหน่อย แต่ว่า อยากบอกเล่าประสบการณ์ที่ชั้นสู้กับ #แพนิค มา… #ซึมเศร้า #ความรู้ ♬ เสียงต้นฉบับ - B_boomm
อ่านข่าวเพิ่มเติม