โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ปลุกช้อปดีมีคืนภาษี 5 หมื่น ไฟเขียวค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว โรงแรม-ตั๋วเครื่องบิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ย. 2566 เวลา 08.45 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 04.18 น.

อัพเดตล่าสุด 27 พ.ย. 2567 เวลา 11.18

คลังยุคเศรษฐากระตุ้นจับจ่ายก่อนแจก 10,000 บาท ด้วยโครงการ “e-Refund” ช้อปดีมีคืนภาษี 50,000 บาท เอ็กซ์ตร้าเพิ่มรายการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว “ตั๋วเครื่องบิน-ค่าโรงแรม-ค่าไกด์-ค่ารถนำเที่ยว” ได้สิทธิด้วย ชง ครม.วันที่ 28 พ.ย. 66 ไฟเขียวเริ่มใช้จ่ายได้ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 67 รวม 46 วัน เผยยอดใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและบริการได้ทุกรายการ ที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ยกเว้น “Negative List” 7 ประเภท “เติมน้ำมัน” ไม่ได้ โบรกฯประเมินปลุกเงินสะพัด 2 แสนล้าน-มากกว่า “ช้อปดีมีคืน”

แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลก่อนจะมีการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ในช่วงกลางปี 2567 จะเริ่มต้นด้วยมาตรการกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนและประชาชน โดยออกมาตรการคืนภาษีบุคคลธรรมดาให้กับการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งในครั้งนี้รายการใช้จ่ายและวงเงินจะแตกต่างจากมาตรการเก่าที่เรียกว่า “ช้อปดีมีคืน”

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 พ.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบมาตรการ “e-Refund” โดยประชาชนจะได้รับภาษีคืนจากการจับจ่ายสินค้าและบริการมูลค่ารวมไม่เกิน 50,000 บาท

จากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี เฉพาะที่ออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ซึ่งจะกำหนดระยะเวลาดำเนินมาตรการไว้รวมทั้งสิ้น 46 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2567 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต้นปี

ยกเว้น 7 ประเภทสินค้า/บริการ

ทั้งนี้ มาตรการคืนภาษี หรือ e-Refund จะยกเว้นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ (negative list) รวม 7 รายการ ได้แก่ 1.ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์ 2.ค่าซื้อยาสูบ 3.ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ 4.ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ

5.ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต 6.ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย และ 7.ค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการและผู้รับบริการสามารถใช้บริการดังกล่าวนอกเหนือจากระยะเวลาที่กำหนด อาทิ ค่าเบี้ยประกันชีวิต ค่าสมาชิกฟิตเนส เป็นต้น

รายการใหม่ท่องเที่ยวได้สิทธิ

มาตรการกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน-ประชาชนครั้งนี้มีรายการใช้จ่ายเพิ่มเติมจากที่เคยทำในปีที่ผ่านมา คือมีการเสนอให้เพิ่มรายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไม่เกิน 50,000 บาท มาคืนภาษีได้ด้วย อาทิ ค่าโรงแรม ที่พัก รถนำเที่ยว ค่าไกด์นำเที่ยว ค่าแพ็กเกจทัวร์ ค่าตั๋วเครื่องบิน หากใช้จ่ายในช่วงเวลามาตรการ และจ่ายให้กับผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ ก็สามารถใช้สิทธิได้ทั้งหมด

“สินค้าและบริการอื่น ๆ ถ้าไม่ใช่ตามที่อยู่ใน negative list ก็ได้หมด แต่จะต้องซื้อจากร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่สามารถออกใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ หรืออยู่ในระบบ e-Tax invoice & e-Receipt ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,400 รายแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว

เพิ่มเติมจากมาตรการคืนภาษีบุคคลธรรมดา หรือ “ช้อปดีมีคืน” จากสินค้าที่เข้าเกณฑ์การลดหย่อนในปีภาษี 2566 ที่ใช้ได้กับสินค้า 3 กล่ม อาทิ 1.สินค้า หรือบริการ ที่ผู้ประกอบการได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะต้องเป็นสินค้าหรือบริการภายในประเทศเท่านั้น เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าสินค้ากลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ค่าซ่อมรถ ค่ายารักษาโรคและอาหารเสริม

กลุ่มที่ 2.สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จากผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว 5 ประเภท คือ อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ และเครื่องประดับตกแต่ง ตลอดจนสมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร

และกลุ่มที่ 3.หนังสือ หรือ e-Book แต่ไม่รวมถึงนิตยสาร หรือหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

ลดหย่อนภาษีได้คืน 1.75 หมื่น

ทั้งนี้ จากการคำนวณแล้ว จะพบว่าหากผู้เสียภาษีใช้สิทธิลดหย่อนเต็มที่ 50,000 บาท หากเป็นผู้ที่เสียภาษีอยู่อัตราสูงสุดที่ 35% ก็จะได้เงินคืนภาษีสูงสุดถึง 17,500 บาทเลยทีเดียว แต่หากใช้สิทธิลดหย่อนแค่ 10,000 บาท ก็จะได้คืนภาษี 3,500 บาท

ขณะที่ผู้ที่เสียภาษีในอัตราต่ำสุดที่ 5% จะได้เงินคืนภาษีสูงสุด 2,500 บาท หากใช้สิทธิลดหย่อนเต็มเพดานที่ 50,000 บาท และจะได้เงินคืน 500 บาท หากใช้สิทธิลดหย่อนเพียง 10,000 บาท

หวั่นมาตรการไม่ชัดฉุดบริโภค

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กล่าวว่า โครงการ e-Refund ของภาครัฐจะสามารถช่วยกระตุ้นการจับจ่ายได้อย่างมาก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีการออกมาตรการลดหย่อนภาษีและมีเม็ดเงินในทุกปี ซึ่งในปีนี้มีวงเงินช่วยถึง 50,000 บาท

อย่างไรก็ตาม มองว่าควรจะมีการกำหนดมาตรการให้ชัดเจนและเร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการชะลอตัวของการบริโภคจากไตรมาส 4/2566 ไปในไตรมาส 1/2567 สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากโครงการ e-Refund คือ COM7, CRC

ปลุกเงินสะพัด 2 แสนล้าน

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า โครงการ e-Refund ในภาพรวมจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีในระดับหนึ่ง โดยเป็นมาตรการลดหย่อนภาษีที่มีความคล้ายคลึงกับมาตรการที่ผ่านมา อย่างช้อปดีมีคืน-ช้อปช่วยชาติ

“หากเปรียบเทียบกันแล้ว โครงการครั้งที่ผ่านมาให้วงเงินลดหย่อนภาษีประมาณ 40,000 บาท ขณะที่ e-Refund ให้วงเงิน 50,000 บาท โดยโครงการช้อปดีมีคืนในปี 2563 มีเงินสะพัดประมาณ 111,000 ล้านบาท โดยหากมีวงเงินที่มากกว่าเป็น 50,000 บาท อาจจะเห็นวงเงินสะพัดได้ราว 100,000-200,000 ล้านบาท”

ขณะเดียวกัน e-Refund จะใช้ได้กับร้านค้าที่ออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้เท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในธุรกิจเกี่ยวกับการอุปโภค-บริโภค ค้าปลีก ซึ่งหากย้อนดูในไตรมาส 4/2563 ที่ยังไม่มีโครงการคนละครึ่ง แต่มีเงินสะพัดจำนวนมาก ดัชนีหุ้น (SET) กำไรดอกเบี้ย ประมาณ 34% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) โดยกลุ่มค้าปลีกโตได้ดีถึง 14% QOQ ซึ่งคาดว่าในปีนี้ 2566 กลุ่มค้าปลีกก็จะได้ประโยชน์เหมือนที่ผ่านมา

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะโดดเด่นจากมาตรการ e-Refund เป็นพวกหุ้นที่เกี่ยวกับการอุปโภค บริโภค โดยกลุ่มค้าปลีกก็มีความโดดเด่นแทบทั้งหมด อาทิ CPAXT, CPALL, CRC, BJC, HMPRO, COM7, JMART, DCC เป็นต้น รวมถึงกลุ่มร้านอาหารท่องเที่ยวก็จะดีด้วย อาทิ MINT, AU เป็นต้น นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทค้าขายที่มียอดขายต่อปีสูงคาดว่าจะได้ประโยชน์ด้วย

ปัจจัยบวกหนุนลงทุน-ตลาดหุ้น

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาตรการจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงต้นปี 2567 ได้ โดยจะเห็นจากมาตรการช้อปดีมีคืน ช้อปช่วยชาติ ที่ผ่านมา สามารถช่วย sentiment ในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงที่มีการดำเนินมาตรการ ขณะที่ SET Index มักจะเคลื่อนไหวในเชิงบวกช่วงดำเนินมาตรการเช่นกัน ดังนั้น จึงมองว่ามาตรการ e-Refund จะเป็นแรงบวกกับบรรยากาศการลงทุนและเศรษฐกิจได้

โดยในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาก่อนที่จะมีมาตรการ SET Index เคลื่อนไหวไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ในช่วง 1 เดือนปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าหุ้นในกลุ่มค้าปลีก สินค้าไอที สามารถเคลื่อนไหวได้ค่อยข้างดี

ทั้งนี้ มองว่ามาตรการ e-Refund จะมาสามารถเทียบเท่ากับมาตรการลดหย่อนภาษีอื่นที่ผ่านมาได้ และจะเป็นสัญญาณบวกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถลดหย่อนได้ 50,000 บาท มากกว่ารอบที่ผ่านมา

คาดหนุนจีดีพีเติบโต 0.1-0.2%

นายณัฐพลกล่าวด้วยว่า ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ช่วงเดือนธันวาคม ก่อนที่มาตรการ e-Refund จะเริ่ม แนะนำ COM7, SYNEX, GLOBAL, DOHOME ขณะที่ช่วงที่มาตรการเริ่ม กลุ่มที่เคลื่อนไหวได้ดีจะเป็นกลุ่มค้าปลีกที่เป็นสินค้าอุปโภค-บริโภค ได้แก่ CPAXT, CPALL, CRC, BJC

“อย่างไรก็ตาม มาตราการ e-Refund อาจจะไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญมากนัก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สั้น แต่ก็ประเมินว่าจะช่วยกระตุ้นได้ที่ 0.1-0.2% ของ GDP ในปี 2567”

สินค้าที่เข้าเกณฑ์การลดหย่อนภาษีของโครงการช้อปดีมีคืน 2566 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.สินค้า หรือบริการ ที่ผู้ประกอบการได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะต้องเป็นสินค้าหรือบริการภายในประเทศเท่านั้น เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าสินค้ากลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ค่าซ่อมรถ ค่ายารักษาโรค และอาหารเสริม เป็นต้น

2.สินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) จากผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว 5 ประเภทคือ อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ และเครื่องประดับตกแต่ง ตลอดจนสมุนไพรที่ไม่ใช่ยาและอาหาร

3.หนังสือ หรือ e-Book แต่ไม่รวมถึงนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...