โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

รัก ไม่ ลอง [TRY LOVE] ไวท์ X เบลล์์

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 ม.ค. 2567 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2567 เวลา 05.13 น. • RINSP
“หนูเคยเห็นเฮียนอนยัง ถ้ายังไม่เคยมาลองนอนกับเฮียดูไหม” นี่คือประโยคแรกของผู้ชายสุขนิยมคนหนึ่งที่เข้ามาจีบฉัน เขาบอกว่าตัวเองอาจจะไม่ใช่คนที่ดีมาก แต่เขาบอกกับฉันอย่างกล้าหาญว่า เขาจะเป็นคนดีของฉัน

ข้อมูลเบื้องต้น

INTRO

“กูมีเวลาเหลืออีกกี่นาทีที่จะเอาชีวิตรอดจากตรงนี้” ช่วงเวลาวิกฤตของคนสุขนิยมของผมได้เกิดขึ้นอีกแล้วครับ อาการมึนเมาที่เหมือนจะเซล้มไปซบน้องหมวยคนเซ็กซี่เมื่อตะกี้นั้นพลันหายวับไปกับตา

ช่วงเวลาคับขันอย่างนี้ ผมต้องรีบตั้งสติ

“พวกมึงเงียบทำห่าอะไร ตอบมาเร็วๆ ดิวะ” ผมสบถใส่ไอ้สองตัวที่นั่งทำหน้าระรื่น ยกแก้วเหล้าชนกันอย่างสบายใจ อย่าให้ถึงคราวผมบ้าง แม่งจะปั่นจนเมียไม่ยอมให้กอดเลยคอยดู

แต่ตอนนี้ผมต้องเอาชีวิตรอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อนถึงจะไปเอาคืนไอ้สองคนนี้ได้

“ใจเย็นดิวะ มึงมีเวลาอีก” ไอ้เจ็ทว่าพลางเอียงศีรษะอย่างกวนประสาทไปยังอีกคนที่นั่งข้างกัน

“3” ไอ้ปกรับไม้ต่อพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

“2” ไอ้เจ็ท

ไอ้สองตัวนี้ต่อบทกันอย่างพร้อมเพรียงเลยนะ ผมนึกว่าตัวเองอยู่ในเกมโชว์

“ไม่ทันแล้วว่ะ END GAME” สิ้นคำของไอ้ปก ผมก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าหันไปมองเลยเว้ย รู้ว่าต้องเจอกับอะไร แต่ใจมันไม่กล้าเลยว่ะ

นาทีผมคิดได้แค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้

“เฮีย” น้ำเสียงใสทว่าแฝงไปด้วยอันตรายนั้นดังมาให้ได้ยิน ผมค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ แล้วยกยิ้มหล่อๆ ให้กับคนตัวเล็กที่ยืนเอามือเท้าสะเอวข้างหนึ่งอยู่ หน้าตาเธอบ่งบอกว่าผมกำลังเจอเข้ากับอันตรายขั้นสองจุดห้า

“ใครอ่า” ผมแสร้งทำเป็นจำเธอไม่ได้และเดินโซซัดโซเซมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมคู่สวยหรี่ลงเพื่อมองสำรวจตัวผม “คุ้นๆ”

ผมแกล้งพึมพำออกไป มือเรียวเล็กจึงยื่นมาแตะแก้มซ้ายของผมทันที โชคดีที่เธอแค่แตะเบาๆ เท่านั้น

“คุ้นๆ นะคะเนี่ย” คราวนี้เธอเพิ่มน้ำหนักลงไปที่แก้มของผมตรงตำแหน่งเดิมอีกเล็กน้อย แต่ทำผมหน้าสั่นเลยเหอะ ได้แต่บอกตัวเองว่าอดทนไว้ อย่าหลุดคาร์แรกเตอร์คนเมาเด็ดขาด

“จำได้รึยัง” เสียงใสติดฉุนเฉียวเอ่ยถามพลางกอดอกยืนมองผมด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ส่วนมือเล็กง้างออกเตรียมฟาดผมอีกรอบ

“ไอ้ปก ไอ้เจ็ท มาช่วยกูดูหน่อยว่าน้องคนนี้หน้าเหมือนใครวะ กูโคตรคุ้นแต่แม่งนึกไม่ออก” ผมหันไปส่งสายตาเว้าวอนไอ้สองคนที่กำลังนั่งดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข พวกมันทำเหมือนกำลังดูซีรีส์อยู่ยังไงอย่างนั้น พวกมึงน่าจะรู้ว่าในซีรีส์นางเอกคงหิ้วกูกลับไปนอนที่ห้อง ดูแลปรนนิบัติอย่างดี หนำซ้ำตื่นเช้ามาคงทำซุปร้อนให้กิน แต่ชีวิตจริงกูอาจจะต้องนอนข้างถนนหรือไม่ก็จบด้วยการนอนหยอดเข้าต้มที่โรงพยาบาล

“มึงก็ถามเขาเองดิ” ไอ้เจ็ทเป็นคนตอบพลางพยักเพยิดหน้าให้ผมหันกลับไป ไอ้เพื่อนเวร ไม่รักกูจำเอาไว้เลย

ในเมื่อผมทำการแสดงถึงขั้นนี้แล้วคงต้องไปให้สุดเท่านั้นแหละ

“น้องเป็นใครอะ”

“เบลล์” เธอตอบเสียงต่ำ แววตาจ้องมองผมอย่างไม่ลดละ

“ใครนะ”

“เบลล์”

“เบลล์ เมียเฮียอ่ะนะ” ผมแกล้งชี้ไปที่ตัวเอง เรียวตาเรียวเล็กจับจ้องมาที่ใบหน้าของผมแล้วพ่นลมหายใจออกมาเพื่อระงับความโมโหเอาไว้ ผมรู้ดีว่าเบลล์ไม่มีวันทำอะไรผมตรงนี้หรอก น้องค่อนข้างให้เกียรติผมพอสมควร ถึงแม้ว่าผมจะกวนโมโหเธอมากแค่ไหนก็ตาม

“อือ” เธอตอบกลับมา แอบดีใจอยู่หน่อยๆ ที่น้องยอมรับว่าเป็นของผมอะ โคตรรักเลยเว้ยเฮ้ย อยากจะโผเข้าไปกอดแต่ก็กลัวจะโดนถีบกลับมา พอเห็นว่าเบลล์ไม่มีทีท่าว่าจะระเบิดปรี๊ดออกมา ผมก็อยากจะแกล้งเธอเล่นอีกสักหน่อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ผมเป็นคนบ้าที่ชอบเห็นเมียตัวเองทำหน้าปั่นปึ่ง โมโหใส่กัน

“ไม่ใช่เบลล์หรอก ถ้าเป็นเบลล์อะนะ ตบเฮียคว่ำไปแล้ว” ผมว่าพลางยกมือทำท่าจะสาธิตด้วยการตบที่ศีรษะตัวเองเบาๆ ชั่ววินาทีนั้นเองเหตุการ์ณไม่คาดคิดนั้นก็เกิดขึ้นเร็วมากจนสายตาจับภาพเอาไว้ไม่ทัน ทว่ารู้สึกได้ถึงความปวดหนึบตรงศีรษะตัวเอง สั่นสะเทือนถึงแก้วหูจนได้ยินเสียงวิ้ง ๆ ตามด้วยเสียงของไอ้สองตัวข้างหลังมันพูดออกมาพร้อมกันว่า ‘อูย’

“มึงว่ามันเจ็บไหมวะ” ไอ้ปกเอียงคอไปถามไอ้เจ็ท

“คนเมาไม่เจ็บหรอกมั้ง”

ฝากติดตามเฮียไวท์ คนสุขนิยมของเราด้วยน้า

EBOOK แตะตรงรูปได้เลยค่า

CHAPTER 01

Herevite: น้องเบลล์วิ่งเสร็จรึยังคะ?

Herevite: เบลล์ขา เฮียรบกวนหน่อยได้มั้ย เบลล์ช่วยเอาของมาให้เฮียที่ร้าน T Bar หน่อยสิคะ ถุงสีน้ำตาลเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะนั่งเล่นห้องเฮียอะ love belle 10000 ม้วฟๆๆๆ

Herevite: มาถึงร้านละโทรมาบอกนะ

ฉันไล่สายตาอ่านข้อความที่เขาส่งมาให้พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ฉันไม่ใช่เลขาเขาปะ คนรับใช้ส่วนตัวก็ไม่ใช่ แต่ใช้กันอยู่นั่น ด่ายังไม่ทันจะหายหงุดหงิด คนบ้าก็ส่งข้อความมาอีกแล้ว

Herevite: อ่านแล้วทำไมไม่ตอบล่ะคะคนดีของเฮีย?

Me: ขับรถค่ะ เดี๋ยวโทรกลับ

ฉันพิมพ์และกดส่งออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะทิ้งโทรศัพท์วางแหมะตรงเบาะนั่งข้างคนขับและหมุนพวงมาลัยยูเทิร์นกลับเพื่อเปลี่ยนเส้นทางจากจุดหมายปลายทางเดิมที่เป็นคอนโดฉันไปยังคอนโดของเขาทันที

คอนโดเฮียไวท์

กริ้ก!

“อิเฮียรีบไปแรดจนลืมปิดไฟห้องเลยเหรอเนี่ย” ฉันบ่นพึมพำออกไปเมื่อเห็นว่าในห้องเขานั้นเปิดไฟสว่างโร่ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอยู่ มองจากตรงนี้ก็เห็นเจ้าถุงสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะ

ขณะที่ฉันไปหยิบของที่ต้องการนั้นเอง เสียงบานประตูห้องนอนของเฮียนั้นถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่เดินออกมา ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ คราแรกฉันนึกว่าโดนผีหลอกเสียอีก เกือบร้องกรี๊ดแล้วไหมล่ะ แต่พอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นเป็นคนจริงๆ

ในใจก็อยากจะร้องกรี๊ดเหมือนเดิม แต่ยังหักห้ามใจเอาไว้ทัน ผู้หญิงคนนี้ฉันคิดว่าเคยเห็นเธออยู่บ่อยๆ ตามหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยของเรานะ ถ้าจำไม่ผิดเธอน่าจะเป็นดาวของคณะบริหารฯ

“เธอเป็นใคร” เสียงเล็กติดไม่พอใจถามกลับมา เรียวตาคมไล่สำรวจตัวฉันอย่างไม่ไว้ใจ

“เออ…เราเป็นรุ่นน้องเฮียไวท์น่ะ” เธอมองฉันนิ่งราวกับกำลังประเมินคำตอบของฉันอยู่ จากตอนแรกที่ทำหน้าเหมือนไม่รับแขกพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างขึ้นมาทันควัน

“อ่อ พี่ไวท์ให้มาเอาของใช่ปะ” ร่างบางเดินผ่านฉันไปก่อนจะเดินไปที่โต๊ะนั่งเล่นทำตัวราวกับเป็นเจ้าของห้อง มือเรียวยาวหยิบถุงสีน้ำตาลขึ้นมายื่นให้ฉันอย่างใจดี

“อะ…อันที่จริงเราบอกพี่ไวท์แล้วว่าจะเอาไปให้เอง แต่เขาก็บอกว่ารุ่นน้องจะเข้ามาเอาที่ห้อง แต่ไม่ยักรู้ว่าเขามีรุ่นน้องเป็นผู้หญิงด้วย เราชื่อแอลนะ แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ” เธอหันมาคุยกับฉันอย่างเป็นมิตรคล้ายกับว่าอยากสานสัมพันธ์เอาไว้ยังไงอย่างนั้น ฉันได้ยิ้มบางๆ พลางคิดในใจถ้าหากผู้หญิงคนนี้รู้ว่าฉันไม่ใช่แค่รุ่นน้องของอิเฮีย เธอจะยังยิ้มให้ฉันอยู่อีกไหม

“เบลล์”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“อือ งั้นเราไปก่อนนะ” ฉันรีบตัดบทสนทนาทันที หมุนตัวกลับไปยังหน้าประตู หากแต่การก้าวเดินกลับชะงักเมื่อได้ยินประโยคที่ทำให้ความโกรธฉันพุ่งปรี๊ดจนอยากจะรีบขับรถไปกรี๊ดใส่คนสุขนิยมที่เป็นต้นเหตุของปัญหา

“อ่า ฝากบอกพี่ไวท์ด้วยนะว่ารีบกลับมา เรารออยู่ที่ห้องนะ”

ฉันได้แต่ยิ้มจืดเจื่อนและเดินออกมาจากห้อง ในมือกำถุงสีน้ำตาลไว้แน่นเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ในใจ รออีกไม่นานมันได้ปะทุใส่ไอ้ตัวต้นเหตุแน่ ๆ

ราว ๆ ยี่สิบนาทีฉันก็มาอถึงร้านประจำของอิเฮีย โชคดีที่ร้านนี้เขาเคยพาฉันมาบ่อยๆ พี่การ์ดหน้าร้านเลยยอมปล่อยให้เข้ามาโดยไม่ตรวจบัตรเหมือนกับร้านอื่นๆ ที่ห้ามคนที่อายุต่ำกว่า 20 เข้าไป

ทันทีที่เดินเข้ามาด้านใน ฉันก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งร้านทันที พวกเขาคงคิดว่าฉันเป็นคนบ้าละมั้งที่ใส่ชุดวิ่งมาเที่ยวร้านเหล้าน่ะ

ไม่รอช้าฉันจึงเดินปรี่ขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นโซนวีไอพีที่พวกเฮียๆ นั่งเป็นประจำทันที ภาพแรกที่เห็นคือภาพผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาสามคนกำลังโดนสาวสวยนั่งประกบคลอเคลียอยู่

คันไม้คันมืออยากจะหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปส่งให้แฟนพวกเฮียๆ เห็นจริง ๆ

“เหี้ย” ฉันตั้งใจเรียกไอ้คนที่นั่งตรงกลางเสียงดัง ส่งผลให้เพื่อนๆ ของเขาผละใบหน้าจากเด็กของตัวเองขึ้นมามองอย่างพร้อมเพรียง จะมีเพียงแค่อิคนนั่งตรงกลางนั่นแหละที่ยังไม่รู้ตัว

ภาพคนผมทองที่เอาแต่ซุกไซร้คอสาวอยู่มันช่างสะกิดต่อมหงุดหงิดเหลือเกิน กระทั่งเพื่อนของเขาสะกิดแขนให้หันมาสนใจนั่นแหละ แต่กว่าที่เขาจะผละออกจากผู้หญิงคนนั้นและลุกเดินมาหาฉันก็เพิ่มความหงุดหงิดได้อีกหลายเท่า

“น้องเบลล์” เฮียไวท์เดินโซซัดโซเซเข้ามากอดฉันไว้ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกแตะปลายจมูกทันที นี่เขาดื่มหรืออาบมากันแน่เนี่ย

“เฮีย อย่ามาทำรุ่มร่าม” ฉันทำเสียงดุพลันดึงแขนแกร่งของเขาออกจากตัวฉัน แต่คนตัวโตกลับทำมือเหนียวหนึบยิ่งกว่าปลาหมึกเสียอีก

“รุ่มร่ามอะไร เฮียกอดเมียตัวเองไม่ได้เหรอยังไงคะ” คนที่เกยคางอยู่บนไหล่นั้นพึมพำกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะจนอยากจะถีบออกหลายๆ ครั้ง

“นี่ของ เบลล์กลับละนะ พรุ่งนี้มีแข่งเช้า” ฉันยัดถุงสีน้ำตาลไปที่กลางอกเขาจนเกิดเสียงดังกึก อิเฮียเบ้หน้าอย่างเจ็บปวดก่อนจะเข้ามาซบฉันอีกครั้งอย่างออดอ้อน

“กลับด้วย” เขาบอกเสียงอ่อน ก่อนจะโยนถุงนั้นให้เพื่อนที่นั่งมองเราอยู่ พร้อมกับหันไปบอกพวกเขาว่า “กูกลับก่อนนะพวกมึง เด็กมาตามว่ะ”

เดี๋ยวนะ อะไรคือการหันไปขิงใส่เพื่อน ใครมาตามไม่ทราบ เป็นเขาไม่ใช่เหรอที่เรียกฉันมาน่ะ

“ปะ น้องเบลล์กลับบ้านกันค่ะ” เขาไม่ปล่อยให้ฉันได้แก้ตัวหรือแย้งอะไรแม้แต่นิดเดียว จากนั้นเขาก็ดึงมือฉันให้เดินตามเขาออกไป

“เบลล์ขับนะ เฮียไม่ไหวอ่า” เขาบอกเสียงอ่อนตอนที่เราเดินมาถึงลานจอดรถ ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำเขาก็ทำท่าจะเซล้มไปนอนกับพื้น ฉันจึงต้องรีบเข้ามาประคองเขาเอาไว้ก่อนจะจับเขายัดเข้าไปในรถ

“เมาแล้วเป็นภาระสังคมจริงๆ”

“เดี๋ยวเบลล์ไปส่งเฮียข้างล่างคอนโด แล้วเฮียก็โทรบอกแอลลงมารับละกัน” ฉันหันมาบอกคนข้างกาย ตอนนี้เรากำลังขับรถเลี้ยวเข้าซอยคอนโดของเขาแล้ว

“ไม่เอา เฮียจะไปนอนกับเบลล์” เขาโวยวายเสียงดังจนทำฉันสะดุ้งตกใจเกือบขับรถเสียหลักแล้วไหมล่ะอิเฮีย

“ไม่ได้ เฮียไปนอนห้องตัวเองเลย มีคนรออยู่ไม่ใช่เหรอไง” ประโยคท้ายนั้นเสียงฉันเบาลงกว่าครึ่ง ปวดใจหนึบๆ ตอนที่พูดเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้งที่ในใจมันตรงข้ามกันสิ้นเชิง ถึงเขาจะเมามายไม่ได้สติแต่จะให้ฉันขึ้นไปส่งเขาที่ห้องเพื่อให้ผู้หญิงอีกคนดูแล มันมากเกินไปหรือเปล่า

“ให้เฮียไปนอนห้องเบลล์ นะๆ” เขาพูดไม่พอยังโน้มใบหน้าเข้ามาถูตามต้นแขนฉันอย่างอีก “อยากนอนกอดน้องเบลล์อ่า”

“ที่ห้องก็มีคนรอกอดอยู่นี่” มันอดที่จะพูดประชดประชัดเขาออกไปไม่ได้

“ทำไมน้องเบลล์ชอบผลักไสเฮียให้ไปหาผู้หญิงคนอื่นอ่า” เขาพึมพำออกมาพลางยู่ปากใส่ฉัน น่ารักจนอยากจะฆ่าให้ตายเลย

“เฮียต่างหากที่เป็นคนทำ” ฉันโต้กลับ ที่ผ่านมาเป็นเขาต่างหากไม่ใช่เหรอไงที่ทำอะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้ที่อยากจะผลักไสคนที่เรารักให้ไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นหรอก

“เฮียทำอะไรอ่า”

“…” ฉันเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้เขาพูดพร่ำเพ้อต่อไป เขาจะมาถามฉันได้ยังไง ในเมื่อคนที่เป็นต้นเหตุยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ

“เบลล์ใจร้าย ไม่รักเฮียเลยอ่า”

“ใครกันแน่ที่ไม่รักกัน” ฉันพึมพำกลับไปก่อนจะเปิดประตูรถเพื่อเดินไปเรียกพี่ยามหน้าตึกคอนโด แอบรู้สึกผิดกับพี่เขาอยู่เหมือนกันที่ต้องให้เขาช่วยแบกคนวุ่นวายขึ้นห้องตลอด

ฉันยืนมองร่างสูงต่างวัยเดินหายเข้าไปด้านใน ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้ามาในรถแล้วถอนหายใจออกมาอย่างคนหมดแรง

“แกเลือกเขาเองนะเว้ย ก็ต้องยอมรับให้ได้ดิ” ฉันบอกกับตัวเองซ้ำๆ อยู่แบบนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจจะนับได้ และฉันก็รู้ตัวดีว่า เลิกรักเขาไม่ได้ด้วยนี่สิ

ได้แต่ขำตัวเองในใจ ฉันเผลอใจไปหลงรักคนสุขนิยมอย่างเขาได้ยังไงกันนะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเราสองคนอาจไม่ได้มีตอบจบที่มีความสุขเหมือนกับนิยามของเขา แต่ฉันก็ยังเลือกจะอยู่ตรงนี้

ถ้าหากจะโทษใครสักคนก็ต้องโทษตัวเองแล้วล่ะ

-TALK-

เปิดตัวคนสุขนิยมค่า อย่าด่าเฮียนะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ 555

ไรต์ถึงขั้นต้องห้ามเอาไว้ก่อนเลย

ฝากติดตาม +คอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยน้า

#เฮียไวท์คนสุขนิยม

CHAPTER 02

สองปีก่อน

“เมื่อตะกี้พี่พูดว่าอะไรนะคะ” ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่าเลยต้องถามคนตรงหน้าย้ำอีกครั้งหนึ่ง ฉันเดินของฉันอยู่ดีๆ แล้วเขาก็เดินเข้ามาทักทายกันด้วยประโยคแรกว่า

“หนูลองมาเป็นเด็กเฮียไหม”

ใช่! ประโยคเหมือนเดิมเป๊ะเลย แถมแววตาที่เป็นประกายวิบวับเหมือนหมาป่ากำลังจ้องงับลูกแกะนั่นอีก มองจากยอดเขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีแน่ ๆ

และไม่มีคนดีที่ไหนเขาบอกว่าตัวเองดีด้วย

“หนูไม่ต้องกลัวเฮียนะ เฮียเป็นคนดี” เนี่ย ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ

“เบลล์ไม่เคยเจอคนดีที่บอกตัวเองดีเลยสักคน” ฉันสวนกลับพลันกวาดสายตามองเพื่อหาทางหลบหลีกจากเขา แต่ตอนนี้มันดึกมาแล้วอะ ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้วด้วย

ฉันน่าจะรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยมาเก็บของที่ลืมเอาไว้ แต่ดันคิดผิดที่ตัดสินใจออกมาจากห้องกลางดึกแบบนี้ ตอนที่ฉันเดินผ่านสนามหญ้านั่นเอง ฉันก็เห็นรุ่นพี่กลุ่มของคณะกำลังนั่งล้อมวงกินเหล้า เล่นดนตรีกันอยู่อย่างสนุกสนาน ตอนแรกคิดว่าจะเดินผ่านไปเงียบๆ พยายามไม่ให้พวกรุ่นพี่เขาสังเกตเห็น แต่ใครจะรู้ว่าหนึ่งในนั้นจะตามหลังฉันมาแบบนี้ล่ะ

ดูจากแก้มสองข้างที่ขึ้นสีแดงลามไปจนถึงใบหูพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮออล์ฉุนกึกน่ะ พี่คนนี้ต้องเมาแน่ ๆ

“เบลล์ว่าพี่เมาแล้วนะคะ กลับไปนอนเถอะค่ะ” ฉันพยายามรวบรวมสติตัวเอง ฉันไม่ได้กลัวว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายอะไรหรอกนะเพราะที่นี่ก็มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ แถมยังมีพวกเพื่อนๆ ของเขาอีก แต่ฉันกลัวตัวเองจะทำร้ายเขาจนเจ็บตัวเสียมากกว่า

“หนู…อย่าพูดคำว่าเมากับเฮียค่ะ คนระดับเฮียไวท์ท็อปทรีของรุ่นไม่มีทางเมาเหมือนหมาแน่นอนเนอะ” ปลายนิ้วชี้เรียวยาวส่ายมาตรงหน้าฉัน ก่อนที่คนตัวสูงจะยืดอกอย่างภูมิใจในตัวเองสำทับ

แต่ฉันว่าสภาพของเขาตอนนี้อีกนิดก็ใกล้เคียงกับคำว่าเมาเหมือนหมาแล้วนะ แล้วเขาเนอะอะไรกับใครอะ

ทำไมคนหน้าหล่อๆ อย่างเขาถึงเป็นคนบ้าล่ะ ท็อปทรีของรุ่นน่าจะเป็นความจริงเพราะเบ้าหน้าพี่เขาเรียกว่าหล่อแบบต้องเหลียวมองเลยล่ะ โครงหน้าชัดเป็นเอกลักษณ์ จมูกโด่งเป็นสัน ที่สำคัญตาสวยมาก หน้าตาพี่เขาก็ออกแนวลูกครึ่งหน่อยๆ หนำซ้ำผมสีทองก็ขับผิวขาวๆ ของเขาให้น่ามองอีกต่างหาก

ถ้าหากพูดแค่เรื่องหน้าตา ฉันให้พี่เขาสามผ่านเลยล่ะ แต่เรื่องนิสัย…

“ไม่เมาแต่หน้าแดงเลยนะคะ” ฉันประชดออกไปอย่างไม่จริงจัง ส่งผลให้คนตัวสูงตรงหน้านั้นเลิกคิ้วอย่างไม่ชอบใจ

“ที่เฮียหน้าแดงเพราะเขินหนูต่างหากล่ะคะ” เขาต้องเป็นเสือผู้หญิงแน่ ๆ อะ ผู้ชายพูดคะ ขา มันไว้ใจไม่ได้ “เฮียชอบหนูจริงๆ นะ เนี่ยมาลองจับอกเฮียดูดิ หัวใจมันเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เวลาที่มองหน้าหนูเลยอะ”

โอ๊ย…ใครก็ได้ช่วยลากพี่เขาไปเก็บทีเถอะ

“พี่คะ พี่กลับไปนอนเถอะนะ” ขณะที่พูดกล่อมให้เขายอมหลีกทางให้ก็พยายามกวาดสายตามองหาเพื่อนของเขาไปด้วย ทำไมไม่มีใครออกมาตามเพื่อนเลยนะ ทำไมปล่อยให้คนเมาออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ไม่ห่วงความปลอดภัยของน้อง ๆ บ้างเลยหรือไง

“เอะอะไล่เฮียไปนอนตลอดเลยอ่า คนไม่อยากนอนจะให้ไปนอนไม่ได้” เขาโต้กลับมาพลางขยับเท้าเข้ามาใกล้ฉันอีกหนึ่งก้าว ส่วนฉันเตรียมยกมือตั้งการ์ดขึ้นมาป้องกันตัวเองแล้ว

“น่ารักอะ” น้ำเสียงทุ้มติดแหบพร่าเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับโน้มไปหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเข้มคู่สวยของเขาแบบชัดๆ

“เบลล์เตือนละนะ ถ้าพี่เข้ามาอีกก้าว เบลล์ตบจริงๆ นะ” ฉันไม่ได้แค่ขู่เขาแต่จะทำจริงๆ ถ้าเขาไม่ยอมหยุดอยู่ตรงนั้นแล้วเดินเข้ามาใกล้กันอีกก้าวอะนะ ถึงแม้พรุ่งนี้อาจจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตอย่างเช่น มีข่าวออกไปว่ารุ่นน้องตบรุ่นพี่ก็ตามที

“ถ้าเฮียยอมให้หนูตบแล้วเรามาลองคบกันได้เปล่า” ฉันถลึงตามองเขาทันที ข้อเสนอบ้าอะไรของเขากันเนี่ย จู่ๆคนตัวสูงก็เดินขยับเข้ามาใกล้กันพลางยื่นพวงดอกมะลิที่ไม่รู้ว่าเขาเอาจากตรงไหนมาคล้องใส่ข้อมือฉัน “ช่วยรับรักเฮียหน่อยนะ เฮียขอสัญญาว่าจะเป็นคนดี”

-TALK-

คำสัญญาจากคนเมาเชื่อได้ไหมอ่า 555

ฝากคอมเม้นต์+ติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยน้า

#เฮียไวท์คนสุขนิยม

CHAPTER 03

“เฮ้ยพี่ อะไรเนี่ย” ฉันผลักหน้าอกเขาเบาๆ อย่างตกใจ “เบลล์ไม่ใช่ศาลพระภูมินะ”

ทว่ายังไม่ทันได้ถอดคืนเจ้าของ จู่ ๆ คนตัวโตก็ล้มลงไปกับพื้นสนามหญ้าเสียอย่างนั้น หนำซ้ำยังร้องโอดโอยเหมือนคนกำลังจะตายยังไงอย่างนั้นแหละ นี่ฉันแค่ผลักเขาๆ เบาเองนะ

ฉันหันไปมองโดยรอบๆ เผื่อจะมีคนได้ยินเสียงของเขาแล้ววิ่งเข้ามาช่วย ในตอนนั้นเองที่สายตาพลันเห็นกลุ่มรุ่นพี่กำลังเดินมาทางนี้ รีบเผ่นดีกว่า ขืนอยู่ให้พวกรุ่นพี่เห็นคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ คิดได้ดังนั้นฉันก็ใช้โอกาสที่คนตรงหน้านั้นพยายามลุกขึ้นมารีบวิ่งข้ามตัวเขาไปเพื่อกลับที่พัก ฉันไม่ได้อยากจะเสียมารยาทหรอกนะ แต่เขาดันนอนขวางทางเดินของฉันนี่นา ช่วยไม่ได้จริงๆ

สาธุ ขอให้พรุ่งนี้พี่เขาตื่นขึ้นมาแล้วความจำเสื่อมทีเถอะ ขอให้เราสองคนอย่าเจอกันอีกเลย

[บทบรรยาย: ไวท์ วรัท]

“ตายห่ายัง” ลืมตาตื่นขึ้นมายังไม่ทันได้กระพริบตา ไอ้ปกเพื่อนรักก็เอ่ยทักทายกันอย่างน่าถีบ ขาสองข้างเตะผ้าห่มที่คลุมตัวออก พลางยืดลำตัวลุกขึ้นสำรวจมองโดยรอบห้อง

ปวดหัวฉิบหาย

“กูรู้สึกไม่สบายว่ะ รู้สึกปวดเนื้อปวดตัว” ถึงแม้ผมจะไม่ใช่หมอ แต่ผมก็คิดว่าตัวเองรู้ระบบร่างกายตัวเองดี อาการปวดหัวเหมือนจะระเบิดมา หนำซ้ำยังปวดเนื้อปวดตัวแบบนี้ ผมต้องไม่สบายเป็นแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึบไถลตัวลงสู่ฟูกนอนอีกครั้ง “ไอ้ปก วันนี้กูไม่ออกนะ กูไม่ไหวว่ะ บอกไอ้เจ็ทให้กูด้วย”

วันนี้พวกผมต้องไปคุมน้อง ๆ เพื่อเข้าฐานต่างๆ สายตาเหลือบมองไปยังหน้าต่างเห็นแสงแดดลอดส่องเข้ามาด้านในห้องตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ก็รับรู้ได้ทันทีว่าวันนี้มันต้องโคตรร้อน

“เออ” ไอ้ปกส่ายหน้าเบาๆ พลางหยิบเสื้อยืดสีดำซึ่งสกรีนเป็นชื่อรุ่นของเรามาใส่ ดูเหมือนไอ้ปกจะแอบไปฟิตเล่นกล้ามแฮะ ซิกแพ็กเป็นก้อนๆ เลยว่ะ แล้วตัดภาพมาที่ตัวเอง นึกว่าคนท้อง ช่วงนี้ผมดื่มหนัก ทั้งเหล้าทั้งเบียร์ พุงน้อยๆ ของผมเลยยื่นออกมานิดหน่อยพอให้สาวลูบคลำแบบน่ารัก

“ขาดกูไปคนนึงพวกมึงไหวนะ” อันที่จริงผมก็รู้สึกผิดอยู่นิดหน่อยที่ทิ้งให้เพื่อนๆ ต้องไปดูแลน้อง ๆ เกือบสองร้อยชีวิต แต่ผมรู้สึกไม่สบายจริงๆ นะ ถ้าหากออกไปแล้วเกิดเป็นล้มเป็นแล้งขึ้นมา มันจะยิ่งทำให้พวกมันลำบากเข้าไปกันใหญ่

“พวกกูก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว มึงนอนไปเหอะอย่าก่อเรื่องอีกก็พอ” ไอ้ปกตอบกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ เรียวคิ้วสองข้างของผมเลิกขึ้นทันทีอย่างต้องการคำขยายความคำว่า ไม่ได้คาดหวัง กับผมอย่างนั้นเหรอ แล้วคนดีๆอย่างผมไปก่อเรื่องกับใครที่ไหนกัน

ขณะที่ผมกับไอ้ปกคุยกันอยู่นั่นเอง ไอ้เจ็ทก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี “ตื่นแล้วเหรอวะ กูนึกว่ามึงตายห่าไปแล้ว”

“พวกมึงสองตัวพูดคำว่า กู้ดมอร์นิ่งเพื่อนรัก ไม่เป็นเลยเหรอไง” ผมสวนกลับพลางเบ้ปากใส่ไอ้เพื่อนรักทั้งสองคน “ทำดีกับกูบ้าง ใจกูก็มีแค่นี้”

“นี่พวกกูยังทำดีไม่พออีกเหรอ แค่เมื่อคืนพวกกูช่วยกันแบกมึงกลับห้องก็เกือบตายแล้ว” ไอ้เจ็ทได้ทีเริ่มสวดผมอีกแล้วครับ จนผมต้องรีบเอาหมอนข้างตัวมาปิดหูเอาไว้ หากแต่ไอ้ปกกลับดึงมันออก

“กูแค่ฝากไหว้วานมึงเอาพวงมาลัยไปไหว้ศาลพระภูมิแค่นี้หายไปเกือบชั่วโมง เจอตัวอีกทีก็ร้องโอดโอยเหมือนคนจะตาย” พอเป็นไอ้เจ็ทพูด ความทรงจำอันเลือนรางของผมที่หายไปเริ่มกลับคืนมา เมื่อคืนผมกับพวกเพื่อนๆ นั่งล้อมวงกันกินเหล้า จากนั้นผมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ไอ้เจ็ทเลยยัดพวงมาลัยใส่มือผมแล้วบอกว่าฝากไปไหว้เจ้าที่ให้หน่อย จากนั้นก็…

ทำไมผมจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ เหมือนผมลืมเรื่องสำคัญมากๆ ไปหรือเปล่านะ

“สรุปมึงเอาพวงมาลัยไปทิ้งใช่ปะ” ไอ้เจ็ทยังไม่ยอมจบเรื่องพวงมาลัยนั่นสักที

“กูไม่รู้ กูจำไม่ได้ พวกมึงอย่ามาเร้าหรือกูได้ปะ รีบๆ ออกไปปะ”

“เจ็ท มึงจะเอาอะไรกับมัน เพื่อนยิ่งไม่สบายอยู่” ใช่ เพื่อนปกพูดถูก มีแต่มึงเท่านั่นแหละที่เข้าใจและรักกู จู่ๆไอ้คนหน้านิ่งก็แสยะยิ้มมุมปากแล้วตวัดตามองมาทางผม แล้วพูดว่า “เกิดมันตายห่าขึ้นมา แย่เลยนะ ไหนจะเด็กๆมันอีกล่ะ"

ไอ้เพื่อนเวร มึงคิดจะเคลมเด็กกูใช่ไหม

-TALK-

5555 อย่ามาเร้าหรืออิเฮียได้ปะ นางไม่สบายอยู่นะ

ปวดเนื้อปวดตัวเพราะไม่สบายหรือว่าล้มที่ไหนมาอะเปล่าอิเฮีย

ฝากคอมเม้นต์ กดติดตามเป็นกำลังให้นางด้วยน้า

นางต้องการสปอร์ตไลต์ 555

ติดแท็กพูดคุยกันได้ค่า #เฮียไวท์คนสุขนิยม

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...