รัก ไม่ ลอง [TRY LOVE] ไวท์ X เบลล์์
ข้อมูลเบื้องต้น
INTRO
“กูมีเวลาเหลืออีกกี่นาทีที่จะเอาชีวิตรอดจากตรงนี้” ช่วงเวลาวิกฤตของคนสุขนิยมของผมได้เกิดขึ้นอีกแล้วครับ อาการมึนเมาที่เหมือนจะเซล้มไปซบน้องหมวยคนเซ็กซี่เมื่อตะกี้นั้นพลันหายวับไปกับตา
ช่วงเวลาคับขันอย่างนี้ ผมต้องรีบตั้งสติ
“พวกมึงเงียบทำห่าอะไร ตอบมาเร็วๆ ดิวะ” ผมสบถใส่ไอ้สองตัวที่นั่งทำหน้าระรื่น ยกแก้วเหล้าชนกันอย่างสบายใจ อย่าให้ถึงคราวผมบ้าง แม่งจะปั่นจนเมียไม่ยอมให้กอดเลยคอยดู
แต่ตอนนี้ผมต้องเอาชีวิตรอดจากตรงนี้ให้ได้ก่อนถึงจะไปเอาคืนไอ้สองคนนี้ได้
“ใจเย็นดิวะ มึงมีเวลาอีก” ไอ้เจ็ทว่าพลางเอียงศีรษะอย่างกวนประสาทไปยังอีกคนที่นั่งข้างกัน
“3” ไอ้ปกรับไม้ต่อพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
“2” ไอ้เจ็ท
ไอ้สองตัวนี้ต่อบทกันอย่างพร้อมเพรียงเลยนะ ผมนึกว่าตัวเองอยู่ในเกมโชว์
“ไม่ทันแล้วว่ะ END GAME” สิ้นคำของไอ้ปก ผมก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างจนรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ไม่กล้าหันไปมองเลยเว้ย รู้ว่าต้องเจอกับอะไร แต่ใจมันไม่กล้าเลยว่ะ
นาทีผมคิดได้แค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้
“เฮีย” น้ำเสียงใสทว่าแฝงไปด้วยอันตรายนั้นดังมาให้ได้ยิน ผมค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ แล้วยกยิ้มหล่อๆ ให้กับคนตัวเล็กที่ยืนเอามือเท้าสะเอวข้างหนึ่งอยู่ หน้าตาเธอบ่งบอกว่าผมกำลังเจอเข้ากับอันตรายขั้นสองจุดห้า
“ใครอ่า” ผมแสร้งทำเป็นจำเธอไม่ได้และเดินโซซัดโซเซมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาคมคู่สวยหรี่ลงเพื่อมองสำรวจตัวผม “คุ้นๆ”
ผมแกล้งพึมพำออกไป มือเรียวเล็กจึงยื่นมาแตะแก้มซ้ายของผมทันที โชคดีที่เธอแค่แตะเบาๆ เท่านั้น
“คุ้นๆ นะคะเนี่ย” คราวนี้เธอเพิ่มน้ำหนักลงไปที่แก้มของผมตรงตำแหน่งเดิมอีกเล็กน้อย แต่ทำผมหน้าสั่นเลยเหอะ ได้แต่บอกตัวเองว่าอดทนไว้ อย่าหลุดคาร์แรกเตอร์คนเมาเด็ดขาด
“จำได้รึยัง” เสียงใสติดฉุนเฉียวเอ่ยถามพลางกอดอกยืนมองผมด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ส่วนมือเล็กง้างออกเตรียมฟาดผมอีกรอบ
“ไอ้ปก ไอ้เจ็ท มาช่วยกูดูหน่อยว่าน้องคนนี้หน้าเหมือนใครวะ กูโคตรคุ้นแต่แม่งนึกไม่ออก” ผมหันไปส่งสายตาเว้าวอนไอ้สองคนที่กำลังนั่งดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข พวกมันทำเหมือนกำลังดูซีรีส์อยู่ยังไงอย่างนั้น พวกมึงน่าจะรู้ว่าในซีรีส์นางเอกคงหิ้วกูกลับไปนอนที่ห้อง ดูแลปรนนิบัติอย่างดี หนำซ้ำตื่นเช้ามาคงทำซุปร้อนให้กิน แต่ชีวิตจริงกูอาจจะต้องนอนข้างถนนหรือไม่ก็จบด้วยการนอนหยอดเข้าต้มที่โรงพยาบาล
“มึงก็ถามเขาเองดิ” ไอ้เจ็ทเป็นคนตอบพลางพยักเพยิดหน้าให้ผมหันกลับไป ไอ้เพื่อนเวร ไม่รักกูจำเอาไว้เลย
ในเมื่อผมทำการแสดงถึงขั้นนี้แล้วคงต้องไปให้สุดเท่านั้นแหละ
“น้องเป็นใครอะ”
“เบลล์” เธอตอบเสียงต่ำ แววตาจ้องมองผมอย่างไม่ลดละ
“ใครนะ”
“เบลล์”
“เบลล์ เมียเฮียอ่ะนะ” ผมแกล้งชี้ไปที่ตัวเอง เรียวตาเรียวเล็กจับจ้องมาที่ใบหน้าของผมแล้วพ่นลมหายใจออกมาเพื่อระงับความโมโหเอาไว้ ผมรู้ดีว่าเบลล์ไม่มีวันทำอะไรผมตรงนี้หรอก น้องค่อนข้างให้เกียรติผมพอสมควร ถึงแม้ว่าผมจะกวนโมโหเธอมากแค่ไหนก็ตาม
“อือ” เธอตอบกลับมา แอบดีใจอยู่หน่อยๆ ที่น้องยอมรับว่าเป็นของผมอะ โคตรรักเลยเว้ยเฮ้ย อยากจะโผเข้าไปกอดแต่ก็กลัวจะโดนถีบกลับมา พอเห็นว่าเบลล์ไม่มีทีท่าว่าจะระเบิดปรี๊ดออกมา ผมก็อยากจะแกล้งเธอเล่นอีกสักหน่อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ผมเป็นคนบ้าที่ชอบเห็นเมียตัวเองทำหน้าปั่นปึ่ง โมโหใส่กัน
“ไม่ใช่เบลล์หรอก ถ้าเป็นเบลล์อะนะ ตบเฮียคว่ำไปแล้ว” ผมว่าพลางยกมือทำท่าจะสาธิตด้วยการตบที่ศีรษะตัวเองเบาๆ ชั่ววินาทีนั้นเองเหตุการ์ณไม่คาดคิดนั้นก็เกิดขึ้นเร็วมากจนสายตาจับภาพเอาไว้ไม่ทัน ทว่ารู้สึกได้ถึงความปวดหนึบตรงศีรษะตัวเอง สั่นสะเทือนถึงแก้วหูจนได้ยินเสียงวิ้ง ๆ ตามด้วยเสียงของไอ้สองตัวข้างหลังมันพูดออกมาพร้อมกันว่า ‘อูย’
“มึงว่ามันเจ็บไหมวะ” ไอ้ปกเอียงคอไปถามไอ้เจ็ท
“คนเมาไม่เจ็บหรอกมั้ง”
ฝากติดตามเฮียไวท์ คนสุขนิยมของเราด้วยน้า
EBOOK แตะตรงรูปได้เลยค่า
CHAPTER 01
Herevite: น้องเบลล์วิ่งเสร็จรึยังคะ?
Herevite: เบลล์ขา เฮียรบกวนหน่อยได้มั้ย เบลล์ช่วยเอาของมาให้เฮียที่ร้าน T Bar หน่อยสิคะ ถุงสีน้ำตาลเล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะนั่งเล่นห้องเฮียอะ love belle 10000 ม้วฟๆๆๆ
Herevite: มาถึงร้านละโทรมาบอกนะ
ฉันไล่สายตาอ่านข้อความที่เขาส่งมาให้พลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ฉันไม่ใช่เลขาเขาปะ คนรับใช้ส่วนตัวก็ไม่ใช่ แต่ใช้กันอยู่นั่น ด่ายังไม่ทันจะหายหงุดหงิด คนบ้าก็ส่งข้อความมาอีกแล้ว
Herevite: อ่านแล้วทำไมไม่ตอบล่ะคะคนดีของเฮีย?
Me: ขับรถค่ะ เดี๋ยวโทรกลับ
ฉันพิมพ์และกดส่งออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะทิ้งโทรศัพท์วางแหมะตรงเบาะนั่งข้างคนขับและหมุนพวงมาลัยยูเทิร์นกลับเพื่อเปลี่ยนเส้นทางจากจุดหมายปลายทางเดิมที่เป็นคอนโดฉันไปยังคอนโดของเขาทันที
คอนโดเฮียไวท์
กริ้ก!
“อิเฮียรีบไปแรดจนลืมปิดไฟห้องเลยเหรอเนี่ย” ฉันบ่นพึมพำออกไปเมื่อเห็นว่าในห้องเขานั้นเปิดไฟสว่างโร่ทั้งๆ ที่ไม่มีคนอยู่ มองจากตรงนี้ก็เห็นเจ้าถุงสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะ
ขณะที่ฉันไปหยิบของที่ต้องการนั้นเอง เสียงบานประตูห้องนอนของเฮียนั้นถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่เดินออกมา ดวงตาพลันเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ คราแรกฉันนึกว่าโดนผีหลอกเสียอีก เกือบร้องกรี๊ดแล้วไหมล่ะ แต่พอเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นเป็นคนจริงๆ
ในใจก็อยากจะร้องกรี๊ดเหมือนเดิม แต่ยังหักห้ามใจเอาไว้ทัน ผู้หญิงคนนี้ฉันคิดว่าเคยเห็นเธออยู่บ่อยๆ ตามหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยของเรานะ ถ้าจำไม่ผิดเธอน่าจะเป็นดาวของคณะบริหารฯ
“เธอเป็นใคร” เสียงเล็กติดไม่พอใจถามกลับมา เรียวตาคมไล่สำรวจตัวฉันอย่างไม่ไว้ใจ
“เออ…เราเป็นรุ่นน้องเฮียไวท์น่ะ” เธอมองฉันนิ่งราวกับกำลังประเมินคำตอบของฉันอยู่ จากตอนแรกที่ทำหน้าเหมือนไม่รับแขกพลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างขึ้นมาทันควัน
“อ่อ พี่ไวท์ให้มาเอาของใช่ปะ” ร่างบางเดินผ่านฉันไปก่อนจะเดินไปที่โต๊ะนั่งเล่นทำตัวราวกับเป็นเจ้าของห้อง มือเรียวยาวหยิบถุงสีน้ำตาลขึ้นมายื่นให้ฉันอย่างใจดี
“อะ…อันที่จริงเราบอกพี่ไวท์แล้วว่าจะเอาไปให้เอง แต่เขาก็บอกว่ารุ่นน้องจะเข้ามาเอาที่ห้อง แต่ไม่ยักรู้ว่าเขามีรุ่นน้องเป็นผู้หญิงด้วย เราชื่อแอลนะ แล้วเธอชื่ออะไรเหรอ” เธอหันมาคุยกับฉันอย่างเป็นมิตรคล้ายกับว่าอยากสานสัมพันธ์เอาไว้ยังไงอย่างนั้น ฉันได้ยิ้มบางๆ พลางคิดในใจถ้าหากผู้หญิงคนนี้รู้ว่าฉันไม่ใช่แค่รุ่นน้องของอิเฮีย เธอจะยังยิ้มให้ฉันอยู่อีกไหม
“เบลล์”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
“อือ งั้นเราไปก่อนนะ” ฉันรีบตัดบทสนทนาทันที หมุนตัวกลับไปยังหน้าประตู หากแต่การก้าวเดินกลับชะงักเมื่อได้ยินประโยคที่ทำให้ความโกรธฉันพุ่งปรี๊ดจนอยากจะรีบขับรถไปกรี๊ดใส่คนสุขนิยมที่เป็นต้นเหตุของปัญหา
“อ่า ฝากบอกพี่ไวท์ด้วยนะว่ารีบกลับมา เรารออยู่ที่ห้องนะ”
ฉันได้แต่ยิ้มจืดเจื่อนและเดินออกมาจากห้อง ในมือกำถุงสีน้ำตาลไว้แน่นเก็บความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ในใจ รออีกไม่นานมันได้ปะทุใส่ไอ้ตัวต้นเหตุแน่ ๆ
ราว ๆ ยี่สิบนาทีฉันก็มาอถึงร้านประจำของอิเฮีย โชคดีที่ร้านนี้เขาเคยพาฉันมาบ่อยๆ พี่การ์ดหน้าร้านเลยยอมปล่อยให้เข้ามาโดยไม่ตรวจบัตรเหมือนกับร้านอื่นๆ ที่ห้ามคนที่อายุต่ำกว่า 20 เข้าไป
ทันทีที่เดินเข้ามาด้านใน ฉันก็กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งร้านทันที พวกเขาคงคิดว่าฉันเป็นคนบ้าละมั้งที่ใส่ชุดวิ่งมาเที่ยวร้านเหล้าน่ะ
ไม่รอช้าฉันจึงเดินปรี่ขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นโซนวีไอพีที่พวกเฮียๆ นั่งเป็นประจำทันที ภาพแรกที่เห็นคือภาพผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาสามคนกำลังโดนสาวสวยนั่งประกบคลอเคลียอยู่
คันไม้คันมืออยากจะหยิบโทรศัพท์ถ่ายรูปส่งให้แฟนพวกเฮียๆ เห็นจริง ๆ
“เหี้ย” ฉันตั้งใจเรียกไอ้คนที่นั่งตรงกลางเสียงดัง ส่งผลให้เพื่อนๆ ของเขาผละใบหน้าจากเด็กของตัวเองขึ้นมามองอย่างพร้อมเพรียง จะมีเพียงแค่อิคนนั่งตรงกลางนั่นแหละที่ยังไม่รู้ตัว
ภาพคนผมทองที่เอาแต่ซุกไซร้คอสาวอยู่มันช่างสะกิดต่อมหงุดหงิดเหลือเกิน กระทั่งเพื่อนของเขาสะกิดแขนให้หันมาสนใจนั่นแหละ แต่กว่าที่เขาจะผละออกจากผู้หญิงคนนั้นและลุกเดินมาหาฉันก็เพิ่มความหงุดหงิดได้อีกหลายเท่า
“น้องเบลล์” เฮียไวท์เดินโซซัดโซเซเข้ามากอดฉันไว้ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกแตะปลายจมูกทันที นี่เขาดื่มหรืออาบมากันแน่เนี่ย
“เฮีย อย่ามาทำรุ่มร่าม” ฉันทำเสียงดุพลันดึงแขนแกร่งของเขาออกจากตัวฉัน แต่คนตัวโตกลับทำมือเหนียวหนึบยิ่งกว่าปลาหมึกเสียอีก
“รุ่มร่ามอะไร เฮียกอดเมียตัวเองไม่ได้เหรอยังไงคะ” คนที่เกยคางอยู่บนไหล่นั้นพึมพำกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะจนอยากจะถีบออกหลายๆ ครั้ง
“นี่ของ เบลล์กลับละนะ พรุ่งนี้มีแข่งเช้า” ฉันยัดถุงสีน้ำตาลไปที่กลางอกเขาจนเกิดเสียงดังกึก อิเฮียเบ้หน้าอย่างเจ็บปวดก่อนจะเข้ามาซบฉันอีกครั้งอย่างออดอ้อน
“กลับด้วย” เขาบอกเสียงอ่อน ก่อนจะโยนถุงนั้นให้เพื่อนที่นั่งมองเราอยู่ พร้อมกับหันไปบอกพวกเขาว่า “กูกลับก่อนนะพวกมึง เด็กมาตามว่ะ”
เดี๋ยวนะ อะไรคือการหันไปขิงใส่เพื่อน ใครมาตามไม่ทราบ เป็นเขาไม่ใช่เหรอที่เรียกฉันมาน่ะ
“ปะ น้องเบลล์กลับบ้านกันค่ะ” เขาไม่ปล่อยให้ฉันได้แก้ตัวหรือแย้งอะไรแม้แต่นิดเดียว จากนั้นเขาก็ดึงมือฉันให้เดินตามเขาออกไป
“เบลล์ขับนะ เฮียไม่ไหวอ่า” เขาบอกเสียงอ่อนตอนที่เราเดินมาถึงลานจอดรถ ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำเขาก็ทำท่าจะเซล้มไปนอนกับพื้น ฉันจึงต้องรีบเข้ามาประคองเขาเอาไว้ก่อนจะจับเขายัดเข้าไปในรถ
“เมาแล้วเป็นภาระสังคมจริงๆ”
“เดี๋ยวเบลล์ไปส่งเฮียข้างล่างคอนโด แล้วเฮียก็โทรบอกแอลลงมารับละกัน” ฉันหันมาบอกคนข้างกาย ตอนนี้เรากำลังขับรถเลี้ยวเข้าซอยคอนโดของเขาแล้ว
“ไม่เอา เฮียจะไปนอนกับเบลล์” เขาโวยวายเสียงดังจนทำฉันสะดุ้งตกใจเกือบขับรถเสียหลักแล้วไหมล่ะอิเฮีย
“ไม่ได้ เฮียไปนอนห้องตัวเองเลย มีคนรออยู่ไม่ใช่เหรอไง” ประโยคท้ายนั้นเสียงฉันเบาลงกว่าครึ่ง ปวดใจหนึบๆ ตอนที่พูดเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้งที่ในใจมันตรงข้ามกันสิ้นเชิง ถึงเขาจะเมามายไม่ได้สติแต่จะให้ฉันขึ้นไปส่งเขาที่ห้องเพื่อให้ผู้หญิงอีกคนดูแล มันมากเกินไปหรือเปล่า
“ให้เฮียไปนอนห้องเบลล์ นะๆ” เขาพูดไม่พอยังโน้มใบหน้าเข้ามาถูตามต้นแขนฉันอย่างอีก “อยากนอนกอดน้องเบลล์อ่า”
“ที่ห้องก็มีคนรอกอดอยู่นี่” มันอดที่จะพูดประชดประชัดเขาออกไปไม่ได้
“ทำไมน้องเบลล์ชอบผลักไสเฮียให้ไปหาผู้หญิงคนอื่นอ่า” เขาพึมพำออกมาพลางยู่ปากใส่ฉัน น่ารักจนอยากจะฆ่าให้ตายเลย
“เฮียต่างหากที่เป็นคนทำ” ฉันโต้กลับ ที่ผ่านมาเป็นเขาต่างหากไม่ใช่เหรอไงที่ทำอะ ไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกใบนี้ที่อยากจะผลักไสคนที่เรารักให้ไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นหรอก
“เฮียทำอะไรอ่า”
“…” ฉันเลือกที่จะเงียบและปล่อยให้เขาพูดพร่ำเพ้อต่อไป เขาจะมาถามฉันได้ยังไง ในเมื่อคนที่เป็นต้นเหตุยังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ
“เบลล์ใจร้าย ไม่รักเฮียเลยอ่า”
“ใครกันแน่ที่ไม่รักกัน” ฉันพึมพำกลับไปก่อนจะเปิดประตูรถเพื่อเดินไปเรียกพี่ยามหน้าตึกคอนโด แอบรู้สึกผิดกับพี่เขาอยู่เหมือนกันที่ต้องให้เขาช่วยแบกคนวุ่นวายขึ้นห้องตลอด
ฉันยืนมองร่างสูงต่างวัยเดินหายเข้าไปด้านใน ก่อนจะพาตัวเองกลับเข้ามาในรถแล้วถอนหายใจออกมาอย่างคนหมดแรง
“แกเลือกเขาเองนะเว้ย ก็ต้องยอมรับให้ได้ดิ” ฉันบอกกับตัวเองซ้ำๆ อยู่แบบนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจจะนับได้ และฉันก็รู้ตัวดีว่า เลิกรักเขาไม่ได้ด้วยนี่สิ
ได้แต่ขำตัวเองในใจ ฉันเผลอใจไปหลงรักคนสุขนิยมอย่างเขาได้ยังไงกันนะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเราสองคนอาจไม่ได้มีตอบจบที่มีความสุขเหมือนกับนิยามของเขา แต่ฉันก็ยังเลือกจะอยู่ตรงนี้
ถ้าหากจะโทษใครสักคนก็ต้องโทษตัวเองแล้วล่ะ
-TALK-
เปิดตัวคนสุขนิยมค่า อย่าด่าเฮียนะ ใจเย็นๆก่อนนะคะ 555
ไรต์ถึงขั้นต้องห้ามเอาไว้ก่อนเลย
ฝากติดตาม +คอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยน้า
#เฮียไวท์คนสุขนิยม
CHAPTER 02
สองปีก่อน
“เมื่อตะกี้พี่พูดว่าอะไรนะคะ” ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฝาดหรือเปล่าเลยต้องถามคนตรงหน้าย้ำอีกครั้งหนึ่ง ฉันเดินของฉันอยู่ดีๆ แล้วเขาก็เดินเข้ามาทักทายกันด้วยประโยคแรกว่า
“หนูลองมาเป็นเด็กเฮียไหม”
ใช่! ประโยคเหมือนเดิมเป๊ะเลย แถมแววตาที่เป็นประกายวิบวับเหมือนหมาป่ากำลังจ้องงับลูกแกะนั่นอีก มองจากยอดเขาก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีแน่ ๆ
และไม่มีคนดีที่ไหนเขาบอกว่าตัวเองดีด้วย
“หนูไม่ต้องกลัวเฮียนะ เฮียเป็นคนดี” เนี่ย ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ
“เบลล์ไม่เคยเจอคนดีที่บอกตัวเองดีเลยสักคน” ฉันสวนกลับพลันกวาดสายตามองเพื่อหาทางหลบหลีกจากเขา แต่ตอนนี้มันดึกมาแล้วอะ ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้วด้วย
ฉันน่าจะรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยมาเก็บของที่ลืมเอาไว้ แต่ดันคิดผิดที่ตัดสินใจออกมาจากห้องกลางดึกแบบนี้ ตอนที่ฉันเดินผ่านสนามหญ้านั่นเอง ฉันก็เห็นรุ่นพี่กลุ่มของคณะกำลังนั่งล้อมวงกินเหล้า เล่นดนตรีกันอยู่อย่างสนุกสนาน ตอนแรกคิดว่าจะเดินผ่านไปเงียบๆ พยายามไม่ให้พวกรุ่นพี่เขาสังเกตเห็น แต่ใครจะรู้ว่าหนึ่งในนั้นจะตามหลังฉันมาแบบนี้ล่ะ
ดูจากแก้มสองข้างที่ขึ้นสีแดงลามไปจนถึงใบหูพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮออล์ฉุนกึกน่ะ พี่คนนี้ต้องเมาแน่ ๆ
“เบลล์ว่าพี่เมาแล้วนะคะ กลับไปนอนเถอะค่ะ” ฉันพยายามรวบรวมสติตัวเอง ฉันไม่ได้กลัวว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายอะไรหรอกนะเพราะที่นี่ก็มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ แถมยังมีพวกเพื่อนๆ ของเขาอีก แต่ฉันกลัวตัวเองจะทำร้ายเขาจนเจ็บตัวเสียมากกว่า
“หนู…อย่าพูดคำว่าเมากับเฮียค่ะ คนระดับเฮียไวท์ท็อปทรีของรุ่นไม่มีทางเมาเหมือนหมาแน่นอนเนอะ” ปลายนิ้วชี้เรียวยาวส่ายมาตรงหน้าฉัน ก่อนที่คนตัวสูงจะยืดอกอย่างภูมิใจในตัวเองสำทับ
แต่ฉันว่าสภาพของเขาตอนนี้อีกนิดก็ใกล้เคียงกับคำว่าเมาเหมือนหมาแล้วนะ แล้วเขาเนอะอะไรกับใครอะ
ทำไมคนหน้าหล่อๆ อย่างเขาถึงเป็นคนบ้าล่ะ ท็อปทรีของรุ่นน่าจะเป็นความจริงเพราะเบ้าหน้าพี่เขาเรียกว่าหล่อแบบต้องเหลียวมองเลยล่ะ โครงหน้าชัดเป็นเอกลักษณ์ จมูกโด่งเป็นสัน ที่สำคัญตาสวยมาก หน้าตาพี่เขาก็ออกแนวลูกครึ่งหน่อยๆ หนำซ้ำผมสีทองก็ขับผิวขาวๆ ของเขาให้น่ามองอีกต่างหาก
ถ้าหากพูดแค่เรื่องหน้าตา ฉันให้พี่เขาสามผ่านเลยล่ะ แต่เรื่องนิสัย…
“ไม่เมาแต่หน้าแดงเลยนะคะ” ฉันประชดออกไปอย่างไม่จริงจัง ส่งผลให้คนตัวสูงตรงหน้านั้นเลิกคิ้วอย่างไม่ชอบใจ
“ที่เฮียหน้าแดงเพราะเขินหนูต่างหากล่ะคะ” เขาต้องเป็นเสือผู้หญิงแน่ ๆ อะ ผู้ชายพูดคะ ขา มันไว้ใจไม่ได้ “เฮียชอบหนูจริงๆ นะ เนี่ยมาลองจับอกเฮียดูดิ หัวใจมันเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เวลาที่มองหน้าหนูเลยอะ”
โอ๊ย…ใครก็ได้ช่วยลากพี่เขาไปเก็บทีเถอะ
“พี่คะ พี่กลับไปนอนเถอะนะ” ขณะที่พูดกล่อมให้เขายอมหลีกทางให้ก็พยายามกวาดสายตามองหาเพื่อนของเขาไปด้วย ทำไมไม่มีใครออกมาตามเพื่อนเลยนะ ทำไมปล่อยให้คนเมาออกมาเดินเพ่นพ่านแบบนี้ไม่ห่วงความปลอดภัยของน้อง ๆ บ้างเลยหรือไง
“เอะอะไล่เฮียไปนอนตลอดเลยอ่า คนไม่อยากนอนจะให้ไปนอนไม่ได้” เขาโต้กลับมาพลางขยับเท้าเข้ามาใกล้ฉันอีกหนึ่งก้าว ส่วนฉันเตรียมยกมือตั้งการ์ดขึ้นมาป้องกันตัวเองแล้ว
“น่ารักอะ” น้ำเสียงทุ้มติดแหบพร่าเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับโน้มไปหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเข้มคู่สวยของเขาแบบชัดๆ
“เบลล์เตือนละนะ ถ้าพี่เข้ามาอีกก้าว เบลล์ตบจริงๆ นะ” ฉันไม่ได้แค่ขู่เขาแต่จะทำจริงๆ ถ้าเขาไม่ยอมหยุดอยู่ตรงนั้นแล้วเดินเข้ามาใกล้กันอีกก้าวอะนะ ถึงแม้พรุ่งนี้อาจจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตอย่างเช่น มีข่าวออกไปว่ารุ่นน้องตบรุ่นพี่ก็ตามที
“ถ้าเฮียยอมให้หนูตบแล้วเรามาลองคบกันได้เปล่า” ฉันถลึงตามองเขาทันที ข้อเสนอบ้าอะไรของเขากันเนี่ย จู่ๆคนตัวสูงก็เดินขยับเข้ามาใกล้กันพลางยื่นพวงดอกมะลิที่ไม่รู้ว่าเขาเอาจากตรงไหนมาคล้องใส่ข้อมือฉัน “ช่วยรับรักเฮียหน่อยนะ เฮียขอสัญญาว่าจะเป็นคนดี”
-TALK-
คำสัญญาจากคนเมาเชื่อได้ไหมอ่า 555
ฝากคอมเม้นต์+ติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยน้า
#เฮียไวท์คนสุขนิยม
CHAPTER 03
“เฮ้ยพี่ อะไรเนี่ย” ฉันผลักหน้าอกเขาเบาๆ อย่างตกใจ “เบลล์ไม่ใช่ศาลพระภูมินะ”
ทว่ายังไม่ทันได้ถอดคืนเจ้าของ จู่ ๆ คนตัวโตก็ล้มลงไปกับพื้นสนามหญ้าเสียอย่างนั้น หนำซ้ำยังร้องโอดโอยเหมือนคนกำลังจะตายยังไงอย่างนั้นแหละ นี่ฉันแค่ผลักเขาๆ เบาเองนะ
ฉันหันไปมองโดยรอบๆ เผื่อจะมีคนได้ยินเสียงของเขาแล้ววิ่งเข้ามาช่วย ในตอนนั้นเองที่สายตาพลันเห็นกลุ่มรุ่นพี่กำลังเดินมาทางนี้ รีบเผ่นดีกว่า ขืนอยู่ให้พวกรุ่นพี่เห็นคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ คิดได้ดังนั้นฉันก็ใช้โอกาสที่คนตรงหน้านั้นพยายามลุกขึ้นมารีบวิ่งข้ามตัวเขาไปเพื่อกลับที่พัก ฉันไม่ได้อยากจะเสียมารยาทหรอกนะ แต่เขาดันนอนขวางทางเดินของฉันนี่นา ช่วยไม่ได้จริงๆ
สาธุ ขอให้พรุ่งนี้พี่เขาตื่นขึ้นมาแล้วความจำเสื่อมทีเถอะ ขอให้เราสองคนอย่าเจอกันอีกเลย
[บทบรรยาย: ไวท์ วรัท]
“ตายห่ายัง” ลืมตาตื่นขึ้นมายังไม่ทันได้กระพริบตา ไอ้ปกเพื่อนรักก็เอ่ยทักทายกันอย่างน่าถีบ ขาสองข้างเตะผ้าห่มที่คลุมตัวออก พลางยืดลำตัวลุกขึ้นสำรวจมองโดยรอบห้อง
ปวดหัวฉิบหาย
“กูรู้สึกไม่สบายว่ะ รู้สึกปวดเนื้อปวดตัว” ถึงแม้ผมจะไม่ใช่หมอ แต่ผมก็คิดว่าตัวเองรู้ระบบร่างกายตัวเองดี อาการปวดหัวเหมือนจะระเบิดมา หนำซ้ำยังปวดเนื้อปวดตัวแบบนี้ ผมต้องไม่สบายเป็นแน่ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึบไถลตัวลงสู่ฟูกนอนอีกครั้ง “ไอ้ปก วันนี้กูไม่ออกนะ กูไม่ไหวว่ะ บอกไอ้เจ็ทให้กูด้วย”
วันนี้พวกผมต้องไปคุมน้อง ๆ เพื่อเข้าฐานต่างๆ สายตาเหลือบมองไปยังหน้าต่างเห็นแสงแดดลอดส่องเข้ามาด้านในห้องตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ก็รับรู้ได้ทันทีว่าวันนี้มันต้องโคตรร้อน
“เออ” ไอ้ปกส่ายหน้าเบาๆ พลางหยิบเสื้อยืดสีดำซึ่งสกรีนเป็นชื่อรุ่นของเรามาใส่ ดูเหมือนไอ้ปกจะแอบไปฟิตเล่นกล้ามแฮะ ซิกแพ็กเป็นก้อนๆ เลยว่ะ แล้วตัดภาพมาที่ตัวเอง นึกว่าคนท้อง ช่วงนี้ผมดื่มหนัก ทั้งเหล้าทั้งเบียร์ พุงน้อยๆ ของผมเลยยื่นออกมานิดหน่อยพอให้สาวลูบคลำแบบน่ารัก
“ขาดกูไปคนนึงพวกมึงไหวนะ” อันที่จริงผมก็รู้สึกผิดอยู่นิดหน่อยที่ทิ้งให้เพื่อนๆ ต้องไปดูแลน้อง ๆ เกือบสองร้อยชีวิต แต่ผมรู้สึกไม่สบายจริงๆ นะ ถ้าหากออกไปแล้วเกิดเป็นล้มเป็นแล้งขึ้นมา มันจะยิ่งทำให้พวกมันลำบากเข้าไปกันใหญ่
“พวกกูก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้ว มึงนอนไปเหอะอย่าก่อเรื่องอีกก็พอ” ไอ้ปกตอบกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ เรียวคิ้วสองข้างของผมเลิกขึ้นทันทีอย่างต้องการคำขยายความคำว่า ไม่ได้คาดหวัง กับผมอย่างนั้นเหรอ แล้วคนดีๆอย่างผมไปก่อเรื่องกับใครที่ไหนกัน
ขณะที่ผมกับไอ้ปกคุยกันอยู่นั่นเอง ไอ้เจ็ทก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี “ตื่นแล้วเหรอวะ กูนึกว่ามึงตายห่าไปแล้ว”
“พวกมึงสองตัวพูดคำว่า กู้ดมอร์นิ่งเพื่อนรัก ไม่เป็นเลยเหรอไง” ผมสวนกลับพลางเบ้ปากใส่ไอ้เพื่อนรักทั้งสองคน “ทำดีกับกูบ้าง ใจกูก็มีแค่นี้”
“นี่พวกกูยังทำดีไม่พออีกเหรอ แค่เมื่อคืนพวกกูช่วยกันแบกมึงกลับห้องก็เกือบตายแล้ว” ไอ้เจ็ทได้ทีเริ่มสวดผมอีกแล้วครับ จนผมต้องรีบเอาหมอนข้างตัวมาปิดหูเอาไว้ หากแต่ไอ้ปกกลับดึงมันออก
“กูแค่ฝากไหว้วานมึงเอาพวงมาลัยไปไหว้ศาลพระภูมิแค่นี้หายไปเกือบชั่วโมง เจอตัวอีกทีก็ร้องโอดโอยเหมือนคนจะตาย” พอเป็นไอ้เจ็ทพูด ความทรงจำอันเลือนรางของผมที่หายไปเริ่มกลับคืนมา เมื่อคืนผมกับพวกเพื่อนๆ นั่งล้อมวงกันกินเหล้า จากนั้นผมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ไอ้เจ็ทเลยยัดพวงมาลัยใส่มือผมแล้วบอกว่าฝากไปไหว้เจ้าที่ให้หน่อย จากนั้นก็…
ทำไมผมจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ เหมือนผมลืมเรื่องสำคัญมากๆ ไปหรือเปล่านะ
“สรุปมึงเอาพวงมาลัยไปทิ้งใช่ปะ” ไอ้เจ็ทยังไม่ยอมจบเรื่องพวงมาลัยนั่นสักที
“กูไม่รู้ กูจำไม่ได้ พวกมึงอย่ามาเร้าหรือกูได้ปะ รีบๆ ออกไปปะ”
“เจ็ท มึงจะเอาอะไรกับมัน เพื่อนยิ่งไม่สบายอยู่” ใช่ เพื่อนปกพูดถูก มีแต่มึงเท่านั่นแหละที่เข้าใจและรักกู จู่ๆไอ้คนหน้านิ่งก็แสยะยิ้มมุมปากแล้วตวัดตามองมาทางผม แล้วพูดว่า “เกิดมันตายห่าขึ้นมา แย่เลยนะ ไหนจะเด็กๆมันอีกล่ะ"
ไอ้เพื่อนเวร มึงคิดจะเคลมเด็กกูใช่ไหม
-TALK-
5555 อย่ามาเร้าหรืออิเฮียได้ปะ นางไม่สบายอยู่นะ
ปวดเนื้อปวดตัวเพราะไม่สบายหรือว่าล้มที่ไหนมาอะเปล่าอิเฮีย
ฝากคอมเม้นต์ กดติดตามเป็นกำลังให้นางด้วยน้า
นางต้องการสปอร์ตไลต์ 555
ติดแท็กพูดคุยกันได้ค่า #เฮียไวท์คนสุขนิยม