โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปตท.ไม่ผิด เติมน้ำมันได้ไม่เต็มลิตร กรมการค้าภายใน ยัน อยู่ในกรอบกฎหมายกำหนด

มุมข่าว

เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2566 เวลา 09.52 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีเกิดดราม่าผู้บริโภครายหนึ่งเติมน้ำมันจำนวน 5 ลิตร

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีเกิดดราม่าผู้บริโภครายหนึ่งเติมน้ำมันจำนวน 5 ลิตร และพบว่าปริมาณขาดหายไป 50 มิลลิลิตร ว่ากรมขอชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่าตามกฎหมายได้กำหนดอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้ไม่เกิน 1% ซึ่งเป็นหลักการและมาตรฐานเดียวกันกับที่ต่างประเทศใช้ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น น้ำมันที่ขาดไป ไม่ถือว่าผิดปกติ และยังอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด แต่กรมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเป็นประจำอยู่แล้ว และหากพบว่าสถานีบริการน้ำมันใด มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด อยู่ในช่วงที่ขาดต่อเนื่อง ก็จะจับตามองเป็นพิเศษ และต้องตรวจสอบว่าเป็นการจงใจหรือไม่ และถ้าจงใจ ก็มีอำนาจที่จะผูกบัตรห้ามใช้ จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไข

นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา กรมได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตรวจสอบไปแล้วจำนวน 1,400 ปั๊ม จำนวน 1.8 แสนหัวจ่าย พบเกินค่าเผื่อเหลือเผื่อขาดจำนวน 29 หัวจ่าย จาก 14 สถานีบริการน้ำมัน และต่ำกว่าค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 11 หัวจ่าย จาก 5 สถานีบริการน้ำมัน หรือคิดเป็น 0.006% ของจำนวนปั๊มที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งได้ทำการผูกบัตรห้ามใช้ และได้ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว โดยโทษกรณีใช้มาตรวัดที่ไม่ถูกต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผลตรวจสอบ พบว่ามีการดัดแปลงมาตรวัด มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 280,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนหัวจ่ายที่จ่ายน้ำมันเกิน ได้สั่งการให้แก้ไขให้ถูกต้องแล้ว

นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน กรมได้ประสานผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ให้เข้มงวดกวดขันบริษัทจำหน่ายน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันที่เป็นเครือข่าย หรือปั๊มแฟรนไชส์ ในเรื่องการเติมน้ำมันเต็มลิตร หากพบว่ารายใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพื่อเป็นการดูแลผู้บริโภคในการเติมน้ำมัน

นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ กรมได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ ออกตรวจสอบมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานีบริการ ตามเส้นทางการเดินรถที่เป็นรอยต่อของจังหวัดกรุงเทพฯและปริมณฑล มุ่งหน้าออกสู่ต่างจังหวัด และในเขตพื้นที่จังหวัดต่างๆ ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพราะจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยว ทั้งโดยพาหนะส่วนตัว และรถสาธารณะเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้บริการสถานีบริการน้ำมันเพื่อเติมเชื้อเพลิงก่อนเดินทาง เพื่อกำกับดูแลและตรวจสอบความถูกต้องมาตรวัด สร้างความเชื่อมั่นใจให้กับประชาชนว่าได้รับน้ำมันเต็มลิตร ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

นายวัฒนศักย์ กล่าวต่อว่า สำหรับประชาชน ก่อนการเติมน้ำมัน ขอให้สังเกต ดังนี้ 1.ป้ายราคาน้ำมัน/ลิตร ที่ระบุหน้าสถานีบริการน้ำมันตรงกับตู้จ่ายน้ำมัน 2.ตู้จ่ายน้ำมันตามสถานีบริการต้องมีสติ๊กเกอร์วงกลมของกรมการค้าภายใน (มีรูปครุฑสีแดง/ระบุว่าตรวจสอบแล้ว/แสดงปี พ.ศ. ปัจจุบันอยู่ด้านล่าง) หากมีสติ๊กเกอร์ดังกล่าวติดอยู่แสดงว่าได้มีการตรวจสอบแล้ว 3.ก่อนเติมยอดขายและจำนวนลิตร ต้องเป็นเลขศูนย์ 4.เมื่อเติมเสร็จให้ดูยอดขายและจำนวนลิตรให้ถูกต้อง โดยหากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเติมน้ำมัน สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ กรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

ด้าน ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดตัวโครงการ พาณิชย์สั่งลุย!…ลดราคา New Year Mega Sale 2024” ณ ฮอลล์ 9-10 ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็นประธาน ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการจำหน่ายสินค้าและบริการลดราคา และตรวจการแสดงราคากระเช้าของขวัญ ณ ห้างแม็คโคร นครอินทร์ ห้างโลตัส รัตนาธิเบศร์ และห้างเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน พบว่า ทุกห้างได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ในการลดราคาสินค้ามอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งมีส่วนช่วยให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยเป็นไปอย่างคึกคักมากขึ้น

ภายใต้โครงการ พาณิชย์สั่งลุย!…ลดราคา New Year Mega Sale 2024 ผู้ประกอบการ 386 ราย 44,801 สาขา พร้อมใจกันนำสินค้าและบริการมาลดราคาสูงสุดถึง 82% ตั้งแต่ 15 ธ.ค.66 ถึง 15 ม.ค.67 รวม 32 วัน โดยสินค้าและบริการที่ลดราคาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม รวม 41,267 รายการ

กลุ่มที่ 1 สินค้าอุปโภคบริโภค มี 17 หมวด ได้แก่ อาหารสด อาหารแปรรูป ข้าวสาร เครื่องดื่ม ขนม/ไอศกรีม เครื่องปรุงรส ของใช้ประจำวัน เครื่องแต่งกาย/อุปกรณ์กีฬา เครื่องครัว อุปกรณ์สำนักงาน/การเรียนรู้ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ช่าง/ตกแต่ง ยาและเวชภัณฑ์ อาหารสัตว์เลี้ยง แม่และเด็ก เครื่องสำอาง และสินค้าทั่วไปจากผู้ประกอบการ SMEs รวม 40,084 รายการ ลดสูงสุด 82%

กลุ่มที่ 2 บริการ มี 11 หมวด ได้แก่ ที่พัก/สปา อสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร/กาแฟ ประกันภัย บริการทางการแพทย์ การเดินทาง ซ่อมบำรุงรถยนต์ บัตรเครดิต อินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์ แฟรนไชส์ ขนส่ง/โลจิสติกส์ รวม 1,183 รายการ ลดสูงสุด 75%

และกลุ่มที่ 3 ค้าออนไลน์ มี 2 หมวด ได้แก่ แพลตฟอร์มจำหน่ายอาหาร และแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้า ซึ่งเป็นการแจกส่วนลดที่ใช้ในการสั่งอาหารหรือสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กว่า 13 ล้านรายการ ลดสูงสุด 80% การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชนสูงถึง 4,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า 12,000 ล้านบาท สำหรับงานเปิดตัวโครงการ กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้น ณ ฮอลล์ 9-10 ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 20-24 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...