โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัส Wealth Management ฉบับ Julius Baer สูตรสำเร็จที่เริ่มจากลูกค้า และความมุ่งมั่นแบบ Pure-Play

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 พ.ย. 2566 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2566 เวลา 08.26 น.

ฟิลิป ริคเกนบาเคอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จูเลียส แบร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจุบัน Julius Baer คือ ผู้ให้บริการธุรกิจบริหารความมั่งคั่งระดับสูงโดยเฉพาะ (Pure-Play Wealth Manager) ถือเป็นธนาคารใหญ่ลำดับ 2 ในสวิตเซอร์แลนด์เมื่อพิจารณาจากมูลค่าบริษัท โดยมีสินทรัพย์ 441,000 ล้านฟรังก์สวิส มีกำไรมากกว่า 500 ล้านในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ที่แข็งแกร่งมาก และมีพนักงานกว่า 7,000 คน ทั่วโลก

“เราภูมิใจมากที่มีสวิสเซอร์แลนด์เป็นตลาดบ้านเกิด (home market) และมีเอเชียเป็นบ้านแห่งที่สองของเรา (second home market) โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือกับ SCB Julius Baer บริษัทร่วมทุนในประเทศไทยที่จะช่วยขยายขีดความสามารถและขยายขอบเขตการดำเนินงานของเราในตลาดเอเชียให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

ฟิลิป ให้ข้อมูลว่า Wealth Management หรือการบริหารความมั่งคั่งนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้อย่างถูกต้อง สูตรสำเร็จของการบริหารความมั่งและความเชื่อหลักของ Julius Baer นั้นเริ่มต้นจากลูกค้า โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยมีความเชื่อใจและความไว้วางใจเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ โดย Julius Baer มีการตั้งเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน คือ การสร้างมูลค่าที่มากกว่าความมั่งคั่งให้กับลูกค้า (create value beyond wealth)

โดยเริ่มต้นจากสร้างคุณค่าในการบริหารความมั่งคั่งก่อนเป็นอย่างแรก เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มพูน รวมถึงรักษาความมั่งคั่งของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งหลักการสำคัญ คือ เรื่องของการเงิน การลงทุน และยังรวมไปถึงการให้บริการแบบองค์รวม (holistic advisory) ที่ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารความมั่งคั่งอย่างรอบด้านได้แบบมั่นคงในทุกช่วงอายุ

นอกจากการเพิ่มพูนความมั่งคั่งแล้ว ลูกค้าหลายครอบครัวให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่ง การส่งต่อธุรกิจ หรือสินทรัพย์ที่ถือครองจากรุ่นสู่รุ่นภายใต้การขยายตัวของครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อการนี้ Julius Baer จึงมีหน้าที่ช่วยลูกค้าทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทรนด์การลงทุน เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงแนวทางความยั่งยืน (sustainability) ซึ่งเป็นหัวข้อที่สำคัญมาก

Julius Baer ยังช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูล เพื่อจัดทำแผนงาน Family Office รวมถึงจัดการทรัพย์สินทางการเงิน รวมถึงช่วยลูกค้ารักษาและสืบทอดกิจกรรมทางสังคม หรือการกุศลที่เคยเกิดขึ้นในครอบครัวรุ่นก่อนๆ ให้คงอยู่ต่อไปอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้คือการเข้าใจการบริหารความมั่งคั่งอย่างแท้จริง

ฟิลิป เผยว่า มี2 ปัจจัยที่ทำให้ Julius Baer ประสบความสำเร็จ

ปัจจัยที่ 1 คือการตั้งใจทำในสิ่งเดียวเท่านั้น (Pure-Play) ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไม Julius Baer ถึงให้บริการธุรกิจบริหารความมั่งคั่งระดับสูงเพียงอย่างเดียว
ปัจจัยที่ 2 คือ การมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (client centric)

ด้วย 2 ปัจจัยนี้จึงนำมาสู่การออกแบบกระบวนการทางธุรกิจ โดยเริ่มต้นที่ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีที่ตั้งต้นจากประสบการณ์ของลูกค้า นอกจากนี้ยังมีการให้บริการแบบ open architecture แม้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญเชิงลึกที่สามารถนำเสนอโซลูชั่นและบริการด้านการลงทุนมากกว่า 1,000 คน แต่ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การขายผลิตภัณฑ์ของตัวเองเท่านั้น โมเดลนี้ทำให้ Julius Baer ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เก่งที่สุดในตลาดและนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ภายใต้การบริหารความเสี่ยงที่เข้มข้น เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของลูกค้าและธนาคารของเรา

ฟิลิป เน้นว่า Julius Baer ยังให้ความสำคัญกับอีก 2 แกนหลัก คือ

  • ความยั่งยืน(sustainability) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการบริหารความมั่งคั่งในปัจจุบัน โดยวิธีการของ Julius Baer คือการมุ่งเน้นแนวทางปฏิบัติจริง โดยทำความเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้านำข้อมูลมาปรับใช้ จากนั้นจึงให้ทางเลือกแก่ลูกค้า และชี้ให้เห็นถึงผลของทางเลือกเหล่านั้นที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้
  • ชุมชน (Community) เป็นสิ่งที่ Julius Baer ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะชุมชนของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งปัจจุบัน Julius Baer ได้ส่งเสริมให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทธุรกิจกว่า 1,000 คน ได้มาพบปะพูดคุยกัน และช่วยให้ความรู้ทางการเงิน (financial literacy) รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านธุรกิจซึ่งกันและกัน เพื่อเสริมความสัมพันธ์ในพื้นที่แห่งนี้

“ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ คือ หลักสูตร The 45 Academia ของ SCB Julius Baer ที่ได้ทำที่ประเทศไทย เราดีใจมากที่จะได้เชื่อมโยงพันธมิตรคนรุ่นใหม่ของเราเข้ากับ The 45 Academia โดยตรง”

ฟิลิป กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง SCB และ Julius Baer ภายใต้ SCB Julius Baer นับเป็นการผสานโลกทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยความเข้าใจในตลาดอย่างลึกซึ้งของธนาคารไทยพาณิชย์ เทคโนโลยีอันแข็งแกร่ง ตลอดจนความเป็นผู้นำและอื่นๆ ที่จะช่วยให้ Julius Baer สามารถนำสิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย ในแง่ของกระบวนการลงทุน กระบวนการให้คำปรึกษา และทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บริการด้าน offshore private banking ที่มีมาตรฐานสูงสุด

ความร่วมมือนี้ช่วยสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน สร้างการเติบโตในระยะเวลาอันใกล้ และยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทในตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงร่วมแสวงหาวิธีการใหม่ ในการขยายความร่วมมือครั้งนี้ จนถึงการกำหนดนิยามใหม่เพื่อสร้างผลกระทบสูงสุดในตลาดไทย ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านการบริหารความมั่งคั่งของ SCB พร้อมสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งในตลาดไทยและเอเชียพอร์ตโฟลิโอให้แก่ Julius Baer

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...