โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 'โหราประชาธิปไตย' เช็กดวงเมือง (ที่เปลี่ยนได้) กับ 'เอโดอาร์โด ซีอานี่'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายงานพิเศษ | พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

ราวกับว่าเป็น ‘ปีชง’ ของโลกทั้งใบ ลาม ‘ดวงตก’ มาถึงไทย ในสถานการณ์สงครามที่ทำเอาข้าวยากหมากแพง ราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด

ขณะที่ยอดขายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 54 ซึ่งปิดฉากไปเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา แม้ ‘เข้าเป้า’ ที่ 534 ล้าน แต่สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยก็ยอมรับว่า วิกฤตนี้ส่งผลกระทบถ้วนหน้า ไม่เว้นวงการน้ำหมึก

ตัดภาพไปยัง ‘สำนักพิมพ์มติชน’ เล่มที่ต้องใช้สำนวนโบร่ำโบราณว่า ‘ม้าตีนปลาย’ จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้ นอกจาก ‘โหราประชาธิปไตย’ (Political Divinations: Making Citizens Sovereign in Buddhist Thailand) ผลงาน Edoardo Siani แปลโดย ปรีดี หงษ์สต้น บรรณาธิการโดย วิราวรรณ นฤปิติ ซึ่งทะยานสู่เล่มขายดีอันดับ 1 ในช่วงท้ายอย่างต่อเนื่อง

นามผู้เขียนถอดถ่ายเสียงให้เป็นไทย พร้อมใส่ตำแหน่งแห่งที่ด้านวิขาการ คือผศ.ดร. เอโดอาร์โด ซีอานี่ แห่งมหาวิทยาลัย Ca’ Foscari of Venice อิตาลี ผู้ซึ่งยืนยันบนเวทีเสวนา POLITICAL DIVINATIONS:

Making Citizens Sovereign in Buddhist Thailand ซึ่งดำเนินรายการโดย ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ พิธีกรชื่อดัง ว่า

“ผมคิดว่า (ดวงเมือง) เปลี่ยนได้ แต่ต้องมีวิธีการ เช่น เสาใหม่ หรืออะไรก็ได้ ที่เราถือว่าเป็นเสาหลักเมือง” เอโดอาร์โด เอ่ยเป็นภาษาไทยชัดแจ๋ว สมกับที่เคยพำนักในประเทศนี้มาตั้งแต่วัย 19 ปี พร้อมขยายความอย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสาหลักเมือง อำนาจเก่า กระทั่งหมุดคณะราษฎร

“ถามว่าดวงเมืองผูกกับอำนาจเก่าไหม ในมุมมองของนักโหราศาสตร์ ใช่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีกิมมิกที่จะแก้ได้ตลอดเวลา คือเมื่อโหราศาสตร์หรือการดูดวงนี้เป็นเครื่องมืออำนาจของใครก็ตาม ใครก็ใช้ได้ เพื่อเปลี่ยนอนาคตของตัวเองหรือของประเทศชาติ”

เอโดอาร์โดตอบคำถามศิโรตม์บนเวที เมื่อ 5 เมษายนที่ผ่านมา

เข้มข้นขนาดนี้ ไม่ต้องแปลกใจว่าเหตุใดใครเปิดสารบัญแล้วเป็นอันโดนป้ายยาผ่าน 3 ภาค ตั้งแต่ ‘ทำให้ผู้ใหญ่ยิ่งใหญ่’ จนถึง ‘ทำให้ผู้น้อยเป็นใหญ่’ กระทั่งภาคสุดท้าย ‘ทำให้ประชาชนเป็นประชาชน’ ซึ่งปิดท้ายด้วยหัวข้อ เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ

ลุยเก็บข้อมูลด้วยการลงพื้นที่ ทั้งตลาดหมอดูริมทางเท้าในกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน ไปจนถึงหมอดูชื่อดังในแวดวงชนชั้นสูงที่ให้คำปรึกษาแก่ทหารนายพล นักการเมือง และมหาเศรษฐี

นำเสนอบทวิเคราะห์ลึกซึ้งถึงอำนาจ โหราศาสตร์ การทำนายทายทัก อีกทั้งการเสริมบารมีทางการเมืองบนเส้นทางการปกครองของไทย ตั้งแต่ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่ห้วงแห่งประชาธิปไตย

ว่าแล้ว ต้องขอเกาะโต๊ะเพื่อสนทนา ในวันที่เจ้าตัวมาแจกลายเซ็น ณ บูธมติชน โดยมีเหล่า เจน Z จนถึงรุ่นใหญ่เข้าจู่โจมไม่ขาดสาย

: ทุ่มเทศึกษาถึง 12 ปีในการทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ก่อนปรับเป็นหนังสือเล่มสุดฮิต คุ้มแล้วไหม มาถึงจุดนี้?

คุ้มค่า แต่เหนื่อยอยู่เหมือนกัน เพราะยาวนานมาก จากธีสิสปริญญาเอก ซึ่งเขียนเป็นภาษาวิชาการแบบเฉพาะทาง ต้องปรับเปลี่ยนเป็นภาษาที่อ่านง่ายและอัพเดตเรื่อยๆ จนตัดสินใจว่าโอเคแล้ว พอแล้ว พร้อมแล้ว จึงเสนอ (ตีพิมพ์)

ความยากคือ ต้องใช้ภาษาที่ง่ายและในเวลาเดียวกันทฤษฎียังต้องคงอยู่ นี่คือเรื่องที่ยากมาก เพราะส่วนใหญ่เมื่อเป็นแนวคิดทฤษฎีต้องนำเสนอด้วยภาษาวิชาการ

ผมจึงพยายามกลับมาใช้ภาษาที่ง่ายที่สุดและยกตัวอย่างเยอะๆ เพื่อให้คนอ่านที่ไม่ได้สนใจวิชาการหรือไม่ชอบทฤษฎี สามารถข้ามบางหน้าแล้วอ่านต่อได้ง่าย

: ความแตกต่างระหว่างโหราศาสตร์ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ กับช่วงหลัง 2475 สู่ภาคประชาชน มีความเหมือนและต่างกันอย่างไร?

อาจต้องถามนักโหราศาสตร์มากกว่าผม

แต่ที่น่าสนใจคือ ในอดีตถือกันว่าผู้ที่มีบารมีจะเกิดเฉพาะคนชนชั้นสูงเท่านั้น

แต่ขณะนี้มันกระจายออกไป ใครไปดูดวง หมอดูจะบอกว่า ต้องเสริมบารมีซึ่งเหมือนกับว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ตอนนี้กระจายไปให้กับคนทั่วไปด้วย

นี่คือสิ่งใหม่

: 21 เมษายนนี้ ครบรอบวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 244 ปี ในเล่มเล่าเหตุการณ์ตอนตั้งเสาหลักเมือง อันนำมาซึ่งคำทำนายบางอย่าง?

ในเหตุการณ์นั้น มีคนเห็นงู 4 ตัวในหลุมเสาหลักเมือง โดยมีการตีความว่ากรุงรัตนโกสินทร์จะมีอายุไม่เกิน 150 ปี ซึ่งใน พ.ศ.2475 มีการเปลี่ยนระบอบพอดี

นี่ก็เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ และถ้าเราไปดูที่ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะมีงู 4 ตัว ไม่แน่ใจว่าหมายถึงงู 4 ตัวในเหตุการณ์นั้นหรือเปล่า แต่ผมว่าเป็นไปได้

: อีกหนึ่งเรื่องที่ปรากฏในหนังสือคือ การที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม มักใช้ ‘สีเขียว’ มีคำอธิบายเชิงโหราศาตร์อย่างไร?

ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ มีหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับจอมพล ป. แต่นักวิชาการส่วนใหญ่ไม่ได้พิจารณาเรื่องความเชื่อซึ่งค่อนข้างชัดเจน

จอมพล ป. เกิดวันพุธ ชอบใส่ชุดสีเขียวซึ่งเป็นสีมงคลสำหรับคนเกิดวันพุธ รถยนต์และเฟอร์นิเจอร์ที่บ้านก็สีเขียว

อีกอย่างที่น่าสนใจคือตราไก่ ซึ่งจอมพล ป. เกิดปีระกา

นี่เป็นตัวอย่างที่ผมนำมายกในหนังสือ เพื่อให้เห็นว่านักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยก็มีการใช้ความเชื่อโหราศาสตร์เพื่อเสริมให้กับตัวเองเช่นกัน

: เคยศึกษาโหราศาสตร์ จนถึงขั้นได้ประกาศนียบัตร อยากดูดวงให้ใครในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่บ้างหรือไม่?

(หัวเราะ) ผมคืนวิชาให้อาจารย์ไปหมดแล้ว ตอนนั้นเป็นการเรียนขณะเก็บข้อมูล พอเก็บข้อมูลเสร็จแล้วผมก็ลืมไปทุกอย่าง ตอนนี้จำอะไรไม่ได้เลย ดูให้ใครไม่ได้แล้ว

แต่บอกได้อย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ได้ตอบคำถามนะ ผมดูดวงแมวแม่นที่สุด (หัวเราะ) เคยมีคนเอาดวงแมวป่วยมาให้ดู มีสิทธิ์ไม่รอด แต่ผมทำนายว่า ถ้ารอด จะอยู่ยาวอีก 12 ปี แล้วมันดันไม่ตาย อยู่ไปอีก 12 ปี ดูแม่นกว่าคนอีก

สงสัยต้องเปิดสำนักดูดวงให้แมวโดยเฉพาะ มากกว่าดูดวงนักการเมือง

:ถ้าการที่คนไม่มั่นใจในการเมือง เศรษฐกิจ และตัวผู้นำ ทำให้โหราศาสตร์ได้รับความสนใจมากขึ้น ตอนนี้คนทั้งโลกหันมาดูดวงไหม?

โหราศาสตร์สากลมีทุกที่ในโลก ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย ผมมองว่า คนกลับมาโหราศาสตร์กันโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เห็นว่าอนาคตตัวเองไม่แน่ไม่นอน ในแง่ของเศรษฐกิจ การเมือง สงคราม เลยต้องหาที่พึ่งทางใจ

อีกอย่างหนึ่งคงเพราะเห็นอยู่ตลอดเวลาในเรื่องบุญ-กรรม ว่าทำไมคนเลวมีอำนาจ ทำไมคนดีไม่ได้ดีสักทีเลยไม่เข้าวัด

แต่ไปหามูเตลู ไปหาเทคโนโลยีอื่นๆ (โหราศาสตร์) เพื่อหาทางให้ตัวเองเจริญ

: แม้บอกว่า ไม่เชื่อดวง แต่การอยู่กับโหราศาสตร์มานานขนาดนี้ มีใจโอนเอนบ้างไหม?

แน่นอนว่า ใน 12 ปีนี้มีหมอดูที่ทักผมแล้วเป็นจริงหลายอย่างมาก

เช่น คุณจะได้งานนี้ คุณจะไม่ได้งานนั้น แล้วมันเป็นจริง

ในหนังสือเล่มนี้ผมอธิบายว่า บางทีเราชอบถามคำถามว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ในความเป็นจริงมนุษย์ทุกคนมีความยุ่งยากซับซ้อนกว่านั้น บางวันถ้ามีหมอดูทัก แม้ว่าเราไม่เชื่อ แต่ก็รู้สึกเสียวๆ ว่ามันอาจเป็นไปได้นะ แล้วถ้ามันเกิดขึ้นล่ะ อะไรอย่างนี้

ซึ่งเป็นปกติของมนุษย์

: วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน ซื้อเล่มนี้ไป โดยเมื่อถามว่า เชื่อเรื่องดวงหรือไม่ ได้คำตอบว่า ดูเป็นภาพรวมได้ โดยมองเป็นฉากทัศน์ของการวิเคราะห์ แต่ยังเชื่อว่าเราสามารถกำหนดชะตากรรมของประเทศชาติได้ ส่วนตัวมองอย่างไร?

ผมก็มองอย่างนั้นเหมือนกัน การที่หมอดูที่มีชื่อเสียงทั้งในไทยและประเทศอื่นๆ ยังมีคนไปหา ได้รับความนิยม เป็นเพราะอะไร เพราะเขาจะแนะนำว่าตอนนี้ชะตาจะมาทางนี้ แต่คุณเปลี่ยนได้ ไปทำบุญ ไปทำพิธีกรรม ทำความดีนู่นนั่นนี่

หมอดูเป็นจิตแพทย์ เพราะเขาแนะนำให้เราดีขึ้น

*ถ้าหมอดูบอกว่าชะตาเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจบ คงไม่มีใครไปหา*

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด ‘โหราประชาธิปไตย’ เช็กดวงเมือง (ที่เปลี่ยนได้) กับ ‘เอโดอาร์โด ซีอานี่’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...