โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ครม. ไฟเขียวงบพาณิชย์ 260 ล้าน ลดค่าครองชีพ อุดหนุนขายออนไลน์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในส่วนกระทวงพาณิชย์ มาตรการบรรเทาค่าครองชีพประชาชน โดยใช้งบกลาง 260.60 ล้านบาทผ่าน 3 โครงการหลัก ได้แก่ 1. นโยบายลดค่าครองชีพประชาชนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ โครงการไทยช่วยไทย สินค้าอุปโภคบริโภคลดราคาสูงสุด 58% สินค้า 3,000 รายการ

ขณะที่ส่วนเฟส 2 ได้จัดสรรงบประมาณ 2 ส่วน เพื่อนำสินค้า SME ทั่วประเทศ นำสินค้ายกระดับขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ขณะที่ สินค้าที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน จะร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อดูแลเรื่องมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และกระทรวงสาธารณสุข ดูแลเรื่อง อย. เพื่อให้ SME สามารถขายได้ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ได้มีของบประมาณขายออนไลน์ ทำงานร่วมกับ 4 แฟตลฟอร์ม อาทิ ติ๊กต๊อก ช้อปปี้ ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์จะช่วยดูแลออกค่าขนส่ง แถมคูปองลดราคา 5 แสนใบ เช่น ลดราคา 100 บาท 250 บาท ซึ่งจะมีการคัดเลือก SME ที่มีการผลิตและมาตรฐาน ตั้งเป้า 2 พันรายเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ และจะการพัฒนา SME ไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย

2.กิจกรรมธงฟ้า ซึ่งจะมีการทำ 518 กว่าจุดทั่วประเทศ จัดกิจกรรมสินค้าราคาประหยัด นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำสินค้าอุปกรณ์การเรียนและชุดนักเรียนไปขายในราคาประหยัด ในโรงเรียนและสถานศึกษาจำนวน 1,000 แห่งเพื่อลดภาระผู้ปกครอง

ขณะที่โครงการธงฟ้าเคลื่อนที่ รถพุ่มพวง ปัจจุบันมีอยู่ระบบ2พันกว่าคันและจะมีการเปิดรับเพิ่มให้ครบ 5 พันคัน เพื่อนำสินค้าไปขายในชุมชนและพื้นที่ห่างไกล

ทั้งนี้จะมีการจัดตลาดนัด 1 พันแห่งนำสินค้าเกษตร และสินค้าชุมชนวางขายตรงปั้มน้ำมันมาวางขาย อย่างไรก็ดีระยะแรกรัฐบาลจะมีการซื้อนำตลาด และส่งไปยังหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมราชทัณฑ์

3.โครงการ 'ปุ๋ยคนละครึ่ง' โดยมี ธ.ก.ส. เป็นต้นทางในการส่งมอบดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ ดูแลเรื่องดินผ่านกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อดูว่าแต่ละพื้นที่จะได้ใช้ปุ๋ยให้ถูกสูตร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและได้ผลผลิตที่ตรงจุดมากขึ้น

สำหรับเกษตรที่ซื้อปุ๋ยหน้าโรงงาน จะได้รับส่วนอีก 50 บาทต่อกระสอบ โดยมีการตั้งเป้าไว้ 10 ล้านกระสอบ โดยช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้ 150 ล้านบาท ส่งผลให้เกษตรกรมีเงินไว้ใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น

“สถานการณ์ปุ๋ยมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากปัญหาการขนส่งทางเรือในแถบช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงในช่วงต้นปี (มกราคม-มีนาคม) ทำให้ปุ๋ยยูเรียซึ่งเราต้องนำเข้าถึง 36% มีความล่าช้า แต่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ได้เจรจากับผู้ประกอบการจนสามารถยืนยันได้ว่าจะมีปุ๋ยใช้ไปจนถึงเดือนเมษายนและพฤษภาคมแน่นอน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...