Fed คงดอกเบี้ยต่อเนื่อง เสียงแตกหนักสุดรอบกว่า 30 ปี เงินเฟ้อ–ภูมิรัฐศาสตร์กดดันนโยบาย ตลาดหั่นคาดการณ์ “ลดดอกเบี้ย” ปีนี้
ในการประชุมวันที่ 29 เมษายน 2026 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (federal funds rate) ไว้ที่ระดับ 3.50%–3.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาพเศรษฐกิจมหภาคที่ซับซ้อน เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยส่วนหนึ่งมาจากราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวขึ้น จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความขัดแย้งในอิหร่าน
Fed ยอมรับอย่างชัดเจนว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยังมี ความไม่แน่นอนในระดับสูงจากปัจจัยระดับโลก ซึ่งแม้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ผู้กำหนดนโยบายต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยาก ระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ
จุดที่น่าสนใจคือ การตัดสินใจครั้งนี้มีความเห็นต่างภายในสูงมาก
มีกรรมการถึง 4 คนที่ไม่เห็นด้วยกับมติซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 โดยมีกรรมการบางส่วนสนับสนุนให้ “ลดดอกเบี้ย” ขณะที่อีกฝ่ายไม่ต้องการแม้แต่จะส่งสัญญาณผ่อนคลายในอนาคต
ความเห็นที่แตกต่างนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของ Fed ที่ต้องเลือกระหว่างการคงนโยบายตึงตัวต่อไปจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ หรือการผ่อนคลายนโยบายเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอ
หลังการประกาศ มุมมองของตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
ดัชนี S&P 500และ NASDAQ Compositeปิดใกล้เคียงเดิมที่ 7,136.52 จุดและ 24,673.24 จุดตามลำดับ ขณะที่ Dow Jones Industrial Averageปรับลดลง 0.6%ปิดที่ 48,861.68 จุด
แนวโน้มในอนาคตของ Fed ยังยึดตามข้อมูล แต่มีความระมัดระวังมากขึ้น
คำแถลงการณ์ระบุว่า Fed อาจมีการปรับนโยบายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจและความเสี่ยงในอนาคต
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ย้ำว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่าระดับเป้าหมาย 2% ทำให้ต้องระวังการลดดอกเบี้ยเร็วเกินไป
ทั้งนี้ ตลาดได้ ปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยในปี 2026 ลงอย่างชัดเจนสะท้อนท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้นของ Fed โดยข้อมูลจาก CME Groupชี้ว่า ตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ย (fed funds futures)ได้ปรับลดจำนวนการลดดอกเบี้ยที่คาดไว้ลง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้ก่อนหน้านี้ Fed จะเคยส่งสัญญาณเอนเอียงไปทางการผ่อนคลาย (easing bias)
แต่ความเห็นภายในที่แตกต่าง ทำให้แนวโน้มข้างหน้าอาจกลับมาเป็นเป็นกลางมากขึ้น
โดยรวมแล้ว Fed กำลังส่งสัญญาณว่า ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการลดดอกเบี้ย, ยังไม่มีแผนขึ้นดอกเบี้ยในทันที, และจะรอดูข้อมูล โดยเฉพาะเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
หลังการประชุม สถาบันการเงินและนักวิเคราะห์ให้มุมมองที่หลากหลาย
Goldman Sachsชี้ว่า Fed กำลังพยายามบาลานซ์ระหว่างความเสี่ยงเงินเฟ้อกับการเติบโต และอาจผ่อนคลายได้ หากแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ลดลง
B.Riley Wealth มองว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอิหร่าน เป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ Fed ยังไม่สามารถเปลี่ยนนโยบายได้เร็ว
HSBCเตือนว่าความเห็นที่แตกต่างภายใน Fed เพิ่มขึ้น อาจทำให้ตลาดผันผวนและทิศทางนโยบายยากต่อการคาดการณ์
Janny Montgomery Scott ชี้ว่าภาษาที่ Fed ใช้เปลี่ยนไป โดยเน้นว่าเงินเฟ้อยัง “อยู่ในระดับสูง” สะท้อนความกังวลต่อแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่
โดยภาพรวม มุมมองของวอลล์สตรีทคือ Fed ยังไม่พร้อมลดดอกเบี้ย, ความเสี่ยงเงินเฟ้อ โดยเฉพาะจากพลังงาน กำลังกลับมา, และทิศทางนโยบายเริ่มคาดเดาได้ยากขึ้นจากความเห็นที่แตกต่างภายใน
สรุป
การประชุม FOMC เดือนเมษายน 2026 ถือเป็นจุดเปลี่ยน เนื่องจากความไม่แน่นอนและความเห็นต่างที่เพิ่มขึ้น แม้จะไม่มีการเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย
โดย Fed ไม่ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายอย่างชัดเจนอีกต่อไป แต่กำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่เปราะบางและไม่แน่นอน ซึ่งทั้งความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการเติบโตยังคงมีอยู่พร้อมกัน