หุ้นไทยภาคเช้า ปิดลบ 5.99 จุด แรงกดดันบอนด์ยีลด์พุ่ง-สงครามยืดเยื้อดันเงินเฟ้อ แม้ SCC-PTTEP ช่วยพยุง
หุ้นไทยภาคเช้า วันที่ 30 เม.ย. ปิดที่ 1,485.75 จุด ลดลง 5.99 จุด มูลค่าซื้อขาย 35,038 ล้านบาท แรงกดดันราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อกังวลแนวโน้มเงินเฟ้อสูงส่งผลเฟดตรึงดอกเบี้ยสูงนาน และบอนด์ยีลด์ดีดขึ้น รวมถึงแรงขาย DELTA กดดัชนี แม้ SCC-กลุ่มน้ำมันช่วยประคองตลาด ขณะที่หุ้นใหญ่รอลุ้น MSCI Rebalance
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดช่วงเช้าวันนี้ 30 เมษายน ที่ระดับ 1,485.75 จุด ลดลง 5.99 จุด (-0.40%) มูลค่าซื้อขายราว 35,038 ล้านบาท
ช่วงเช้ามีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 1 หลักทรัพย์ 1 รายการ พบ DELTA13P2608A มีมูลค่าสูงสุด 1.33 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 0.67 บาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าววา ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงจากปัจจัยหลายอย่าง สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยังยืดเยื้อในประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แนวโน้มตรึงไว้ระดับสูงนาน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ดีดตัวสูงขึ้น
ขณะที่หุ้นใหญ่บ้านเรารอความชัดเจนของ MSCI ประกาศ Rebalance เช้า 13 พ.ค.นี้ ส่วนหุ้น DELTA เผชิญแรงขายกดดัชนี รอลุ้นตลาดหลักทรัพย์ฯจะประกาศขยายเวลา Cash Balance หรือไม่ หากต่อเวลาเสี่ยงหลุด SET50 รวมถึงเข้าสู่วันหยุดยาวทำให้ไม่มีใครไล่เก็บ
อย่างไรก็ดี ยังมีแรงซื้อ SCC หลังงบไตรมาส 1/69 ออกมาดีกว่าคาดมากและมี story ความร่วมมือกับ PTTGC ในธุรกิจโอเลฟินส์ รวมถึงหุ้นกลุ่มน้ำมันช่วยพยุงตลาดไว้ได้ระดับหนึ่ง
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดเคลื่อนไหวในแดนลบทรงตัวจากเช้านี้ เพราะยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน แนะติดตามสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความชัดเจน ให้แนวรับ 1,480 จุด แนวต้าน 1,490 จุด