โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ITC โชว์งบ Q1/69 นิวไฮตั้งแต่ IPO รับยอดขายพุ่ง 28.6% กำไรโต 24.9% คงเป้ารายได้ปีนี้โต 9-12%

efinanceThai

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ITC โชว์งบ Q1/69 นิวไฮตั้งแต่ IPO รับยอดขายพุ่ง 28.6% กำไรโต 24.9% คงเป้ารายได้ปีนี้โต 9-12%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 เม.ย. 69 13:15 น.

ITC เปิดผลงานไตรมาส 1/69 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ กวาดยอดขาย 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โต 28.6% หนุนกำไรสุทธิแตะ 991 ลบ. เพิ่มขึ้น 24.9% จากออเดอร์ลูกค้ารายใหญ่ในสหรัฐฯ และยุโรป พร้อมคงเป้ารายได้ปีนี้โต 9-12%

นายรอย ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส1/69 สูงสุดนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมี ยอดขายในสกุลดอลลาร์อยู่ที่ 163 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (คิดเป็น 5,174 ล้านบาท เติบโต 21.8%) จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้ารายสำคัญในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน อันเนื่องมาจากยอดขายและปริมาณการขายที่ปรับตัวสูงขึ้น ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุง (ไม่รวม Transformation Costs) อยู่ที่ 991 ล้านบาท เติบโต 24.9%

ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.3% สะท้อนสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคิดเป็น 51.5% ของยอดขายรวม

กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมสัตว์เลี้ยงยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ โดยคิดเป็น 20.8% ของยอดขายรวมในไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดกว่า 95.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกระแสสินค้าพรีเมียม ความตระหนักในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยง และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ขนมรูปแบบ Lickableยอดขายของทุกภูมิภาคนั้นเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

โดยตลาดอเมริกายังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ ITC คิดเป็น 60.0% ของยอดขายรวม ซึ่งความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของบริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกและลูกค้าในกลุ่ม Private Label นั้นเป็นปัจจัยการเติบโตสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปส่งสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายเติบโตกว่า 49.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคิดเป็น 15.0% ของยอดขายรวม ตลาดเอเชียและโอเชียเนียคิดเป็น 25.0% ของยอดขายรวม โดยยอดขายที่เติบโตนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และออสเตรเลีย

"ผลงานไตรมาส 1/69 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ ITC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สะท้อนการดำเนินกลยุทธ์ที่มีความต่อเนื่อง การมุ่งยกระดับประสิทธิภาพ และการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ผันผวน แต่ลูกค้ายังคงให้ความเชื่อมั่นในขีดความสามารถของเราในด้านนวัตกรรม การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน และศักยภาพระดับโลกในการผลิตและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ"

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกนั้นเป็นผลมาจากอุปสงค์ที่อยู่ในระดับที่ดีในทุกภูมิภาค รวมทั้งความร่วมมือใกล้ชิดระหว่าง ITC กับลูกค้า ในการบริหารจัดการปริมาณคำสั่งซื้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานของเรายังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจ ประสบการณ์ของเราในการรับมือกับสถานการณ์ความผันผวน และความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า แม้ผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสแรก แต่บริษัทได้มีการดำเนินมาตรการเชิงรุกและทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการผลกระทบทางอ้อมที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ เราเชื่อมั่นว่าเราจะยังคงสามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม เพื่อสะท้อนมุมมองต่อภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายในสกุลดอลลาร์สหรัฐที่ 9-12% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 2325% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) ที่ 9-10% ขณะที่บริษัทยังคงติดตามพัฒนาการสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...