Bar Thakatha บาร์ฐกถา โปรเจกต์ ‘บาร์เล็กเชอร์’ ของคนเนิร์ด ที่ตั้งใจทำเรื่องเนิร์ดๆ ให้ม่วนจอยย่อยง่าย
ว่ากันว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน แต่เอาจริงๆ จำกันได้มั้ยว่าครั้งสุดท้ายที่เราอยากจะดั้นด้นพาตัวเองออก ‘เรียน’ เพื่อ ‘รู้’ อะไรสักอย่างเนี่ย คือเมื่อไร แล้วถ้าให้นั่งเรียนอะไรสักอย่างอีกครั้งตอนนี้จะยังไหวกันอยู่มั้ย?
เบื่อๆ เนือยๆ ง่วงแล้วง่วงอีก ไม่เอาสนุกเอาซะเลย เมื่อไรจะจบ (โว้ยยยย) ZzzZzz ความรู้สึกเหล่านี้เชื่อว่าล้วนเป็น Pain point ของมนุษย์ส่วนใหญ่ที่เคยผ่านพ้น หรืออาจจะกำลังได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัสจากการคำว่าเรียนหนังสือ และการเรียนที่ว่านี้ก็ช่างยาวนาน กินเวลาในชีวิตคนเราตั้งแต่เด็กจนโตไปแล้วโดยเฉลี่ยมากถึง 23 ปีเชียวนะ!
ด้วยความเข้าใจความทรมานนี้ของทุกคน จึงนำมาสู่การเกิดขึ้นของ ‘บาร์ฐกถา’ บาร์เล็กเชอร์ของ ‘คล้ายจันทร์ สินเทพดล’ และ ‘เทียบตะวัน ลิ้มจิตรกร’ สองผู้ก่อตั้งโปรเจกต์ที่ยืนยันว่าพวกเขาเป็นคนเนิร์ดมากถึงมากที่สุด ยังมีเรื่องที่อยากเรียนและยังอยากรู้อีกมาก แค่ต้องปฏิวัติวงการการศึกษาอีกนิดหน่อย ให้การเรียนการสอนเกิดขึ้นในบรรยากาศสบายๆ ไม่ฝืน ไม่ทรมาน เพื่อเยียวยา Trauma ของการนั่งเรียนในความทรงจำของเราให้ได้
เริ่มจากคล้ายจันทร์ ที่เรียนจบและทำงานในสายเทคฯ เนิร์ดวิทยาศาสตร์และมีสิ่งที่สนใจเรื่องอื่นๆ เยอะแยะมากมายไปหมด แถมไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียนมา เมื่อมาเจอกับตะวัน ผู้ทำงานครีเอทีฟไดเร็กเตอร์โฆษณา อยู่ในสายสื่อ และเข้าใจการทำงานของคอนเทนต์มาตลอด ทั้งคู่มีความคิดริเริ่มอยากหยิบการเรียนในห้องเล็กเชอร์ที่เคยเป็นประสบการณ์แย่ๆ ของใครหลายคน (รวมถึงพวกเขาและเราด้วย) มาปัดฝุ่น แล้วทดลองความเป็นไปได้ใหม่ๆ ว่าเล็กเชอร์มันจะสนุกได้ยังไงบ้าง
“ผมว่าคนเรามีความเนิร์ดไม่เหมือนกัน ทุกคนจะเนิร์ดในเรื่องที่ตัวเองชอบ แล้วทุกคนก็มองหาพื้นที่ที่มันจะ ‘พอดี’ กับความเนิร์ดของตัวเอง เพราะคนเราไม่ได้เรียนจบมหาลัย’ แล้วอยากจะหยุดเรียนรู้นี่ครับ” ตะวันเล่า
“เราว่าหลายๆ คนตอนเรียนคงจะเคยมีความรู้สึกว่าอยากโดด เป็นกันมั้ยฮะ (หัวเราะ) ผมว่ามนุษย์ไม่ได้มีความไม่อยากเรียนหรือไม่อยากรู้นะ แต่แค่ Set up บางอย่างมันอาจจะเป็นกำแพงที่กั้นเราออกจากความรู้นั้นก็ได้ เช่น คลาส 8 โมงเช้ามาก แม่งไม่อยากไปเลยว่ะ คนสอนก็ไม่ไหว สไลด์ก็อะไรก็ไม่รู้ เรียนทีคาบหนึ่ง 3 ชั่วโมง อะไรแบบนั้น แล้วการเรียนของเราคือการเรียนเพื่อต้องจำไปสอบ มันเลยไม่สนุก แถมทรมานด้วย ยิ่งผมเป็นเด็กนิเทศฯ แบบก๋ากั่นที่ต้องมีคลาสเรียนรวมในสเตเดียมใหญ่ๆ ผมยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่ของเราเลย มันผิดที่ผิดทางไปหมด”
เช่นเดียวกับคล้ายจันทร์ที่มองว่า บางทีการที่คนเราต้องเรียนหนังสือในสายอะไรสักอย่างหนึ่งให้จบ ไม่เกินจริงที่เราต่างใช้เวลาไปมากมายหลายปีเพื่อที่จะได้รู้เรื่องนั้นเรื่องเดียว ซึ่งอาจเป็นการไม่ปิดโอกาสในการเรียนรู้ศาสตร์อื่นๆ ในชีวิตได้เหมือนกัน โปรเจกต์นี้จึงเหมือนกับการเปิดโอกาสการเรียนสิ่งที่เราสนใจอีกครั้ง โดยมีครู มีผู้เชี่ยวชาญ มีนักวิชาการตัวจริงมาเล่าเล็กเชอร์ให้ฟัง สามารถมีการถาม-ตอบกันได้ โดยไม่ต้องกลัวเกรงว่าใครจะหมั่นไส้ จะถูกตัดสิน หรือโดนบูลลี่ มีเพื่อนร่วมคลาสที่สนใจเรื่องอะไรเหมือนๆ กัน
“เราอยากได้บรรยากาศนั้นกลับมามากเลย” คล้ายจันทร์บอก
“มันเริ่มจากการที่พวกเรามานั่งคุยกัน ถามตัวเองว่าอยากรู้เรื่องอะไรบ้าง แล้วก็ค่อยๆ ต่อจุดกันไปจากตรงนั้น ซึ่งเซสชั่นเเรกของเราคือคลาสเล็กเชอร์เรื่อง ‘ดาราศาสตร์’ ค่ะ”
แค่วิชาแรกก็เนิร์ดและโหดพอตัว แต่การเริ่มต้นโปรเจกต์แรกของพวกเขาด้วยหัวข้อโหดๆ นี้เองที่บ่งบอกทั้งสไตล์ ความเชื่อ และทิศทางที่พวกเขาสนใจมุ่งหน้าสู่ นั่นคือการบาร์เล็กเชอร์ที่เป็นวิชาการจริงๆ ไม่ใช่เพียงการล้อมวงนั่งคุยขิงข่า โมเดลที่ในเมืองแห่งนี้ยังไม่เคยมีมาก่อน
“วิธีคิดนี้ตอบโจทย์ชื่อ ‘บาร์ฐกถา’ ที่หมายถึงบาร์ + ปาฐกถา มันเลยไม่ใช่บาร์สำหรับเดี่ยวไมโครโฟน ไม่ใช่คนดังมานั่งแชร์ประสบการณ์ ไม่ใช่สัมมนา แต่เป็นคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญสายวิชาการจริงๆ มาเล่าเรื่องนั้น ดึงมันออกมาจากห้องเล็กเชอร์ที่พวกเราหลายคน Truama มาอยู่ในพื้นที่ที่เราสนุกกับมันได้”
“เราไม่ได้คิดว่ามันจะมีบรรยากาศที่เครียดขนาดนั้น เพราะเอาเข้าจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องอะไรสักเรื่องมากๆ เขาจะสามารถย่อยเรื่องนั้นมาให้เข้าใจง่ายและสนุกได้”
เรื่องที่พวกเขาสนใจและวางแผนไว้ในเซสชั่นต่อไป มีตั้งแต่เรื่องหนังที่เชื่อมโยงกับสังคม เรื่องวิถีเพศ เรื่องมานุษยวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม เรื่องกฎหมาย ไปจนถึงหมวดศิลปะ วรรณกรรม หนัง เพลง เรียกว่าหลากหลายครบทุก Genre ตั้งแต่เนิร์ดจัดๆ จนถึงเนิร์ดกำลังดี เข้าถึงง่าย แต่ทุกศาสตร์ยืนยันว่ามาจากตัวจริง ไม่ทำทรง!
“เมื่อความสนใจของเราไม่เหมือนกัน นั่นแปลว่าทุกๆ เซสชั่นจะไม่ใช่ของทุกคนแน่นอน โปรดักต์ของเราจึงเป็น Topic ที่จะดึงคนเข้ามาที่นี่ได้ ไม่ใช่ตัวแบรนด์หรือสถานที่ หรือแม้แต่ตัววิทยากรเองก็ตาม ผมว่าสิ่งเหล่านั้นคือส่วนรองจากเนื้อหา สุดท้ายแล้วหัวใจสำคัญคือเนื้อหาที่ทำให้คนเลือกว่าเขาจะออกจากบ้านมาหรือไม่มา”
ด้านคล้ายจันทร์ก็มองว่า นักวิชาการหลายคนเป็นตัวจริง แต่อาจไม่ได้มีชื่อเสียงในวงกว้างมากนัก ทั้งคู่เลยอยากให้พื้นที่นี้ของพวกเขา เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวจริงเหล่านั้นนำองค์ความรู้ที่เขามี มาขยายออกนอกวงเดิมๆ อยากให้ทั้งตัวคนเล่าและคนฟังได้ ‘เปิดใจ’ ลองรู้จักกัน ไปด้วยกัน
“ปฏิเสธไม่ได้ว่าชื่อเสียงของคนพูดมาพร้อมกับ Follower ของเขา แต่เราอยากให้พื้นที่นี้เป็นโชว์เคสของทั้งคนและรู้ใหม่ๆ มากกว่า ซึ่งผมว่ามันจะดีกับคนฟังและกับตัวคนพูดด้วยว่าเขาจะสามารถประยุกต์ หรือย่อยความรู้ที่เขามีให้มันสนุกได้มากน้อยแค่ไหน เขาจะสื่อสารกับ Audience อื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ในวงตัวเองได้ยังไง”
“ถ้าถามว่าอยากให้คนมาได้ประสบการณ์แบบไหน เราอยากให้คนที่มาได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องนั้นๆ กันได้จริงๆ พอเล็กเชอร์จบก็สามารถนั่งต่อยาวๆ พูดคุยกันได้เลย อยากให้มันเป็นการ Kickstart ให้คนเอาไปต่อยอดอะไรได้ ซึ่งพื้นที่แบบนี้ในเมืองไทยผมว่ามันยังไม่มีมากเท่าไร”
บาร์ฐกถา ไม่ได้เป็นชื่ออีเวนต์ ไม่ใช่บาร์ พวกเขาตั้งโจทย์ว่าขอเเค่เป็นโลเคชั่นที่มาง่าย จุคนได้ และหากเป็นกิจกรรมของชุมชนในย่านได้ด้วยในอนาคตยิ่งดี โดยใช้ Mutual Bar สุขุมวิท 24 เป็นฐานที่มั่นก่อนในช่วงเริ่มต้น ด้วยความเหมาะเจาะของขนาดและบรรยากาศของบาร์ใจกลางเมืองที่เป็นมิตรต่อเหล่าคนเนิร์ด
คล้ายจันทร์เล่าประสบการณ์ที่เธอเคยไปใช้ชีวิตอยู่ในนิวยอร์ก เมืองที่มีกิจกรรมให้คนออกมาแฮงก์เอาต์ได้ทั้งวัน มีกลุ่มล้มวงถกเถียง (Group Discussion) มีกลุ่มสอนภาษา งานฝีมือ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปิดเป็นสาธารณะให้คนทั่วไปเข้าได้โดยไม่เสียเงิน แม้แต่ห้องสมุดก็ยังเข้าฟรี
ทั้งสองมองว่าสิ่งเหล่านี้คือพื้นที่ที่ยังขาดไปในกรุงเทพฯ และโปรเจกต์ของพวกเขาก็จะต้องการเป็นทางเลือกให้กับการแฮงเอาต์ของคนเมืองอีกทาง
“ผมว่าเมืองในต่างประเทศเขาสามารถเกิดพื้นที่กิจกรรมเหล่านี้ได้ กรุงเทพฯ อาจจะยาก เพราะเงื่อนไขของเมืองไม่ได้ตอบโจทย์ขนาดนั้น เมืองที่มันเอื้อกับคนเดินถนน กับขนส่งมวลชน เทียบกับเมืองที่เอื้อกับแค่รถยนต์ ผมว่ามันส่งผลต่อและทำให้วิถีชีวิตของเราต่างกันมากนะ แล้วการเปิดพื้นที่สาธารณะมันก็ย่อมง่ายกว่าถ้าเมืองมันเอื้อ สุดท้ายแล้วผมว่ากรุงเทพฯ ขาดพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่สวน แต่หมายถึงพื้นที่ที่ทำให้คนอยากออกจากบ้าน ออกจากคอนโดฯ ไม่ใช่แค่ไปห้างฯ แต่เป็นพื้นที่กิจกรรมที่คนได้มาเจอกัน มาเจอความรู้ใหม่ๆ”
ทั้งคู่ไม่หวงไอเดียและยินดีมากด้วยหากใครจะนำไปทำบ้าง เพื่อให้เกิดพื้นที่แบบนี้เยอะๆ ให้เมืองมีฟังก์ชั่นอื่นๆ บ้าง
“เราว่าปากท้องสำคัญ แต่สิ่งที่เยียวยาจิตใจคนก็สำคัญมาก ผมว่ามันต้องไปควบคู่กัน ซึ่งรัฐฯ ก็ต้องทำให้ Well-being ของคนเมืองดีด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรือแค่แจกเงินให้เขาไปกินไปใช้อย่างเดียว แต่มันคือการทำให้เมืองพร้อมอยู่ และทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างที่อยากใช้ได้ เมืองมันถึงจะเฮลธ์ตี้”
–
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรมได้ที่ : https://www.instagram.com/bar.thakatha/
บทความต้นฉบับได้ที่ : Bar Thakatha บาร์ฐกถา โปรเจกต์ ‘บาร์เล็กเชอร์’ ของคนเนิร์ด ที่ตั้งใจทำเรื่องเนิร์ดๆ ให้ม่วนจอยย่อยง่าย
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Madwoman มิวสิควิดีโอเพลงใหม่จาก Laufey ที่ Empower ชาว Wasian ด้วยการสร้างนิยามใหม่ให้ความฝันแบบอเมริกันเป็นไปได้สำหรับทุกคน
- “เจออะไรนอยด์ๆ ก้าวข้ามมันให้เร็ว …เอาชนะปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้ ถ้าเราทำได้ แปลว่าผ่านด่านนี้แล้ว” คำกล่าวของ ‘ย้ง - ทรงยศ’ ที่มอบให้ BUS ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก อาจเป็นทัศนคติที่จำเป็นสำหรับทุกคนในทุกยุค เพราะคนเราผิดพลาดได้ตลอดเวลา แต่อยู่ที่ว่าใครจะก้าวข้ามได้ก่อนกัน
- CNN เปิดโปงชุมชนลับของผู้ชายที่พากันแชร์วิธีวางยา ข่มขืน แอบถ่าย ‘ผู้หญิงใกล้ตัว’ ซึ่งมียอดเข้าชมต่อเดือนรวมกว่า 62 ล้านวิวทั่วโลก!
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com