สหรัฐ-อิหร่าน ส่งสัญญาณยุติศึก จังหวะนี้ควรช้อนหุ้นหรือยัง
ตลาดหุ้นเปลี่ยนโหมดรับความหวังสงครามตะวันออกกลางใกล้ยุติ ผนวกปัจจัยในประเทศหนุน นักวิเคราะห์ คัดหุ้นรับผลบวก ชุดหุ้นเก็งกำไร
วันที่ 1 เม.ย.2569 ตลาดหุ้นเปลี่ยนโหมดรับความหวังสงครามตะวันออกกลางใกล้ยุติ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจา
โดยภาคเช้า (1 เม.ย.)ดัชนีหุ้นไทย (SET) พุ่งขึ้นแรงเกือบ 2 % ดัชนีปรับขึ้นสูงสุด 29 จุด มาที่ 1,477.29 จุด
มีคำถามว่าจังหวะนี้ควรช้อนหรือยัง และหุ้นไหนควรมีติดพอร์ตไว้บ้าง
ก่อนอื่นมาดูในเชิงเทคนิคของตลาดหุ้นไทย โดยบล.พาย ให้แนวต้านสำคัญจะอยู่ที่บริเวณ 1,450 จุด และถัดไปที่ 1,470 จุด ซึ่งในระดับดังกล่าวแนะนำให้ ทยอยขายทำกำไรบางส่วน เพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์
อีกหนึ่งปัจจัยหนุนในประเทศคือ การแถลงนโยบายของรัฐบาลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนช่วงสงกรานต์ (ประมาณวันที่ 6 เม.ย.) ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงิน ประเด็นนี้จะช่วยหนุนกลุ่มที่อิงกับการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะ กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว
หุ้นแนะนำ บล.พาย ชู MINT, AOT, CPALL, CPN, ADVANC, SCB
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน บล.พาย แนะนำว่านักลงทุนอาจมองหาหุ้นที่ปรับลงแรงตั้งแต่เกิดสงครามประกอบไปด้วย GLOBAL TIDLOR BA ERW SAWAD MTC BGRIM GPSC BH HMPRO และ AAV มองเป็นชุดหุ้นที่น่าเก็งกำไร ส่วนกลุ่มที่รับผลดีจากสงครามคลี่คลายมองไปยังสายการบิน ท่องเที่ยว ค้าปลีก การเงิน
บล.ทีทีบี เวลธ์ มองว่าการส่งสัญญาณยุติสงครามของสหรัฐฯและอิหร่านแม้ความไม่แน่นอนยังมีอยู่ แต่โดยรวมถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีขึ้น ขณะที่เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เพิ่มขึ้น แม้อาจจะยังไม่มีการเปิดอย่างเต็มรูปแบบก็ตาม
หุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบก่อนหน้านี้จะได้รับผลบวก
- กลุ่มโรงไฟฟ้า อย่าง GPSC BGRIM
- กลุ่มท่องเที่ยว อย่าง BA AOT CENTEL MINT ERW
- กลุ่มวัสดุก่อสร้าง อย่าง SCC TOA
- กลุ่มการเงิน อย่าง MTC TIDLOR SAWAD
บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ "เก็งกำไร" ในหุ้นที่ตอบรับประเด็นสงครามไปมากและราคาปรับตัวลงลึกเกิน 10% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวสูงในช่วงนี้ ได้แก่
- กลุ่มท่องเที่ยว: ERW, MINT
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง: BH, BGRIM, GPSC, CBG, ICHI
- กลุ่มการเงิน: TIDLOR, MTC, SAWAD โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ CK, ERW และ CBG