หยวนต้าหั่น STECON เหลือ Trading หลังหุ้นพุ่ง 132% แนะล็อกกำไร
#ทันหุ้น – บล.หยวนต้า ส่องหุ้น บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON คาดกำไรปกติ Q1/69 ลดลงทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากไม่มีปันผลรับจาก GULF ทั้งนี้คาดกำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 449 ลบ. (-51.8% QoQ, +31.4% YoY) ลดลง QoQ แต่เติบโต YoY จากการบันทึกการโอนคืนของค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินที่เคยตั้งสำรองเอาไว้ (โครงการ UJV)คาดที่ 285 ลบ. หากไม่รวมรายการดังกล่าวจะทำให้กำไรปกติ Q1/69 อยู่ที่ 164 ลบ. (-50.9% QoQ, -52.0% YoY) ชะลอตัวลงทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากไม่มีการรับรู้รายได้จากเงินปันผล GULFเข้ามาใน Q1/69 รายได้จากธุรกิจก่อสร้างฝ่ายวิจัยคาดที่ 7,000 ลบ. (-33.3% QoQ, +8.3% YoY) ชะลอตัวลง QoQ เนื่องจากมีการเร่งปิดโครงการเข้ามามากใน Q4/68 แต่ยังเติบโตได้ YoY
โดยบริษัทฯ รับรู้รายได้จากโครงการหลักๆ จากภาครัฐได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ฝั่งตะวันตก), มอเตอร์เวย์ M7, และภาคเอกชนนำโดยโครงการ Data Center และอัตรากำไรขั้นต้นเราคาดที่ 7.4% (ทรงตัว QoQ, – 18 bps. YoY) สำหรับ SG&A/Sales ฝ่ายวิจัยคาดที่3.4% (+70 bps. QoQ, +20 bps. YoY) เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่มีการปรับขึ้นและรายได้ที่ลดลง
แนวโน้มกำไร Q2/69 พลิกกลับมาโต QoQ, YoY หนุนจากปันผล GULF
คาดแนวโน้มกำไร Q2/69 พลิกกลับมาเติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากการถือหุ้น GULF ที่ 226 ล้านหุ้น บริษัทฯ จะมีรายได้จากปันผล 736 ลบ.รับรู้เข้ามาใน Q2/69 ขณะที่รายได้จากธุรกิจก่อสร้างฝ่ายวิจัยคาดจะเติบโตได้ QoQ แต่ยังลดลง YoY บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับมากกว่า 7% ต่อเนื่อง ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มี Backlog 1.2 แสนลบ. แบ่งเป็นสัดส่วนงานภาครัฐฯ 47% และเอกชน 53% ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ปีละประมาณ 3.3 หมื่นลบ. และจะสามารถรองรับการรับรู้รายได้ไปอีก 3-4 ปี โดยบริษัทฯ ยังตั้งเป้าที่จะเซ็นงานเพิ่มจากโครงการภาครัฐได้แก่ ทางด่วนมอเตอร์เวย์ M5, M9, M82, รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2, บึงหนองบอน, รถไฟทางคู่, งานส่วนขยายสนามบิน และงานเอกชนได้แก่ Data Center, โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและ, งานก่อสร้างอาคาร
ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา 132% YTD ปรับคำแนะนำลงเป็น “TRADING”
หากกำไร Q1/69 ออกมาตามที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์จะคิดเป็น 10% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 แม้จะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำแต่เฝ่ายวิจัยประเมินว่าแนวโน้มกำไรจะทยอยฟื้นตัวได้ในช่วงเวลาที่เหลือของปีจากเงินปันผล GULF 736 ลบ. ที่จะเข้าใน Q2/69 ฝ่ายวิจัยจึงคงประมาณการกำไรปี 2569ไว้ที่ 1,586 ลบ. (+72% YoY) และกำไรปี 2570 ที่ 1,367 ลบ. ลดลง 14.1% YoY จากรายได้เงินปันผล GULF ลดลง ฝ่ายวิจัยคงราคาเหมาะสมที่ 15.50 บาท (อิง Valuation ด้วยวิธี PBV ที่ 1.2 เท่า)อย่างไรก็ตามราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา 132% YTD สะท้อนปัจจัยบวกและความคาดหวังจากนักลงทุนไปค่อนข้างมากแล้วทำให้ Upsideเหลือเพียง 9.2% ซึ่งค่อนข้างจำกัด ฝ่ายวิจัยจึงปรับคำแนะนำลงจาก “ซื้อ” เป็น “TRADING” หากมีสถานะแนะนำ Lock-In-Profit