โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปกรณ์วุฒิดักคอ ป.ป.ช. ทิ้งหลักการปูทางศักดิ์สยามพ้นผิดคดีซุกหุ้น ส่อทำลายความหวังปราบโกง

THE STANDARD

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ปกรณ์วุฒิดักคอ ป.ป.ช. ทิ้งหลักการปูทางศักดิ์สยามพ้นผิดคดีซุกหุ้น ส่อทำลายความหวังปราบโกง

ท่ามกลางกระแสข่าวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติ ‘ยกคำร้อง’ ในคดีของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งถูกร้องฐานจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ กรณีการถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น

โดย สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ยอมรับว่า ต่อกรณีดังกล่าว จะมีคำชี้แจงและเหตุผลของมติ ป.ป.ช. ออกมาในรูปแบบเอกสาร

อย่างไรก็ตาม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานของ ป.ป.ช. โดยเตือนสติสังคมให้จับตาว่า การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระในครั้งนี้ อาจเป็นการโยนทิ้งทุกหลักการเพื่อปูทางให้ใครบางคนกลับมาผงาดในตำแหน่งรัฐมนตรีได้อีกครั้งหรือไม่

สำหรับปกรณ์วุฒิเคยมีบทบาทเป็นเสมือน ‘สารตั้งต้น’ ในคดีของศักดิ์สยาม โดยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อ 19 กรกฎาคม 2565 เขาเป็นผู้อภิปรายหลักพร้อมเปิดหลักฐานกล่าวหาศักดิ์สยามว่า มีพฤติกรรมซุกหุ้นและใช้ ‘นอมินี’ หรือตัวแทนอำพรางใน หจก. บุรีเจริญฯ แม้ศักดิ์สยามจะยังได้รับเสียงไว้วางใจ แต่ สส. พรรคก้าวไกลในขณะนั้น พร้อม สส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทั้งหมด 54 คน ได้รวมรายชื่อกันยื่นหลักฐานในการอภิปรายเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้นายศักดิ์สยามหยุดปฏิบัติหน้าที่ในเดือนมีนาคม 2566 เพื่อรับคำร้องไว้พิจารณา และในวันที่ 17 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ 7 ต่อ 1 เสียง วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของศักดิ์สยามสิ้นสุดลง

ล่าสุดวันนี้ (16 เมษายน) ปกรณ์วุฒิหยิบยกประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตที่ผูกพันทุกองค์กรนั้น โดยระบุว่า ตามหลักการแล้วจะผูกพันเฉพาะ ‘ผลของคำวินิจฉัย’ เท่านั้น ส่วนเนื้อหาคำอรรถาธิบายหลายสิบหน้าที่นำมาสู่ผลคำพิพากษามิได้มีผลผูกพันทางกฎหมายต่อองค์กรอื่น

ปกรณ์วุฒิชี้ว่า ในชั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช. กรณีการจงใจปกปิดทรัพย์สิน ซึ่งก็คือการถือครองหุ้นของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ของศักดิ์สยาม ชิดชอบ ป.ป.ช. จึงมีความจำเป็นต้องเริ่มต้นพิจารณาใหม่ทั้งหมด โดยอิงจากพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีอยู่

ปกรณ์วุฒิยังชวนพิจารณาถึงความผิดปกติของธุรกรรมดังกล่าวใน 2 ประเด็นหลัก

ประการแรกคือ มูลค่าในการซื้อขายหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีรายได้มหาศาลและมีศักยภาพในการทำกำไรสูงจากการรับงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แต่กลับมีการทำธุรกรรมขายหุ้นในสัดส่วนเกือบทั้งหมดของบริษัทในราคาจดทะเบียน ซึ่งในมุมมองของผู้ที่มีประสบการณ์ทางธุรกิจย่อมทราบดีว่าการกระทำเช่นนี้ไม่มีความสมเหตุสมผลแม้แต่น้อย

ประการที่สอง ซึ่งถือเป็นหลักฐานมัดตัวที่สำคัญ คือเส้นทางการเงินที่นำมาใช้ซื้อหุ้น หากย้อนกลับไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มในหน้าที่ 36-39 จะพบเอกสารหลักฐานที่ระบุชัดเจนว่า เงินจำนวนเกือบ 120 ล้านบาท ที่ผู้ถือหุ้นคนใหม่กล่าวอ้างว่าเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวนั้น แท้จริงแล้วมีต้นทางเส้นทางเงินไหลมาจากเครือข่ายของศักดิ์สยามเอง ทั้งจากบริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด, จากตัว หจก.บุรีเจริญฯ และแม้กระทั่งเงินที่มาจากบัญชีของนายศักดิ์สยามโดยตรง

ปกรณ์วุฒิเน้นย้ำว่า ป.ป.ช. ไม่จำเป็นต้องยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เพียงแค่ ป.ป.ช. ทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางการเงินที่ได้รับจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสถาบันการเงินต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา ก็ย่อมต้องเห็นความจริงที่ประจักษ์ชัดว่า ธุรกรรมเหล่านี้เข้าข่ายการจงใจใช้ ‘นอมินี’ เพื่อปกปิดความเป็นเจ้าของที่แท้จริงและเจตนาซุกซ่อนทรัพย์สินหรือไม่

ปกรณ์วุฒิระบุว่า จะรออ่านเอกสารฉบับเต็มที่ ป.ป.ช. เตรียมจะชี้แจงเหตุผล พร้อมแสดงความกังวลว่า ป.ป.ช. จะยกคำร้องเพียงเพราะแค่ ‘เชื่อ’ ที่ผู้ถูกร้องบอกว่า เพิ่งรู้ว่าตนยังคงถือหุ้น หจก. นี้ หลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้

“เราคงต้องตั้งคำถามดังๆ กับ ป.ป.ช. ที่ปัจจุบันถูกเลือกมาโดย สว. ชุดนี้ ที่มีคดีถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘สว.สีน้ำเงิน’ อยู่ถึง 4 จาก 9 คน ว่าใช้มาตรฐานเดียวกันกับ ‘ทุกคำร้อง’ ที่เข้าสู่ ป.ป.ช. หรือไม่

“และคงต้องตั้งคำถามดังๆ ว่าหากทั้งหมดนี้ เป็นการโยนทิ้งทุกหลักการ เพื่อเพียงเป็นการปูทางให้ใครบางคน กลับมาเป็นรัฐมนตรีได้อีกครั้ง เราจะยังหวังกับการปราบทุจริตอย่างจริงจัง กับองค์กรอิสระที่ชื่อว่า ป.ป.ช. ได้อยู่หรือไม่” ปกรณ์วุฒิทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...