“จีน” คุมเงินหยวนไม่ให้แข็งค่าเร็ว ใช้ค่า Fixing สกัดแรงเก็งกำไรช่วงสงครามอิหร่าน
"จีน" ส่งสัญญาณชะลอการแข็งค่าของเงินหยวน แม้กลายเป็นสกุลเงินที่โดดเด่นในเอเชียช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง หวั่นกระทบภาคส่งออกและการฟื้นตัวเศรษฐกิจ
วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 10.54 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางจีนกำลังใช้อัตราอ้างอิงรายวัน (daily fixing) เป็นเครื่องมือควบคุมไม่ให้เงินหยวนแข็งค่ารวดเร็วเกินไป หลังค่าเงินจีนปรับตัวโดดเด่นในช่วงสงครามอิหร่าน จนกระตุ้นแรงเก็งกำไรในตลาด
ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ความผันผวนของค่า fixing ระยะ 10 วัน ลดลงอย่างมากในสัปดาห์นี้ แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนว่าทางการจีนต้องการจำกัดความผันผวนของค่าเงิน โดยระบบ fixing ดังกล่าวเป็นตัวกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินหยวนในประเทศให้อยู่ในช่วง ±2%
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินเดียวในเอเชียที่แข็งค่าขึ้นในช่วงความขัดแย้งตะวันออกกลาง จากความสามารถของเศรษฐกิจจีนในการรับมือกับแรงกระแทกด้านพลังงาน อย่างไรก็ตามการตรึงค่า fixing มีเป้าหมายเพื่อสกัดแรงเก็งกำไรด้านเดียว ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก และทำให้การฟื้นตัวของภาคการผลิตสะดุด
Kiyong Seong นักกลยุทธ์จาก Societe Generale มองว่า ท่าทีของธนาคารกลางจีนเริ่มเข้าสู่ “โหมดเป็นกลาง” โดยแม้จะสามารถป้องกันความผันผวนจากตลาดโลกได้ดี แต่ก็ไม่ต้องการให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าเร็วเกินไป
สะท้อนแนวทางดังกล่าว ธนาคารกลางจีนกำหนดค่า fixing ล่าสุดที่ 6.8622 หยวนต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน ขณะที่ค่าเงินในตลาดซื้อขายอยู่ราว 6.82 ใกล้ระดับแข็งค่าสุดในรอบ 3 ปี
ในสายตานักลงทุนทั่วโลก จีนกำลังถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน โดย Bilal Hafeez จาก Macro Hive คาดว่าเงินหยวนอาจแข็งค่าขึ้นไปแตะระดับ 6.4 ต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปี
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางจีนเริ่มเสริมมาตรการป้องกันความร้อนแรงของค่าเงิน เช่น การปรับเพิ่มเพดานการปล่อยกู้เงินหยวนในตลาดต่างประเทศ เพื่อบรรเทาแรงกดดันด้านการแข็งค่า รวมถึงการเข้าซื้อดอลลาร์ของธนาคารรัฐในช่วงที่ผ่านมา เพื่อชะลอโมเมนตัมของค่าเงิน
นอกจากนี้ ความต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศของภาคธุรกิจจีนที่อยู่ในระดับสูง อาจเป็นอีกปัจจัยที่กดดันค่าเงินหยวนในระยะต่อไป
นักวิเคราะห์คาดว่า ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มกำหนดค่า fixing ให้อ่อนกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เพื่อควบคุมจังหวะการแข็งค่าของเงินหยวน ขณะที่ทิศทางในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับภาพรวมเศรษฐกิจโลก
โดยรวมแล้ว แนวทางของจีนในขณะนี้ไม่ใช่การตรึงค่าเงินอย่างเข้มงวด แต่เป็นการบริหารจังหวะ เพื่อลดความผันผวนและไม่ให้ตลาดตีความไปในทิศทางเดียวมากเกินไป ท่ามกลางมุมมองของตลาดที่เชื่อว่าเงินหยวนยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ แต่ไม่ควรเร็วหรือแรงจนเกินไป
อ้างอิง : bloomberg.com