“เอกนิติ”พบผู้แทน 5 ประเทศมหาอำนาจเดินหน้ากระชับความร่วมมือ
#ทันหุ้น “เอกนิติ” พบผู้แทน 5 ประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจ ”สหรัฐอเมริกา-อียู-ญี่ปุ่น–สิงคโปร์“เดินหน้ากระชับความร่วมมือการค้า–การลงทุน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ระหว่างการเดินทางเข้าร่วมประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกาวันที่ 15-16 เม.ย.นี้ ได้ใช้โอกาสนี้หารือทวิภาคีกับผู้แทนระดับสูงจาก 4 ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศไทย
สำหรับการหารือกับสหรัฐอเมริกา ได้พบกับ เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ซึ่งไทยเน้นย้ำความตั้งใจในการทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อนำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าและเสริมสร้างความร่วมมือในประเด็นทางเศรษฐกิจที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในอนาคต
ในวันเดียวกัน ได้หารือกับ นายหลาน ฝัว อัน รมว.คลัง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญร่วมกัน ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า, เอไอ , หุ่นยนต์และเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งฝ่ายจีนได้ยืนยันแนวโน้มการขยายการลงทุนในไทยและอาเซียนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้ ได้หารือกับสหภาพยุโรป ได้หารือทวิภาคีกับนาย เครียกอส เปอร์ราคาคิส ประธานอียูกรุ๊ปและ รมว.เศรษฐกิจและการคลัง สาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ในการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล ควบคู่การดำเนินนโยบายการคลังอย่างมีวินัย โดยเฉพาะการลงทุนในสาขาพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า เศรษฐกิจดิจิทัล และอุตสาหกรรมขั้นสูง รวมถึงการส่งเสริมการเชื่อมโยงเงินทุนจากยุโรปสู่โอกาสการเติบโตใหม่ของไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุมในระยะยาว
นายเอกนิติกล่าวว่า ได้หารือกับญี่ปุ่น โดยได้พบกับ นายซัทซูกิ คาทายามา รมว.คลัง ญี่ปุ่น เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจและการยกระดับผลิตภาพ โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตญี่ปุ่นในประเทศไทยท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานและการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีสะอาดที่ทันสมัย
สุดท้ายคือการหารือกับสิงคโปร์ โดยได้พบกับ นางอินดรานี รายาห์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมช.คลัง อินเดีย เพื่อประเมินความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะขับเคลื่อนวาระการเงินของอาเซียนในระยะยาวร่วมกันผ่านการเป็นประธานอาเซียนของสิงคโปร์ในปี 70 ต่อเนื่องถึงไทยในปี 71 โดยมุ่งเน้นการบูรณาการเอไอในภาคการเงิน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานภูมิภาคหรือ อาเซียน พาวเวอร์ กริด ให้เป็นรูปธรรม