เมืองปายอ่วม! ควันพิษจากไฟป่าทำผู้ป่วยเพิ่ม นักท่องเที่ยวหายเกือบ 90% สถานการณ์ยังวิกฤต
เมืองปาย แหล่งท่องเที่ยวขี้นชื่อของจังหวัดแม่ฮ่องสอน อ่วมจากควันพิษป่วยระนาว นักท่องเที่ยวหายไปเกือบร้อยละ 90 ขณะที่สถานการณ์ไฟป่ายังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่องไม่สามารถแก้ไขปัญหาการลอบเผาป่าได้แต่อย่างใด
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) เปิดเผยค่าฝุ่นพิษในพื้นที่ ภาคเหนือ พบ ค่า PM2.5 มีค่าระหว่าง 63.1 – 193.2 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ”
พบพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ”ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดังนี้ 1.ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 91.1 มคก./ลบ.ม. 2. ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 105.2 มคก./ลบ.ม. และ 3. ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน PM2.5 = 182.7 มคก./ลบ.ม. โดยค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.
ก่อนหน้านั้น นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเน้นย้ำความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
โดยวันนี้ (16 เมษายน 2569) เวลา 14.00 น. สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ณ บ้านแม่ปิง ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีค่าเกินมาตรฐานตรวจวัดได้ 169.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับสีแดงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ด้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านแม่ปิง ได้ร่วมกับทีมผู้นำชุมชน และอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 10 คน ลงพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงรุกเข้าถึงบ้านเรือนราษฎร เพื่อแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและรณรงค์ให้ความรู้เรื่องภัยเงียบจากฝุ่น PM 2.5 โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบทางสุขภาพรุนแรง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทีมเจ้าหน้าที่ได้สาธิตวิธีการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น พร้อมเน้นย้ำมาตรการดูแลตนเองตามแนวทางสาธารณสุข ได้แก่ มาตรการหลีกเลี่ยง โดยให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท หากจำเป็นต้องออกจากอาคารต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM 2.5 อย่างเคร่งครัด มาตรการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง โดยผู้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ให้หลีกเลี่ยงการอยู่นอกอาคารเป็นเวลานาน และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ขณะที่มาตรการตอบโต้หากพบอาการผิดปกติ เช่น ไอเรื้อรัง หายใจติดขัด หรือระคายเคืองดวงตา ให้รีบเข้าสู่พื้นที่ปิด (Clean Room) และทำความสะอาดชะล้างดวงตาและจมูกทันที หากอาการไม่ทุเลาให้เร่งพบแพทย์ ณ สถานพยาบาลใกล้บ้าน
การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มุ่งหวังจะลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนจากสถานการณ์ฝุ่นควัน โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเครือข่าย อสม. เฝ้าติดตามอาการของประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อให้ความมั่นใจว่าประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและทันท่วงที
นางสาวจุไรรัตน์ กันทาสุข อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านแม่เย็น ต.แม่ฮี้ อ.ปาย ในฐานะตัวแทนชาวอำเภอปาย เปิดเผยว่า ที่อำเภอปาย หมอกควันจากไฟป่าเราอยู่กับมันมาเกือบเดือนแล้ว ปัญหายิ่งแก้ยิ่งแย่ เช้าตื่นมาต้องหายใจใต้หน้ากาก ถามว่าเมื่อไหร่ประชาชนจะใช้ชีวิตเป็นปกติได้ ควันเพิ่มขึ้นทุกวัน ไฟป่ามาทุกวันทั้ง ๆ ที่หน่วยงานราชการห้ามเข้าป่า กฎหมายบังคับไม่ให้ประชาชนเข้าป่าร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วทำไมไฟป่าถึงลุกลามได้ทุกวัน ใครจะมาแก้ไขปัญหาให้ชาวปายได้บ้าง ขณะนี้สุขภาพคนแก่ ผู้ชรา เด็ก อยู่กันลำบากมากระบบทางเดินหายใจเสียหายกันไปหมด อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอย่างชัดเจน แก้ไขให้ยั่งยืน ทุกเช้าทั้งวันก็เป็นแบบนี้ไม่มีอะไรที่แก้ไขได้ยั่งยืนมากกว่านี้ ต้องรอให้ฟ้าฝนหรือเทวดาเข้ามาช่วยถึงจะแก้ปัญหาใช่ไหมคะ
นางสาวจุไรรัตน์ กันทาสุข ได้มีการโพสในเฟซบุคว่า นี่เวลาจะครบเดือนแล้วนะที่ปายเรากอดหมอกควันไฟแบบฟ้าไม่เคยเปิดเลยคนป่วยเพิ่มขึ้นพี่เจ็บคออักเสบมาเป็นอาทิตย์คุณหมอบอกคนป่วยทางเดินหายใจเยอะมาก ประกาศไม่ให้ชาวบ้านเข้าป่าเด็ดขาดโทษสูงแต่ทำไมไฟป่าเยอะเพิ่มขึ้น
ผู้มีอำนาจแก้ปัญหาหากแก้ไม่ได้เราเปลี่ยนคนมาบริหารมั้ยเผื่อคนใหม่แก้ปัญหาตรงจุดไม่ใช่เช้าชามเย็นชามแบบนี้อำเภอปายเป็นเมืองต้องพัฒนาและเดินหน้าทุกรูปแบบทั้งธรรมชาติทั้งอากาศทั้งวัฒนธรรมทั้งความเข้าใจบริบทชุมชุมที่แท้จริง นายไม่ใช่แค่เอามาเป็นประธานเปิดงานท่านต้องเป็นผู้นำทั้งแก้ปัญหาและพัฒนาทุกด้านท่านเข้าใจคำว่าปายดีแค่ไหนแล้วทำบอกทำแล้วแก้แล้วท่านทำมากพอหรือยัง
ชาวบ้านแทบไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตประจำวันออกไปควันเยอะป่วย จะไปดำรงชีพท่านห้ามไม่ให้เข้าป่าหาอาหารแล้วพวกท่านช่วยอะไรแก้ไขปัญหาชุมชนได้มั้ยแค่แมสชาวบ้านแทบไม่มีเงินซื้อแจกให้ครอบครัวละ5ชิ้นแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอดแก้ปัญหาแบบไม่ยั่งยืน คนที่ออกมาวิจารณ์บ่นโดนแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทชาวบ้านต้องปิดปากฝืนทนกับอากาศแบบนี้หรือ
นางสาวจุไรรัตน์ ฯ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ปัญหาหมอกควันที่อำเภอปาย ถือว่าหนักมากที่สุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยในห้วงไฟป่าที่ผ่านมาเกือบ 2 เดือน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้หดหายไปเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากทนกับสภาวะหมอกควันไฟป่าไม่ไหว ถึงจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาบ้าง ก็เป็นส่วนน้อย เนื่องจากมีการบุคตั๋วท่องเที่ยวล่วงหน้าเป็นปี จึงจำเป็นต้องมา และมาได้เพียงวันเดียวก็พากันกลับออกจากปาย กระทบต่อระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างหนัก โดยค่ามลพิษในปาย เกินค่ามาตรฐานมาแล้ว 41 วัน และค่าเกินมาตรฐานในระดับสีแดงกับสีม่วง บางวันค่าสูงเกินมาตรฐานและติดอันดับโลกอีกด้วย